เดือน: มิถุนายน 2014

  • ดึงบริษัทมหาชนส่งงบการเงินผ่านออนไลน์

    ดึงบริษัทมหาชนส่งงบการเงินผ่านออนไลน์

    น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ มีแผนที่จะผลักดันการให้บริการรับงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ไฟล์ลิ่ง) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนที่จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เพื่อดึงให้บริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีอยู่กว่า 1,000 ราย เข้าร่วมยื่นงบการเงินผ่านระบบอี-ไฟล์ลิ่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการส่งงบการเงิน และสร้างความโปร่งใสในการทำธุรกิจ เพราะผู้ที่จะใช้ประโยชน์จากงบการเงิน สามารถทราบข้อมูลได้เร็วขึ้น “กรมฯ ได้นำร่องให้ธุรกิจที่มีความประสงค์จะยื่นงบการเงินผ่านระบบอี-ไฟล์ลิ่ง จำนวน 100 ราย จากที่สมัครเข้ามากว่า 370 รายทดลองยื่นงบการเงินไปแล้ว ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ เพราะการยื่นงบการเงินออนไลน์ ถือเป็นมิติใหม่ ซึ่งในอนาคต กรมฯ จะผลักดันให้ธุรกิจยื่นงบการเงินผ่านระบบออนไลน์ให้ได้ทั้งหมด”       สำหรับธุรกิจที่อยู่ในเป้าหมายผลักดันให้มีการยื่นงบการเงินผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งประกอบธุรกิจหลักๆ เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจประกันภัย บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจบริการ และธุรกิจอื่นๆ เป็นต้น                 น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า ในวันที่ 2 มิ.ย. นี้เป็นวันสุดท้ายที่กำหนดให้นิติบุคคลยื่นส่งงบการเงินกับกรมฯ ซึ่งปัจจุบันมีนิติบุคคลอยู่ทั่วประเทศกว่า  550,000 ราย โดยกรมฯ หวังว่านิติบุคคลจะยื่นส่งงบการเงินให้มากที่สุด เพราะการส่งงบการเงินจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือต่อนิติบุคคล ต่อนักลงทุนที่จะได้นำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์การลงทุนและการทำธุรกิจ และยังมีผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ        ทั้งนี้ การไม่ส่งงบการเงินจะมีโทษตามกฎหมาย คือ ปรับนิติบุคคลไม่เกิน 50,000 บาท และปรับผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลอีกไม่เกิน  50,000 บาท ซึ่งในทางปฏิบัติ กรมฯ มีหนังสือแจ้งเตือนให้นิติบุคคลยื่นงบการเงินและชำระค่าปรับ และหากพ้นระยะเวลาที่กำหนด ก็จะส่งเรื่องไปให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปทุกราย                 “ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.นี้ กรมฯ ได้เปิดให้บริการจดทะเบียนข้ามเขต ซึ่งขอยืนยันว่าผู้ที่ต้องการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล สามารถยื่นจดทะเบียนจัดตั้งที่ไหนก็ได้ในสำนักงานของกรมฯ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีอยู่ทั้ง 87 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยอำนายความสะดวกในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึงบริษัทมหาชนส่งงบการเงินผ่านออนไลน์

  • ชงลงทุน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เสียภาษี

    ชงลงทุน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เสียภาษี

    นายวัฒนา ธนาศักดิ์เจริญ ประธานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ภาคใต้ หอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าภาคใต้ต้องการเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาแนวทางสร้างแรงจูงใจแก่นักธุรกิจให้เข้ามาทำการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น หลังจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาความไม่สงบบ่อยครั้งจนกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อผู้ประกอบการไม่กล้าทำธุรกิจในพื้นที่   ด้วยการให้ทางเลือกแก่บริษัทนิติบุคคลที่มีกำไรไม่ต้องเสียภาษีแต่ให้นำเงินก้อนดังกล่าวไปลงทุนใน 3 จังหวัดชายแดน (ปัตตานี, ยะลา,นราธิวาส) และบางอำเภอในจังหวัดสงขลาแทน “เดิมบริษัท ก. ต้องเสียภาษี 10 ล้านบาทภาครัฐก็ให้ทางเลือกโดยให้บริษัทนำเงินก้อนดังกล่าวมาลงทุน แต่มีเงื่อนไขต้องเพิ่มเงินสมทบอีก 1-2 เท่าหรือ เพิ่มอีก 10-20 ล้านบาทมาลงทุนในพื้นที่เพื่อให้เกิดการจ้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากที่ผู้ประกอบการนอกพื้นที่ไม่กล้ามาลงทุนจนทำให้เศรษฐกิจเกิดการซบเซา อย่างไรก็ตามหากบริษัทไม่ประสงค์ที่จะมาลงทุนก็จ่ายภาษีนิติบุคคลตามปกติเหมือนเดิม” อย่างไรก็ตามการเข้ามาลงทุนผู้ประกอบการต้องมีเงือนไขต่างๆเพิ่มเติมเช่น ต้องมีการสร้างโรงงาน มีการนำเครื่องจักร และต้องจ้างคนงานในพื้นที่ รวมถึงต้องดำเนินการไม่ต่ำกว่า 5 ปี เป็นต้น ซึ่งให้เกิดการลงทุนรยะยะยาว ซึ่งเชื่อว่าหากทุกอย่างสามารถดำเนินการได้ในอนาคตพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ก็มีเศรษฐกิจที่คึกคักและปัญหาการก่อความไม่สงบก็จะลดน้อย นายวัฒนา กล่าวว่า ในส่วนแนวทางในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภาคใต้โดยเฉพาะใน 5 จังหวัดชายแดน ประกอบด้วย สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา นราธิวาส นั้นทางหอการค้าทั้ง 5 จังหวัดได้ร่วมกันหามาตรการในการกระตุ้นการบริโภคและการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น การร่วมมือกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ในการจัดงานแสดงสินค้าชายแดนไทย-มาเลเซีย เพื่อช่วยส่งเสริมให้ผู้ประกอบการในพื้นที่สามารถหาช่องทางการตลาดได้มากขึ้นจากปัจจุบันที่เศรษฐกิจค่อนข้างที่ซบเซามากทั้งในผลกระทบทางการเมือง การก่อความไม่สงบ และราคาพืชผลทางการเกษตรลดลงมาก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงลงทุน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่เสียภาษี

  • ถกร่วม25หน่วยงานรับเออีซี

    ถกร่วม25หน่วยงานรับเออีซี

    นางกุลณี อิศดิศัย รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ได้จัดประชุมหน่วยงานภายใต้คณะอนุกรรมการศูนย์ปฏิบัติการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแห่งชาติจำนวน 25 หน่วยงาน เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในกรอบอาเซียนก่อนที่จะเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 เพื่อควบคุมและป้องกันไม่ให้ละเมิดลิขสิทธิ์สินค้าในอาเซียน “ที่ผ่านมา กรมฯ ได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่เออีซี โดยได้ร่วมกับอาเซียนในการจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา การกำหนดแผนการดำเนินงานร่วมกัน เช่น การให้มีผู้ประสานงานสำหรับหน่วยงานด้านศุลกากร ตำรวจ และหน่วยงานอื่นๆ ที่ดูแลบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งได้มีการรวบรวมไว้ในฐานข้อมูลของอาเซียนแล้ว เพื่อให้อาเซียนได้นำไปใช้กรณีที่มีปัญหาการละเมิดเกิดขึ้น”           อย่างไรก็ตาม ในช่วงเดือนต.ค. 57 ที่จะถึงนี้ ฟิลิปปินส์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมแนวทางการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในระดับภูมิภาค โดยจะเชิญผู้แทนหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของอาเซียนเข้าร่วมประชุม ซึ่งไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเข้าร่วมประชุมด้วย                 สำหรับแผนการการรณรงค์ปลูกจิตสำนึกในการเคารพสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาภาย อาเซียนได้กำหนดให้ทุกประเทศจัดให้มีการรณรงค์ในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งในส่วนของไทยมีแผนที่จะเดินหน้าสร้างความรู้ ความเข้าใจเรื่องการเตรียมความพร้อมด้านการบังคับใช้กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อรองรับเออีซีให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเจ้าของสิทธิทรัพย์สินทางปัญญา เริ่มตั้งแต่เดือนก.ค.-ส.ค.57                 นางกุลณี กล่าวว่า ในส่วนการปราบปรามเรื่องของการละเมิดลิขสิทธิ์นั้นกรมฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็มีการดำเนินการอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยในไตรมาสแรกของปี 57 (ม.ค-มี.ค.)  สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, กรมศุลกากร และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ สมารถจับกุมผู้กระทำความผิดในการละเมิดลิขสิทธิ์ 2,430 คดี เป็นของกลาง 243,457 ชิ้น                 “สินค้าที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เช่น พวกเสื้อผ้า เข็มขัด รองเท้า นาฬิกา กระเป๋าแบรนด์เนม รวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์เพลง ภาพยนตร์ และ ซอฟแวร์ เป็นต้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ถกร่วม25หน่วยงานรับเออีซี