เดือน: มิถุนายน 2014

  • แอพเรียกแท็กซี่ให้ส่วนลดช่วงฟุตบอลโลก

    แอพเรียกแท็กซี่ให้ส่วนลดช่วงฟุตบอลโลก

    แกร็บแท็กซี่ (GrabTaxi)  แอพพลิเคชั่นเรียกรถแท็กซี่อันดับหนึ่งของภูมิภาค มอบส่วนลด 50บาทให้ผู้ใช้บริการในช่วงฟุตบอลโลก วิธีการใช้บริการให้ใส่แฮชแทค#footballfever ในช่อง “รหัสโปรโมชั่น”จะได้รับส่วนลดสำหรับค่าใช้บริการรถแท็กซี่ ส่วนลดดังกล่าวเป็นส่วนลดค่าโดยสารตามมิเตอร์เท่านั้น ผู้โดยสารต้องชำระค่าบริการเรียกรถ 25บาท ให้กับคนขับแท็กซี่โดยตรง   โปรโมชั่นนี้ใช้งานได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่13 กรกฎาคม และสามารถใช้ซ้ำได้ทุกครั้งที่เรียกใช้บริการอีกทั้งยังสามารถใช้กับ GrabCar บริการรถลีมูซีนของเราได้อีกด้วย  ผู้โดยสารสามารถจองแท็กซี่ได้ตั้งแต่ 2ชั่วโมงจนถึง 1 สัปดาห์ก่อนการเดินทาง GrabTaxi เป็นองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมแท็กซี่ก่อตั้งโดยนักศึกษาที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ในการแข่งขันประจำปีของHarvard Business School Business Plan Contest แอพGrabTaxi คือนวัตกรรมใหม่แห่งการขนส่งสาธารณะโดยเสนอระบบจ่ายงานสำหรับรถแท็กซี่โดยใช้เทคโนโลยี GPS ที่ทำให้ผู้โดยสารเรียกแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุดได้อย่างง่ายดายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 มีคนขับรถแท็กซีหลายหมื่นคนได้เริ่มใช้เทคโนโลยีGrabTaxi บนสมาร์ทโฟนเพื่อรับการเรียกแท็กซี่ที่อยู่ในเมืองต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม ผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต หลังจากติดตั้งแอพลิเคชั่นแล้ว  (www.grabtaxi.com)  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แอพเรียกแท็กซี่ให้ส่วนลดช่วงฟุตบอลโลก

  • แนะจัดระเบียบพื้นที่ปลูกข้าว

    แนะจัดระเบียบพื้นที่ปลูกข้าว

    นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทย ต้องการเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาจัดระเบียบพื้นที่ปลูกข้าว 70 ล้านไร่ ในไทยใหม่ เพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร ด้วยการส่งเสริมให้ชาวนาเปลี่ยนการปลูกข้าวในพื้นที่นาดอน 27ล้านไร่ มาปลูกสินค้าเกษตรประเภทอื่น เช่น อ้อย, มันสำปะหลัง, ข้าวโพดและยางพาราแทน เนื่องจากที่ผ่านมาชาวนาที่ปลูกข้าวบริเวณดังกล่าวแทบไม่มีกำไร หรือมีรายได้เพียง 4,000 – 4,500 บาทต่อไร่ เนื่องจากมีต้นทุนสูง และผลผลิตต่อไร่ต่ำเฉลี่ยไม่เกิน 250-300 กก.ต่อไร่ ทั้งนี้หากเปลี่ยนมาปลูกอ้อยอาจมีรายได้สูงถึง14,000 บาทต่อไร่ เมื่อหักลบต้นทุน ก็จะมีกำไร 5,000 บาทต่อไร่ หรือปลูกมันสำปะหลัง จะมีรายได้ 8,000 -10,000 บาทต่อไร่ และมีกำไร 2,000 -3,000 บาทต่อไร่“ประเมินว่า มีที่นาในการเพาะปลูกข้าวขณะนี้ 70 ล้านไร่ แต่เป็นพื้นที่เหมาะสมน้อย หรือไม่เหมาะสมในการปลูกข้าวถึง 26-27 ล้านไร่ ตรงนี้ ผู้ที่ปลูกข้าวแทบไม่ได้กำไรเลย หรือไม่ก็ขาดทุนเพราะมีผลผลิตต่ำไม่ถึง 300 กก.ต่อไร่ หากเป็นพื้นที่นาในเขตชลประทานในบางพื้นที่ อาจมีผลผลิต 600-800 กก.ต่อไร่ดังนั้นหากส่งเสริมให้ปลูกพืนชนิดอื่น ก็จะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น”แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า คสช. ได้มอบหมายกระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับเรื่องข้าว โดยจะปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ใหม่ โดยเฉพาะกรมการค้าต่างประเทศ ที่จะต้องลดบทบาทการเป็นผู้เจรจาขายข้าวเอง มาเป็นผู้ดูแลกลไก และหันมาส่งเสริมภาคเอกชน และรัฐวิสาหกิจ ที่มีคือองค์การคลังสินค้า (อคส.) องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.) เป็นตัวขับเคลื่อน ทั้งตลาดในและต่างประเทศ ขณะเดียวกัน ก็จะมีหน้าที่ดูแลเสถียรภาพด้านราคาข้าวด้วย“ส่วนการประชุมคณะอนุกรรมการด้านการระบายข้าวครั้งล่าสุดนั้น ที่ประชุมได้ไฟเขียวการระบายข้าวตามสัญญาจีทูจีที่ไทยได้ทำกับคอฟโกรัฐวิสาหกิจของจีนแล้ว โดยล็อตแรก 100,000 ตัน จากสัญญาซื้อขาย 1 ล้านตันคาดว่ามีปริมาณที่รอการส่งมอบเหลือไม่มาก”นายสมเกียรติ มรรคยาธรเลขาธิการสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า สมาคมฯ ได้ยื่นหนังสือต่อพล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลป์ยะรองหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ ของคสช. เพื่อขอให้เปิดโกดังสต๊อกข้าวรัฐบาล ที่ผู้ส่งออกข้าวได้รับการอนุมัติซื้อข้าวสต๊อกรัฐบาลผ่านวิธีการประมูลเป็นการทั่วไป การระบายผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย (เอเฟต) ซึ่งได้ทำสัญญาและชำระค่าข้าวไปแล้ว ก่อนที่คสช.จะเข้ามาบริหารประเทศมีปริมาณรวมกว่า 300,000 ตัน โดยขอให้ผู้ส่งออกขนข้าวออกจากโกดังได้ล่าสุดทางพล.อ.ฉัตรชัย ได้อนุญาตให้ผู้ส่งออกสามารถขนข้าวออกจากโกดังได้โดยนำหลักฐานการชำระเงินมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อนำข้าวออกจากโกดังรัฐ“พล.อ.ฉัตรชัยได้แจ้งกับผมเองว่า อนุญาตให้นำข้าวที่ทำสัญญา และชำระเงินออกไปได้ โดยให้ยื่นหลักฐานการชำระเงิน เพื่อขอให้ทหารเปิดโกดังข้าวซึ่งข้าวในส่วนที่ขนออกได้นั้น ไม่เกี่ยวข้องกับการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)ที่หยุดการระบายไว้ก่อน”อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ผู้ส่งออกที่มีหลักฐานการชำระเงินชัดเจน ก็จะทยอยขนข้าวออกจากโกดังสต็อกรัฐบาลซึ่งเชื่อว่าปริมาณข้าวดังกล่าวจะช่วยรองรับความต้องการซื้อข้าวในตลาดต่างประเทศที่มีความต้องการซื้อเข้ามามาก โดยเดือนพ.ค.ไทยสามารถส่งออกข้าวให้ต่างประเทศได้มากกว่า 1 ล้านตัน เนื่องจากราคาข้าวไทยอยู่ในระดับที่แข่งขันกับประเทศคู่แข่งส่งออกข้าวไทยสำหรับกรณีที่มาเลเซียซื้อข้าวจากประเทศเวียดนาม 200,000 ตัน เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นการเจรจาขายข้าวล็อตใหม่ไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจาขายข้าวระหว่างรัฐบาลไทยและมาเลเซีย 800,000 ตันก่อนที่คสช.จะเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งมาเลเซียมีคำสั่งซื้อล่วงหน้าหลายล็อต อีกทั้งในปีนี้ไทยก็ขายข้าวให้มาเลเซียได้จำนวนมาก โดยช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ ไทยขายข้าวให้มาเลเซียได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะจัดระเบียบพื้นที่ปลูกข้าว

  • อสังหาเดือดร้อนหนักแรงงานหาย

    อสังหาเดือดร้อนหนักแรงงานหาย

    นายวิสิฐษ์โมไนยพงศ์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน เปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้จัดทำจดหมายเปิดผนึก ส่งประเด็นความเดือดร้อนและข้อเสนอแนะผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้าน ไปถึงหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เนื่องจาก ได้รับการร้องเรียนจากสมาชิกฯ เรื่องผลกระทบจากแรรงานอพยพกลับประเทศกัมพูชาซึ่งทำให้เกิดปัญหาแรงงานขาดแคลนฉับพลันในธุรกิจรับสร้างบ้านและผู้ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง โดยสมาคมฯได้รวบรวมข้อปัญหา และข้อเสนอแนะเพื่อเป็นประโยชน์ต่อคณะทำงานในการแก้ปัญหาต่อไป3 ข้อร้องเรียนหลัก  สมาคมฯได้นำเสนอประเด็นเกี่ยวเนื่องต่างๆ เพื่อเป็นการวางแผนในระยะยาว 3 ข้อเรียกร้องหลักคือ ด้านแรงงาน มีข้อเสนอแนะในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ในการก่อสร้างบ้าน ได้แก่ ขอให้คณะทำงานได้ผ่อนผันการทำงานข้ามเขต  เพื่อบรรเทาปัญหาแรงงานขาดแคลน ปัญหาเรื่องความชัดเจนของอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานรัฐโดยขอให้จัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ชัดเจน ไม่ซ้ำซ้อนหรือจัดตั้งหน่วยงานที่ร่วมทำงานในลักษณะครบวงจรที่เดียว เพื่อความสะดวกรวดเร็วในกระบวนการนำเข้าแรงงานปัญหาเรื่องการกำหนดพื้นที่การทำงาน โดยกำหนดพื้นที่ทำงานให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงโดยกำหนดให้ใช้พื้นที่จังหวัด ปํญหาการกำหนดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าแรงงานขอให้ปรับลดค่าใช้จ่ายให้ต่ำลง เพื่อจูงใจให้แรงงานกลับเข้ามาทำงานในค่าใช้จ่ายที่ต่ำลงและเป็นการลดภาระของผู้ประกอบการ ส่งผลให้ต้นทุนสู่ผู้บริโภคต่ำลง ถัดมาคือข้อเสนอด้านเศรษฐกิจ ที่ขอให้พิจารณาแนวทางกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภค เช่น จัดทำโครงการยกเว้นภาษีผู้ก่อสร้างบ้านบนที่ดินของตนเองและโครงการลดค่าธรรมเนียมการจดจำนอง จาก1%  เป็น 0.01% และสุดท้าย คือด้านฐานข้อมูล ขอให้พิจารณากระบวนการจัดทำฐานข้อมูลของภาครัฐโดยเฉพาะการจัดหมวดหมู่ ประเภทธุรกิจ ควรปรับฐานข้อมูลให้ตรงตามสภาพความเป็นจริงซึ่งแต่ละธุรกิจมีแตกต่างกัน เช่น ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจให้บริการรับสร้างบ้านบนที่ดินของผู้บริโภค ถือเป็นประเภทบริการแต่ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ ก่อสร้าง  ทำให้มาตรการของภาครัฐที่ออกมานั้นจึงไม่ตรงกับความต้องการที่แท้จริง  “สมาคมฯได้รับร้องเรียนจากสมาชิกอย่างต่อเนื่อง และเห็นว่าเป็นความเดือดร้อนจริง จึงตัดสินใจเดินหน้าส่งจดหมายเปิดผนึกถึงหัวหน้าคสช. เพื่อขอแจ้งข้อมูลและประสานความร่วมมือ และหวังว่าจะได้รับการพิจารณาแก้ปัญหาตามเห็นสมควรเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งสมาคมฯยินดีให้ความร่วมมือกับคณะทำงาน เพื่อร่วมกันหาทางออกที่ดีอย่างเต็มที่”  สมาคมรับสร้างบ้านร่อนหนังสือถึงคสช.เร่งแก้ปัญหาแรงงาน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อสังหาเดือดร้อนหนักแรงงานหาย