เดือน: มิถุนายน 2014

  • แห่ร้องเรียนแท็กซี่สายไหม้

    แห่ร้องเรียนแท็กซี่สายไหม้

    รายงานข่าวจากกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่าตั้งแต่เดือนต.ค. 56 – พ.ค.57 หรือช่วง 8เดือนที่ผ่านมา มีประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับรถโดยสารสาธารณะผ่านศูนย์คุ้มครองผู้โดยสาร และรับเรื่องร้องเรียน 1584 เข้ามาทั้งสิ้น 25,940 ครั้ง ส่วนใหญ่เป็นปัญหาเกี่ยวกับรถแท็กซี่มากถึง 18,465 ครั้งรองลงมา คือรถเมล์ร่วมบริการเอกชน 1,646 ครั้ง รถตู้โดยสารปรับอากาศ 1,456 ครั้ง รถเมล์ปรับอากาศร่วมบริการเอกชน 1,254 ครั้ง รถเมล์ ขสมก.1,185ครั้ง ที่เหลือเป็นปัญหารถมินิบัสสามล้อ สองแถว ขณะที่มอเตอร์ไซค์รับจ้างมีเพียง 223 ครั้ง เท่านั้นขณะเดียวกัน กรมการขนส่งทางบก สามารถแก้ไขปัญหาร้องเรียนได้แล้ว 24,427 ครั้งจากเรื่องร้องเรียน 25,940 ครั้ง หรือคิดเป็น 94.17% และอยู่ระหว่างทำหนังสือเรียกตัว 1,513 คัน โดยเรื่องที่แก้ไขได้มากสุด คือปัญหาของแท็กซี่ 17,838 ครั้ง รองลงมาเป็นการแก้ไขรถร่วมเอกชน ทั้ง รถธรรมดารถแอร์ รวมถึงรถขสมก.และรถตู้ปรับอากาศผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อแยกประเภทปัญหาร้องเรียนของรถแท็กซี่ช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา อันดับแรก คือ การปฏิเสธไม่รับผู้โดยสาร 1,086 ครั้ง แสดงกิริยาไม่สุภาพ 467 ครั้ง ขับรถประมาทหวาดเสียว 365 ครั้ง ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร 185 ครั้ง พาผู้โดยสารอ้อมเส้นทาง 167 ครั้ง มาตรค่าโดยสารผิดปกติ 147 ครั้ง เรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่ม 69 ครั้ง อุปกรณ์รถไม่มั่นคง 14 ครั้ง จอดรถกีดขวางจราจร 33 ครั้งด้านปัญหารถตู้โดยสารปรับอากาศนั้น ปัญหาร้องเรียนอันดับ 1 คือขับรถประมาทหวาดเสียว 96 ครั้ง รวมทั้งไม่หยุดรับ-ส่งผู้โดยสาร 13 ครั้งแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ 40 ครั้ง ให้ผู้โดยสารลงก่อนถึงปลายทาง 11ครั้ง เก็บค่าโดยสารเกินกว่าที่กำหนด 18 ครั้ง บรรทุกผู้โดยสารเกินจำนวน 18 ครั้งสภาพรถไม่มั่นคงแข็งแรง 2 ครั้ง จอดรถกีดขวางทางจราจร ,ป้ายหยุดรถ 9 ครั้ง ใช้รถนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต 7 ครั้งส่วนปัญหา มอเตอร์ไซค์รับจ้างคือ แสดงกิริยาไม่สุภาพ 11 ครั้ง ปฏิเสธไม่ได้รับผู้โดยสาร 1 ครั้ง ไม่ส่งผู้โดยสารตามที่ตกลงกันไว้ 3 ครั้ง ขับรถประมาทหวาดเสียว 7 ครั้ง ไม่ใช้มาตรค่าโดยสาร1 ครั้งมาตรค่าโดยสารผิดปกติ 2ครั้ง เรียกเก็บค่าโดยสารเพิ่ม 8 ครั้ง จอดรถกีดขวางจราจร 1 ครั้ง นอกจากนี้ยังมีการร้องเรียนรถเมล์ร่วมบริการขับรถประมาทหวาดเสียว 119 ครั้ง รองลงมาเป็นแสดงกิริยาวาจาไม่สุภาพ 45 ครั้ง ให้ผู้โดยสารลงก่อนถึงปลายทาง 53 ครั้งเก็บค่าโดยสารเกินกำหนด 17 ครั้งสภาพรถไม่มั่นคงแข็งแรง 2 ครั้ง จอดรถกีดขวางทางจราจร ,ป้ายหยุดรถ 9 ครั้ง ใช้รถนอกเส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต 6 ครั้ง ไม่ปิดประตูอัตโนมัติ 2 ครั้งนายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมฯ มีนโยบายเพิ่มการอำนวยความสะดวกการรับเรื่องร้องเรียน รวมถึงนำเรื่องร้องเรียนไปตรวจสอบแก้ไขให้ได้รวดเร็วขึ้น ซึ่งในเดือน ก.ค.นี้ จะเริ่มเปิดศูนย์ทะเบียนประวัติผู้ขับขี่รถสาธารณะ ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามแก้ปัญหาเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น เพราะจะทำให้ทราบประวัติผู้ขับขี่ผู้ประกอบการ เจ้าของรถได้ และสามารถติดตามแก้ปัญหาได้ทันที ส่วนการพัฒนาบริการรับเรื่องร้องเรียน1584 ในอนาคต กรมฯจะนำเทคโนโลยีมาช่วยเพิ่มความสะดวกในการรับเรื่องร้องเรียนแก่ประชาชน เช่น การเปิดให้รับเรื่องร้องเรียนผ่านข้อความเอสเอ็มเอส หรือแอพลิเคชั่นผ่านโทรศัพท์มือถือเรื่องการแก้ปัญหารถสาธารณะที่พบกระทำผิดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะรถแท็กซี่นั้นขณะนี้ กรมฯได้ทำงานร่วมกับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ดำเนินนโยบายจัดระเบียบรถสาธารณะ ทั้งรถตู้โดยสาร รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์รับจ้างอย่างเต็มที่ โดยได้ประสานข้อมูลประชุมรวมถึงจัดส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปร่วมปฏิบัติงาน เพื่อลดปัญหาการให้บริการรถสาธารณะ และป้องกันพฤติกรรมเอาเปรียบประชาชน และผู้ขับขี่รถรับจ้างลง ซึ่งเชื่อว่า อนาคตเมื่อคสช.ได้แก้ปัญหาแล้วเรื่องร้องเรียนจะลดน้อยลง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แห่ร้องเรียนแท็กซี่สายไหม้

  • เร่งอัดแคมเปญท่องเที่ยวรับไฮซีซั่นยุโรป

    เร่งอัดแคมเปญท่องเที่ยวรับไฮซีซั่นยุโรป

    นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตสถานกงสุลใหญ่ กระทรวงพาณิชย์ และชุมชนคนไทย 40 เมืองทั่วสหภาพยุโรป และอเมริกา จัดงานไทยเฟสติวัล เพื่อนำเสนอวัฒนธรรม อาหาร และสินค้าไทย พร้อมกับนำบริษัททัวร์รายใหญ่ ไปทำโปรแกรมทัวร์ขายภายในงาน เพื่อเตรียมขายโปรแกรมทัวร์ต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ของยุโรปที่กำลังจะมาถึงในเดือนต.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมงานไม่ต่ำกว่า 500,000 คน"การจัดกิจกรรมในลักษณะงานรื่นเริงนั้น ถือว่าจะช่วยดึงความสนใจให้นักท่องเที่ยวได้มาก และช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวได้เห็นว่า ขณะนี้เมืองไทยเริ่มมีงานเทศกาลแห่งความสุข ที่พร้อมจะต้อนรับนักท่องเที่ยวไปเที่ยวแล้วอีกทั้ง การใช้สื่อต่าง ๆ เข้ามา เป็นส่วนสำคัญในการกระจายข่าว ททท.ก็จะเชิญรายการโทรทัศน์ชื่อดัง มาถ่ายทำมิวสิควีดีโอที่ไทย ซึ่งจะออกอากาศในเดือนต.ค.นี้ ส่วนตลาดจากฝรั่งเศส จะนำนักเขียนจากโลนลี่แพลนเน็ต มาถ่ายทำและเขียนสารคดีในไทยพร้อมเชิญบล็อกเกอร์มาร่วมเส้นทางอาหารไทยในภาคอีสาน เพื่อเน้นสร้างความเชื่อมั่นสื่อมวลชน และนักท่องเที่ยว"ส่วนตลาดอเมริกานั้น ททท.เตรียมจัดงานอะเมซซิ่งไทยแลนด์ ไทยลิเชียสเดย์ ร่วมกับสถานกงสุลใหญ่จำลองตลาดนัดยามราตรีของไทยในในนิวยอร์ค ซึ่งถือเป็นงานคอนซูเมอร์ขนาดใหญ่ โดยคาดว่าจะมีผู้ชมงานกว่า 25,000 – 30,000 คนสำหรับสถานการณ์ตลาดสหภาพยุโรป ระหว่างเดือนม.ค.-พ.ค.พบว่ายังเติบโต 7.5% ตลาดอเมริกาโต 0.28% ตลาดแอฟริกาใต้โต 22% แต่ตลาดตะวันออกกลางลดลง 5.46% ทั้งนี้ สิ่งที่ยังเป็นห่วง คือยอดการจองล่วงหน้าในช่วงไฮซีซัน ที่ยังชะลอตัวลง โดยได้เตรียมจัดทำโปรโมชั่นร่วมกับบริษัทนำเที่ยว และสายการบิน เพื่อกระตุ้นให้เกิดการจองแพ็คเกจเข้ามาในช่วงไฮซีซันนี้ด้วยการ แถมที่พัก 2คืนในกรุงเทพสำหรับแพ็คเกคซัมเมอร์ ฮอลิเดย์สำหรับตลาดตะวันออกกลาง จะร่วมกับสายการบิน เอมิเรสต์ฮอลิเดย์ และการ์ต้าแอร์เวยส์ จัดโปรโมชั่นกระตุ้นตลาดวันหยุดยาว หลังรอมฎอน และตลาดอิสราเอล ร่วมกับสายการบินรอยัลจอร์แดน และบริษัทนำเที่ยวขนาดใหญ่ จัดโปรโมชั่นในเดือนกค.-สค.นี้ เป็นต้น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งอัดแคมเปญท่องเที่ยวรับไฮซีซั่นยุโรป

  • บอร์ดกสท. เล็งปล่อยช่องดาวเทียมที่เหลือออกอากาศ

    บอร์ดกสท. เล็งปล่อยช่องดาวเทียมที่เหลือออกอากาศ

    นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) วันที่ 23 มิ.ย.57 จะมีการพิจารณาแจ้งยืนยันผู้ประกอบการทีวีดาวเทียมที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ภายหลังการอนุญาตตามประกาศ คสช. ซึ่งเมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการทั้ง 3 ชุด ได้แก่ ชุดไม่ใช้คลื่นความถี่ ชุดผังรายการและเนื้อหารายการ และชุดคุ้มครองผู้บริโภค ได้มีการประชุมร่วมกัน เพื่อพิจารณาข้อมูลสถานีโทรทัศน์ 101 ช่องรายการ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคในโฆษณาอาหารและยาที่ผิดกฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณายืนยันเป็นช่องรายการแบบบอกรับสมาชิก ในการตรวจเทปย้อนหลัง ของสำนักงานได้มีเจ้าหน้าที่จาก อย. กระทรวงสาธารณสุข และ อาจารย์จากคณะเภสัช จุฬาฯ มาร่วมตรวจสอบ สำหรับผลที่ตรวจสอบแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีการกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค   และกลุ่มที่มีการกระทำที่เข้าข่าย แต่ไม่ส่งผลกระทบที่รุนแรง เบื้องต้นคณะอนุกรรมการเห็นว่าควรให้โอกาสในการปรับตัวให้มีการดำเนินการได้อย่างถูกต้องภายใต้เงื่อนไขโดยทั่วไป 58 ช่อง กลุ่มที่ 2 พบการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคอย่างชัดเจน เห็นควรมีมาตรการให้สำนักงาน กสทช. หารือ ตักเตือนช่องรายการดังกล่าว เพื่อสร้างความเข้าใจและกำหนดแนวทางการปรับตัวให้ดำเนินการได้อย่างถูกต้อง จำนวน 42 ช่อง และกลุ่มที่ 3 ช่องที่ขอยกเลิกการประกอบกิจการ จำนวน 1 ช่อง ทั้งนี้ ยังมีช่องรายการอื่นๆ ที่ส่งเอกสาร หลักฐาน ไม่ถูกต้อง จึงได้ประสานเพื่อให้จัดส่งใหม่ อีก 19 ช่อง และช่องที่อยู่ระหว่างการส่งเอกสาร หลักฐาน เพื่อการพิจารณา 21 ช่อง ซึ่งหากช่องดาวเทียมช่องไหนที่ไม่มีการกระทำผิดคาดว่าวันที่ 23 มิ.ย.นี้ จะกลับมาออกอากาศได้อีก ส่วนช่องไหนยังไม่ได้รับการพิจารณา สำนักงานมีแผนจะเชิญผู้ประกอบการมาทำความเข้าใจ และทำข้อตกลงปรับผังรายการให้ถูกกฎหมายต่อไป ส่วนช่องที่เคยทำผิดกม.มาก่อนจะถูกหมายเหตุไว้ในเงื่อนไขการคืนสิทธิ์ด้วย เพราะหลังการได้รับสิทธิไปแล้วหากพบการโฆษณา หรือรายการที่ทำผิดอีกจะมีมาตรการดำเนินการทางปกครองที่เข้มข้นขึ้น ซึ่งสาธารณะสามารถช่วยเฝ้าระวังและร้องเรียนเข้ามาได้  รวมทั้งช่องทีวีการเมืองอย่าง T News แม้ได้รับการปลดล็อกแล้ว แต่เนื่องจากเคยพบเรื่องร้องเรียนโฆษณาที่ผิดกฎหมาย อย. ก็จะมีหมายเหตุห้ามทำผิดอีก เช่นกัน ส่วนช่องจอสีการเมืองที่ถูกสั่งระงับ ต้องรอ กสทช. หารือกับ คสช.ก่อน นอกจากนี้ ยังมีวะระการอนุมัติผังรายการทีวีดิจิตอลเพิ่มเติม 2 ช่อง วาระการพิจารณาร่างประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การจัดทำผังรายการสำหรับการให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. … วาระสรุปผลการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะและแนวทางดาเนินการต่อร่างประกาศ กสทช. ว่าด้วย หลักเกณฑ์กำกับดูแลการแข่งขันในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ จานวน 2 ฉบับ และวาระการตรวจสอบแบบสัญญาการให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิก พ.ศ. 2556 นางสาวสุภิญญา กล่าวว่า ช่วงบ่ายจะมีการประชุมบอร์ด กสทช.นัดพิเศษ เรื่อง โครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ตามผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหารกองทุนฯ (กทปส.) ดังนี้ หนังสือถึงประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ในการขอความอนุเคราะห์ข้อมูลและเอกสารประกอบโครงการฯ เพิ่มเติม รายงานการประเมินราคากล่อง Set Top Box และสายอากาศโทรทัศน์ในระบบดิจิตอลของคณะทำงานฯ รวมถึงข้อสังเกตต่างๆจากการประชุมกลุ่มย่อยฯ หนังสือถึงคณะกรรมการองค์กรอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคภาคประชาชน ในการขอความอนุเคราะห์ข้อมูลราคากล่องแปลงสัญญาณทีวีระบบดิจิตอล พร้อมทั้ง หนังสือชี้แจงข้อมูลของคณะกรรมการฯภาคประชาชน มติที่ประชุมคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมายของ กสทช. ในการพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายของโครงการฯ นอกจากนี้พิจารณาการดำเนินการที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นสาธารณะตามมติคณะอนุกรรมการที่ปรึกษาด้านกฎหมาย กสทช. หรือไม่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ดกสท. เล็งปล่อยช่องดาวเทียมที่เหลือออกอากาศ