เดือน: มิถุนายน 2014

  • ปลัดพาณิชย์คนใหม่คึกเร่งประชุมงบฯ

    ปลัดพาณิชย์คนใหม่คึกเร่งประชุมงบฯ

    นายบุญฤทธิ์กัลยาณมิตร ผู้ตรวจราชการ ในฐานะ โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ได้เรียกหน่วยงานสังกัดกระทรวงพาณิชย์ทั้งหมดเข้าประชุมเพื่อหารือการจัดทำงบประมาณ2558เป็นวาระเร่งด่วนภายหลังเข้ารับตำแหน่งใหม่ แทนนางศรีรัตน์ รัษฐปานะ ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช)มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่งปลัดกระทรวงพาณิชย์ไปดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรีสำหรับภาระกิจการจัดทำงบประมาณถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ มีกรอบเวลาที่กำหนดชัดเจนต้องเสนอสำนักงบประมาณต่อไปตามกรอบเวลากำหนดที่ คสช.ให้ส่งงบประมาณปี 2558 ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแต่กระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามกรอบเวลาที่ คสช.กำหนดให้จึงขอยืดหยุ่น ระยะเวลาส่ง สรุปงบประมาณปี 2558 ออกไปและคาดว่าสัปดาห์นี้จะส่งให้ได้ ทั้งนี้กรอบงบประมาณ2558 ที่เป็นตัวเลขที่ชัดเจนยังไม่มีออกมา งบประมาณ ที่กระทรวงพาณิชย์จัดทำ เป็นไปตาม นโยบายของคสช.โดยการเน้นงบประมาณตามนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาครัฐโดยมีภาระกิจหลักคือกระตุ้นการส่งออกสินค้าที่จะต้องดึงเงินตราเข้าสู่ประเทศของกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และคสช.ยังให้มีการชะลองบประมาณที่ใช้ไปแล้วไม่เกิดผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจมากนัก เช่นงบประมาณ สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศเรื่องงบประมาณ ก่อสร้างอาคาร ปรับปรุงและตบแต่งอาคาร และขอให้เน้นในกิจกรรมที่จับต้องได้ ให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สำหรับในส่วนกระทรวงพาณิชย์ได้มีการจัดทำงบประมาณภายใต้การดำเนินงาน ใน 2 เรื่องหลัก คือ1.การลดค่าครองชีพให้กับประชาชนโดยให้กรมการค้าภายในเป็นหน่วยงานรับผิดชอบดูแล 2.การช่วยเหลือ รัฐวิสาหกิจการข่วยเหลือลูกค้าเอสเอ็มอี อาทิจัดกิจกรรมเพื่อดูแลผู้ประกอบการสินค้าโอท็อป รวมถึงการจัดแสดงสินค้าเพื่อกระตุ้นการบริโภค“การจัดทำงบประมาณ2558ยอมรับว่ากระทรวงพาณิชย์ทำได้ไม่ทันเวลาที่คสช.กำหนด ปลัดใหม่ จึงต้องประชุมเร่งด่วน เพราะขณะนี้ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายแล้วเหลือเพียงสรุปตัวเลขให้ชัดเจนและนำเสนอต่อ สำนักงบประมาณต่อไปคาดว่าสัปดาห์นี้น่าจะสรุปตัวเลขงบประมาณที่แน่ชัดได้ ดังนั้นวันนี้มีจึงการประชุมเรื่องงบประมาณ กระทรวงพาณิชย์ช้ากว่า กระทรวงอื่นวันนี้เป็นวันหยุด เข้ามา เสนอวันจันทร์ได้ทันที เพราะกระทรวงพาณิชย์ถือว่าเรื่องการจัดทำงบประมาณ เพื่อเสนอต่อ สำนักงบประมาณ และคสช. ถือว่าล่าช้ามาก “

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดพาณิชย์คนใหม่คึกเร่งประชุมงบฯ

  • บิ๊กสหพัฒน์มั่นใจปีหน้ารายได้กระฉูด

    บิ๊กสหพัฒน์มั่นใจปีหน้ารายได้กระฉูด

    นาย บุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภค เปิดเผยว่า รายได้ของบริษัทในปีหน้าจะพลิกฟื้นกลับมาเติบโตเท่าภาวะปกติทีี่10%อีกครั้ง ซึ่งเป็นผลจากการดำเนินแผนพัฒนาเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน หลังจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมาที่เกิดวิกฤตต่างๆในประเทศทำให้รายได้เติบโตน้อยมากเพียง 3-4%ทั้งนี้บริษัทคาดว่าการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) จะเติบโตแบบก้าวกระโดดที่ 4% จากปีนี้ืี่ที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 1.5% ซึ่งเป็นอานิสงส์จากภาคการลงทุน เพราะแผนพัฒนาเศรษฐกิจที่เห็นเป็นรูปธรรมสร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน ทำให้การลงทุนที่ชะลอตัวจะกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง และมูลค่าการลงทุนจะสูงกว่าปกติ เนื่องจากต้องการเร่งดำเนินธุรกิจเพื่อทำรายได้ชดเชยส่วนที่หายไป ทำให้มีเม็ดเงินสะพัดในเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น ชาวไทยจะมีรายได้มากขึ้น หนุนยอดขายสินค้าของบริษัทให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง"แม้ ว่าต่างชาติทั้ง สหรัฐและยุโรป จะไม่เห็นด้วยกับการทำรัฐประหารและจะลดการลงทุนในไทย แต่ไม่กระทบมากนัก เพราะมูลค่าการลงทุนยังน้อยเมื่อเทียบกับญี่ปุ่นที่เชื่อมั่นในไทย และยังลงทุนต่อเนื่อง ขณะเดียวกันมองว่าต่อไปเมื่อเห็นการพัฒนาในด้านต่างตามแผนของคสช. ความเชื่อมั่นจะกลับมาเอง"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บิ๊กสหพัฒน์มั่นใจปีหน้ารายได้กระฉูด

  • คุมค่ายมือถือส่งเอสเอ็มเอส

    คุมค่ายมือถือส่งเอสเอ็มเอส

    นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้ สคบ.จะเชิญผู้ประกอบการจากบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือทุกรายเข้ามาหารือถึงแนวทางการควบคุมบริการส่งข้อความสั้น (เอสเอ็มเอส) ให้กับผู้บริโภคหลังจากที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนจากผู้บริโภคหลายราย ว่าได้รับเอสเอ็มเอสในโทรศัพท์มือถือโฆษณาขายสินค้า และให้สมัครบริการต่างๆเป็นจำนวนมากซึ่งบางข้อความเมื่อส่งมาแล้วผู้บริโภคเปิดอ่านก็เสียเงินโดยไม่รู้ตัวซึ่งเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคที่ชัดเจนทั้งนี้หลังจากเชิญผู้ประกอบการมาหารือแล้ว สคบ.ยังเตรียมแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมเรื่องดังกล่าวให้มีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมาย หากผู้ประกอบการกระทำผิดหรือมีผู้บริโภคร้องเรียนมาว่า ได้รับเอสเอ็มเอสเสียเงินโดยไม่ได้รับความยินยอมจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที ขณะเดียวกันกฎหมายดังกล่าวเบื้องต้นอาจเขียนบทบัญญัติ ถึงการนำข้อมูลผู้บริโภคโดยเฉพาะการนำเบอร์โทรศัพท์ของผู้บริโภคไป ผู้ประกอบการจะต้องได้รับความยินยอมก่อนเพราะไม่อย่างนั้นจะถือว่าเป็นการละเมิดสิทธินำข้อมูลของผู้บริโภคไปใช้เพื่อให้ได้ผลประโยชน์ทางธุรกิจ“เชื่อว่ามีผู้บริโภคส่วนใหญ่เจอปัญหานี้กันหมดทุกคน และไม่รู้ว่าเอสเอ็มเอสที่ส่งข้อความโฆษณาต่างๆ ไปเอาเบอร์ของตัวเองมาจากไหนบางครั้งก็มีเอสเอ็มเอสดังทั้งวันจนน่ารำคาญ และที่เป็นปัญหาเลยก็คือ มีบางเอสเอ็มเอสส่งมาแล้วทำให้ผู้บริโภคเสียเงินโดยไม่รู้ตัวด้วยซึ่งที่ผ่านมาจากการหารือกับผู้ประกอบการก็บอกว่า แนวทางการแก้ปัญหา ก็ทำได้โดยให้ผู้บริโภคโทรไประงับเอสเอ็มเอส แต่เมื่อเป้นอย่างนั้นหากผู้บริโภคจำเป็นต้องสื่อสารเรื่องส่วนตัวกับญาติพี่น้องก็รับเอสเอ็มเอสไม่ได้จึงทำให้เกิดความเดือดร้อนเกิดขึ้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมค่ายมือถือส่งเอสเอ็มเอส