เดือน: กรกฎาคม 2014

  • เปิดจองคอนโดออนไลน์

    เปิดจองคอนโดออนไลน์

    นายเนรมิต สร้างเอี่ยม กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์จำกัด (แกรนด์ ยู) เปิดเผยว่า บริษัทได้นำคอนโดมิเนียมภายใต้แบรนด์ คอนโด ยู,ยู ดีไลท์ และ ยู ดีไลท์ เรสซิเดนซ์ รวม 11โครงการ 800-900 ยูนิต มูลค่ากว่า 2,000 ล้านบาท ทำเลรอบกรุงเทพฯ มาเปิดให้บริการ จองคอนโดออนไลน์อย่างเป็นทางการในวันที่ 15  ส.ค.นี้ ตั้งแต่เวลา 22.00 – 01.00น. พร้อมทั้งจัดงานมหกรรม กด ราคา ที่ห้างสรรพสินค้าพารากอนระหว่างวันที่ 15-17 ส.ค.นี้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่นิยมซื้อของและหาข้อมูลต่าง ๆในโลกออนไลน์กันมากขึ้น คาดว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1,200 ล้านบาท  ทั้งนี้เนื่องจากได้เก็บข้อมูลที่ลูกค้าติดต่อมาพบว่า มีลูกค้าเข้ามาเยี่ยมชมโครงการเฉลี่ยเดือนละ 120 คน ต่อโครงการและและติดต่อผ่านทางออนไลน์ถึง 50% ของลูกค้าทั้งหมดจึงได้คิดบริการใหม่ดังกล่าว เพื่อให้จองซื้อคอนโดฯได้จากทุกที่ไม่ต้องมาที่สำนักงานขายก็ได้ โดยสามารถดูข้อมูลโครงการ ภาพและเลือกตำแหน่งห้องได้หลากหลายเพื่อเปรียบเทียบราคา และชำระเงินออนไลน์ด้วยการตัดผ่านบัตรเครดิต ซึ่งตั้งแต่ปี 51 ถึงปัจจุบันมียอดจองซื้อกว่า 100,000 ราย แล้วเพราะมั่นใจในคุณภาพและราคาที่สมเหตุผล   “สาเหตุที่บริษัทตัดสินใจจัดงานมหกรรมกดราคาครั้งนี้เพราะเห็นว่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา สถานการณ์ทางการเมืองไม่ค่อยสงบส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคจึงไม่อยากใช้เงิน หรือลงทุน ซึ่งบริษัทเองก็เปิดตัวโครงการไปเพียง3 โครงการ มูลค่า 8,000 ล้านบาทขณะนี้มียอดขายแล้ว 40-50%และมียอดลูกค้ากู้ไม่ผ่านเพิ่มขึ้นจาก 2% เป็น 4-5% ถือว่าไม่มากนัก แต่ปัจจุบันบ้านเมืองสงบขึ้น ภาวะเศรษฐกิจดีขึ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคก็กลับมา จึงได้จัดงานครั้งนี้ เพื่อให้สอดรับกับสภาวะตลาดขาขึ้นคาดว่าสิ้นปีนี้จะมียอดขาย 6,000 ล้านบาท ขณะนี้ทำได้แล้ว 50% และมียอดโอน 4,000 ล้านบาทตามเป้าหมาย พร้อมทั้งจะซื้อที่ดินไว้พัฒนาโครงการใหม่ ๆ เพิ่มอีกโดยเตรียมงบประมาณไว้ 2,000 ล้านบาท”  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดจองคอนโดออนไลน์

  • เร่งสร้างมาตรฐานนายหน้าอสังหา

    เร่งสร้างมาตรฐานนายหน้าอสังหา

    นายสมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า สมาคมกำลังเร่งสร้างมาตรฐานการทำงานของนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อรองรับความต้องการซื้อ-ขายบ้านมือสองที่เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งพัฒนาบุคคลากรให้มีวิชาชีพการทำงานทัดเทียมต่างชาติต่อไป เนื่องจากขณะนี้ตัวเลขบ้านมือสองของไทยทั้งระบบ มีไม่ต่ำกว่า 400,000 หน่วย จากเดิมที่มีเพียง 300,000 หน่วย หลังจากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ปี 54 ทำให้มีที่อยู่อาศัยได้รับความเสียหายจำนวนมาก ส่งผลให้มีบ้านมือสองเพิ่มขึ้นอีก 100,000 หลัง แต่อย่างไรก็ตาม หากดูข้อมูลการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่าง ๆ พบว่ายอดการโอนกรรมสิทธิ์บ้านมือสองในแต่ละปี สัดส่วนไม่น้อยกว่าบ้านใหม่ แสดงให้เห็นถึงความต้องการบ้านมือสองยังมีต่อเนื่องโดยเฉพาะในทำเลกทม.และปริมณฑล“เมื่อบ้านมือสอง อยู่ในความต้องการซื้อของตลาด จึงจำเป็นต้องพัฒนาวิชาบุคลากร เพื่อทำหน้าที่บริการประชาชน จึงได้จัดทำคู่มือมาตรฐานอาชีพ และคุณวุฒิวิชาชีพ เพื่อสร้างมาตรฐาน และคุณภาพของผู้ที่อยู่ในอาชีพนายหน้าอสังหาฯ ไทย ให้มีความสามารถ และประสิทธิภาพในการทำงานเทียบเท่า หรือสูงกว่าผู้ที่มีอาชีพนี้จากประเทศอื่น ๆ เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปี 58”ที่ผ่านมาสมาคมฯ ได้ร่วมกับสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ สำนักนายกรัฐมนตรี จัดทำมาตรฐานวิชาชีพนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในอาชีพนี้มีมาตรฐานการทำงาน และได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น เหมือนกับประเทศอื่น ๆ ที่ใช้มาตรฐานดังกล่าวอย่างเป็นทางการแล้ว เช่น มาเลเซียสิงคโปร์ ฮ่องกง อเมริกา แต่ในไทยนั้น แม้ว่ามีการซื้อขายผ่านนายหน้ามานาน แต่ยังไม่มีพ.ร.บ.ออกมาบังคับใช้ จึงเชื่อว่าการดำเนินการดังกล่าว จะเป็นแนวทางหนึ่งในการส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพนายหน้าฯ รวมทั้งควบคุมให้อยู่ในระเบียบ และแนวทางปฏิบัติให้สอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐ“เร็ว ๆ นี้จะนำเสนอผลการจัดทำมาตรฐานอาชีพ ต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาเห็นชอบและจะจัดประชาพิจารณ์เพื่อเสนอผลการจัดทำมาตรฐานอาชีพและรับฟังความคิดเห็น โดยเชิญผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจากทุกภาคเข้าร่วมแสดงความคิดเห็น ซึ่งได้กำหนดประชาพิจารณ์ไว้กทม. 5 ก.ย.นี้ ส่วนต่างจัวหวัดคือที่ จ.นครราชสีมา 13 ก.ย. จ.ขอนแก่น 27 ก.ย. จ.ภูเก็ต 4 ต.ค. จ.เชียงใหม่11 ต.ค. และเมืองพัทยา 18 ต.ค.นี้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งสร้างมาตรฐานนายหน้าอสังหา

  • พาณิชย์ตั้งทีมเร่งระบายข้าว

    พาณิชย์ตั้งทีมเร่งระบายข้าว

    น.ส.ชุติมา บุณยประภัศรปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศจัดทีมงานในการโรดโชว์และเจรจาในการขายข้าวในลักษณะรัฐต่อรัฐ(จีทูจี) เช่น ประเทศจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย แอฟริกาและประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง เน้นการขายข้าวใหม่ในฤดูกาลผลิต57/58เพื่อช่วยผลักดันให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นเบื้องต้นจะเริ่มจากการเจรจาจีทูจีกับผู้บริหารของ คอฟโกซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่ดูแลการนำเข้าข้าวของจีน ในการทำสัญญาขายข้าวเพิ่มอีก 1ล้านตัน ซึ่งไม่รวมสัญญาเดิมที่เคยทำในรัฐบาลชุดก่อน 1 ล้านตัน“หลักการระบายข้าวนั้นในช่วงที่ข้าวใหม่กำลังจะออกสู่ตลาดกระทรวงพาณิชย์ก็จะหยุดการระบายข้าวในสต็อกไว้ก่อนเพื่อให้ข้าวที่ออกมามีปริมาณพอดีกับความต้องการตลาดโลกซึ่งการเดินสายไปเจรจาขายข้าวกับประเทศต่างๆนั้นก็จะมีการนำภาคเอกชนร่วมด้วยส่วนการซื้อขายล็อตใหญ่ๆนอกจากจีนแล้วยังมีมาเลเซียก็จะเจรจากับผู้ซื้อมาเลเซียที่มีความประสงค์จะซื้อข้าวให้ซื้อข้าวใหม่ประมาณ700,000ตันเชื่อว่าหากเจรจาสำเร็จจะช่วยดึงผลผลิตข้าวฤดูกาลใหม่ออกสู่ตลาดได้มากและมีผลทำให้ราคาข้าวปรับตัวสูงขึ้นได้ต่อเนื่อง”ขณะเดียวกันกระทรวงฯ ยังมีแผนที่จะขยายตลาดข้าวสารภายในประเทศโดยการเชื่อมโยงตลาดและหาช่องทางใหม่ในการขายข้าวไปยังหน่วยงานราชการและหน่วยงานอื่นๆเช่น โรงพยาบาล ค่ายทหาร และเรือนจำ เป็นต้นซึ่งมีเป้าหมายในการขายข้าวให้ได้ประมาณ180,000 ตัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ตั้งทีมเร่งระบายข้าว