นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ได้ปรับลดประมาณการณ์ผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคอุตสาหกรรม (จีดีพีภาคอุตสาหกรรม) ปี 57เหลือ 1-2%จากเป้าหมายเดิมคาดว่าขยายตัว 2-3% เนื่องจากดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม(เอ็มพีไอ)ปีนี้ คาดว่า ขยายตัวไม่เกิน 1% จากเดิมตั้งเป้าหมายขยายตัว 1.5-2%และหน่วยงานหลักของประเทศปรับลดลดการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ(จีดีพี) ปีนี้ เหลือ 3-3.5% จากเป้าหมายเดิมขยายตัว 4-5%“ ปีนี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำกว่าที่เคยประมาณการณ์ไว้ทางสศอ. ก็จำเป็นต้องปรับ จีดีพีอุต ฯ ให้สอดคล้องกันเป็นผลจากปัจจัยการส่งออกขยายตัวต่ำกว่าเป้าหมาย จากเดิมคาดการณ์กันว่า จะขยายตัว 7%ล่าสุดกระทรวงพาณิชย์บอกเหลือแค่3.5% ขณะที่แรงซื้อในประเทศช่วงที่ผ่านมาก็ยังไม่ดีนักโดยเฉพาะผลจากการชะลอตัวลงของตลาดรถยนต์หลังหมดโครงการรถคันแรกซึ่งตอนนี้ต้องรอลุ้นแรงกระตุ้นเศรษฐกิจจากมาตรการต่างๆ ที่คาดว่าจะเริ่มมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจในไตรมาส 4 เชื่อว่า แรงซื้อต่างๆในประเทศจะกลับคืนมา”สำหรับดัชนีเอ็มพีไอในเดือนมิ.ย. ติดลบ 6.6 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนเป็นการติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 14 ส่งผลให้เอ็มพีไอครึ่งปีแรก ของปี 57 ติดลบ 6.1 % เนื่องจากการผลิตในอุตสาหกรรมสำคัญ ปรับตัวลดลง โดยเฉพาะ อุต ฯ ยานยนต์ในเดือน มิ.ย. ลดลงถึง 26.10 %เพราะความต้องการรถยนต์ในประเทศปรับตัวลดลงขณะที่อุตฯ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ในเดือน มิ.ย.ปรับลดลง 1.73 % โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับลดลงของอุตฯ เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่นกลุ่มเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น พัดลมเพราะผู้บริโภคในประเทศมีการชะลอตัวการใช้จ่ายตามภาวะเศรษฐกิจ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศอ. ลดเป้าจีดีพีอุตสาหกรรมลง
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

สศอ. ลดเป้าจีดีพีอุตสาหกรรมลง
-

ปตท.ยันคืนท่อส่งก๊าซให้คลังหมดแล้ว
นายประเสริฐ สลิลอำไพ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สื่อสารองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บมจ. ปตท.เปิดเผยถึงกรณีกระแสข่าวที่ระบุว่าปตท.ส่งคืนทรัพย์สินท่อส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่กระทรวงการคลังตามคำสั่งศาลปกครองยังไม่ครบถ้วนว่า ปตท. ยืนยันว่าภายหลังแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนแล้วได้แยกและส่งมอบทรัพย์สินต่างๆ ให้กระทรวงการคลังตามคำสั่งศาลปกครองครบถ้วนแล้ว ตั้งแต่วันที่ 26 ธ.ค. 51 ซึ่งศาลปกครองสูงสุดได้บันทึกในคำร้องสรุปการโอนทรัพย์สินทั้งหมดเรียบร้อยแล้วและศาลปกครองสูงสุดยังมีคำสั่งยืนยันอีกครั้งเมื่อวันที่ 3 มี.ค.52 จึงเป็นการยืนยันชัดเจนว่า ปตท.ได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวเรียบร้อยแล้วสำหรับประเด็น ปตท. ผูกขาดระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาตินั้นปตท.ขอชี้แจงว่า ธุรกิจท่อส่งก๊าซธรรมชาติเป็นธุรกิจเสรีภายใต้พ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 โดยผู้ที่ต้องการประกอบกิจการขนส่งก๊าซธรรมชาติสามารถยื่นขอใบอนุญาตจากคณะกรรมการกิจการพลังงาน(กกพ.) ได้โดยตรง ซึ่งปัจจุบันมีผู้รับใบอนุญาตนอกเหนือจาก ปตท. เช่น กลุ่มบริษัทกัลฟ์ กลุ่มบริษัทอมตะแต่เนื่องจากธุรกิจท่อส่งก๊าซต้องใช้เงินลงทุนสูง มีขั้นตอนกระบวนการมากมายและต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะมีรายได้จากการประกอบกิจการ จึงทำให้ปัจจุบันมีผู้สนใจเข้ามาประกอบกิจการในธุรกิจท่อส่งก๊าซฯ ไม่กี่ราย“ปตท.ในฐานะหนึ่งในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจยินดีและพร้อมที่จะปฏิบัติตามนโยบายและหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ภาครัฐกำหนดรวมถึงนโยบายเรื่องการเปิดใช้หรือเชื่อมต่อระบบส่งก๊าซธรรมชาติให้แก่บุคคลที่ 3 ของ กกพ. ดังนั้น ปตท. จึงได้เริ่มดำเนินการปรับโครงสร้างองค์กรตั้งแต่เดือนก.พ. 57 เป็นต้นมาเพื่อเตรียมการแยกสินทรัพย์และระบบบัญชีของระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติออกมาให้ชัดเจนซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี58 และเตรียมการแยกกิจการท่อส่งก๊าซธรรมชาติรองรับการจัดตั้งเป็นบริษัทท่อส่งก๊าซในอนาคต”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปตท.ยันคืนท่อส่งก๊าซให้คลังหมดแล้ว -

ธกส.อัดสินเชื่อพันล้านอุ้มลำไย
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) สนับสนุนสินเชื่อแก่ผู้ประกอบ สถาบันเกษตรกรและผู้ค้ารายย่อย วงเงิน 1,184 ล้านบาท โดยผู้ประกอบการและผู้ค้ารายย่อย อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายย่อยชั้นดี (เอ็มอาร์อาร์) -3 หรือ 4% และสถาบันเกษตรกร อัตราดอกเบี้ยลูกค้ารายชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) -3 หรือ 2% เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนและเสริมสภาพคล่องในการรวบรวมและแปรรูปเพื่อการส่งออก ได้แก่ การรวบรวมลำไยสด การแปรรูปลำไยอบแห้งทั้งเปลือกและลำไยอบแห้งเนื้อสีทองทั้งนี้ คณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ได้กำหนดแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาราคาลำไยตกต่ำในเขตพื้นที่ภาคเหนือ 6 จังหวัด ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน น่าน พะเยาและแพร่ ซึ่งคาดว่าจะมีปริมาณผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงเดือนก.ค.และส.ค.สูงถึง 530,802 ตัน โดยใช้มาตรการกระจายลำไยออกนอกแหล่งผลิต มาตรการส่งเสริมการแปรรูปและมาตรการส่งเสริมด้านการตลาดเข้ามาแก้ปัญหา“เชื่อว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะรองรับปริมาณลำไยสดในตลาดได้ไม่ต่ำกว่า 73,600 ตัน และช่วยยกระดับราคาลำไยในพื้นที่ให้สูงขึ้น ส่งผลดีต่อเสถียรภาพราคาผลผลิตของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้เพื่อสร้างความยั่งยืนในการบริหารจัดการด้านการตลาดผลผลิตลำไย ธ.ก.ส.ได้สนับสนุนการพัฒนาและการเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้กับผู้ปลูกลำไยทั้งเพื่อการบริโภคและการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ”นอกจากนี้ ธ.ก.ส.ยังสนับสนุนการกระจายผลผลิตลำไยสดสู่ผู้บริโภคผ่านเครือข่ายสหกรณ์การเกษตรเพื่อการตลาดลูกค้า ธ.ก.ส. (สกต.) ตามแนวทางเพื่อนช่วยเพื่อน พร้อมสนับสนุนสินเชื่อลำไยใกล้บ้านแก่ผู้ค้ารายย่อยเพื่อซื้อผลผลิตลำไยสดไปขายยังผู้บริโภคทั่วประเทศ วงเงินประมาณ 100 ล้านบาท รวมถึงการจัดงานมหกรรมลำไยร่วมกับภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นการบริโภคลำไยภายในประเทศให้มากขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธกส.อัดสินเชื่อพันล้านอุ้มลำไย