เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ราคาทอง30ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,050บาท

    ราคาทอง30ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,050บาท

    วันที่ 30 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:21 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 100 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,268.36 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,650 บาท รับซื้อ 19,550 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,050 บาท รับซื้อ 19,268.36 บาท ทองแท่งขาย 19,650 บาท รับซื้อ 19,550 บาท เวลา 09:21 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง30ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,050บาท

  • ปลอกแขนอัจฉริยะ MYO – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    ปลอกแขนอัจฉริยะ MYO – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

    ผมคิดว่าคุณผู้อ่านหลายคนคงเคยดูภาพยนตร์เรื่องสตาร์วอร์ส (Star Wars) ใช่ไหมครับ ถ้าพอจำได้จะมีฉากที่อัศวินเจได (Jedi) สามารถบังคับสิ่งของต่าง ๆ ให้ลอยไปมาหรือกระเด็นได้โดยที่ไม่ได้สัมผัสถูกสิ่งของนั้น ๆ เลย แค่เคลื่อนไหวมือหรือแขนของเขาไปมาในอากาศเท่านั้น หรืออย่างในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์เรื่องไมนอริตี้ รีพอร์ต (Minority Report) ที่พระเอกสุดหล่ออย่าง ทอม ครูซ สั่งงานคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ผ่านทางสัญลักษณ์และการเคลื่อนไหวมือได้โดยไม่ต้องพึ่งคีย์บอร์ดหรือเมาส์ ถ้าถามว่า สิ่งเหล่านี้ในภาพยนตร์มันสามารถทำได้จริงแล้วหรือยังในโลกยุคศตวรรษที่ 21 นี้ คำตอบของผมก็คือ ทำได้แล้วครับ แม้จะยังทำได้ไม่สมบูรณ์แบบเท่าในภาพยนตร์แต่ก็มีแนวโน้มที่จะทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ เทคโนโลยีใหม่ ๆ อุปกรณ์ใหม่ ๆ ที่ออกมาทำให้ช่องว่างระหว่างจินตนาการในภาพยนตร์และความเป็นจริงค่อย ๆ ลดลงทีละเล็กทีละน้อย ดูอย่างอุปกรณ์ลีปโมชัน (Leap Motion) สิครับ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กกว่าฝ่ามือ แต่กลับสามารถสั่งงานคอมพิวเตอร์ได้โดยใช้เพียงท่าทางการทำสัญลักษณ์มือและการเคลื่อนไหวมือไปมาในอากาศว่าง ๆ เท่านั้น ซึ่งก็เป็นไอเดียคล้าย ๆ กับในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์นั่นล่ะครับ วันนี้ผมจะชวนคุณผู้อ่านคอลัมน์วันพุธของผมมารู้จักกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ตัวใหม่ ที่รับรองว่าน่าสนใจไม่แพ้ลีปโมชันเลยครับ อุปกรณ์ตัวนี้มีชื่อว่า Myo Armband หรือผมขอเรียกเป็นภาษาไทยว่า ปลอกแขนอัจฉริยะมายโอ การใช้งานเจ้าปลอกแขนนี้คล้ายๆ กับลีปโมชันครับ คือ ใช้เพื่อตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือและนิ้ว แต่ในขณะที่ลีปโมชัน รวมถึงอุปกรณ์อัจฉริยะอื่น ๆ ในระยะนี้อย่างสมาร์ททีวี เครื่องเล่นเกมไมโครซอฟต์ Xbox ใช้กล้องเป็นเซ็นเซอร์หลักในการตรวจจับความเคลื่อนไหวของมือหรือร่างกาย แต่ปลอกแขนมายโอนี้กลับคิดไปอีกแบบครับ ว่าทำไมต้องไปหาความเคลื่อนไหวของมือทางอ้อมจากรูปภาพด้วย ทำไมไม่วัดจากการขยับกล้ามเนื้อของแขนโดยตรงแทนล่ะ ปลอกแขนอัจฉริยะมายโอนี้ถูกเปิดตัวเมื่อต้นปีนี้เองครับ มองภายนอกก็ดูเป็นปลอกแขนธรรมดาใช้ใส่รัดเอาไว้ที่แขนบริเวณใต้ข้อศอกลงมา ไม่ได้มีสายหรือมีปลั๊กระโยงระยางอะไร แต่เชื่อไหมครับว่าแค่ปลอกแขนอันเล็ก ๆ นี่ล่ะครับที่สามารถตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือและนิ้วข้างที่สวมปลอกแขนอยู่นี้ได้อย่างละเอียด ไม่ว่าจะแค่โบกมือไปมา บิดข้อมือ ดีดนิ้ว หรือ ทำมือเป็นสัญลักษณ์ต่าง ๆ สองนิ้ว สามนิ้ว สี่นิ้ว ยืดนิ้ว งอนิ้วยังไงก็ตาม ปลอกแขนมายโอนี้สามารถรู้ได้หมดเลยครับ เคล็ดลับของปลอกแขนอัจฉริยะมายโอนี้ เป็นการประยุกต์เอาเทคนิคที่เรียกว่า การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (Electromyography: EMG) ซึ่งเป็นเทคนิคทางการแพทย์ที่ถูกใช้ในการตรวจประเมินสุขภาพของกล้ามเนื้อและเซลล์สมองส่วนที่ควบคุมกล้ามเนื้อนั้น ๆ ครับ ในภาพยนตร์วิทยาศาสตร์หลายเรื่องมีการกล่าวถึงกระแสไฟฟ้าที่ถูกสร้างขึ้นอยู่ในกล้ามเนื้อหรือแม้แต่ในสมองของมนุษย์ที่ยังมีชีวิตอยู่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความจริงนะครับ ทุกครั้งที่กล้ามเนื้อของเรามีการเคลื่อนไหว ภายในกล้ามเนื้อนั้นจะเกิดกระแสไฟฟ้าขึ้น ซึ่งตรงจุดนี้ล่ะครับที่มายโอได้เข้ามาใช้ประโยชน์ โดยทำการวัดรูปแบบของกระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อแขนและนำมาแปลผลต่อว่ากระแสไฟฟ้ารูปแบบนี้หมายถึงการขยับมือ แขน หรือ นิ้วแบบใด ปลอกแขนอัจฉริยะมายโอนี้นอกจากจะมีเซนเซอร์สำหรับตรวจวัดกระแสไฟฟ้าเพียงเล็กน้อยที่เกิดขึ้นในกล้ามเนื้อยามที่ขยับและสามารถตีความกระแสไฟฟ้านั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังสามารถส่งสัญญาณคำสั่งไปยังอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ที่รองรับผ่านทางเครือข่ายไร้สายบลูทูธ 4.0 ได้ด้วย ทำให้การใช้งานไม่ถูกจำกัดอยู่เฉพาะการเล่นเกมคอมพิวเตอร์แต่สามารถใช้สั่งงานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ ได้ในรูปแบบไร้สายอย่างแท้จริง และข่าวดีสุดท้ายคือมายโอรองรับระบบปฏิบัติการทั้งของวินโดว์สและของแมคด้วยครับ เห็นความสามารถของปลอกแขนนี้แล้ว คุณผู้อ่านหลายท่านอาจจะคิดว่ามันต้องเป็นผลงานของบริษัทระดับโลกที่ชื่อคุ้นหู มีวิศวกรเก่ง ๆ นับพันคนแน่ ๆ เลย แต่อย่าลืมครับว่าโลกแห่งศตวรรษที่ 21 ที่จินตนาการเป็นใหญ่ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์เป็นประธาน อะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะแรกเริ่มเดิมทีโครงการนี้เกิดจากหนุ่มนักศึกษาทางด้านคอมพิวเตอร์ที่เปี่ยมไปด้วยจินตนาการเพียงไม่กี่คน ที่รวมตัวกันทำการวิจัยทดลองหลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลู (University of Waterloo) ในประเทศแคนาดา โดยขณะนั้นพวกเขาได้ทำงานเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ได้สำหรับใช้ช่วยนำทางคนตาบอด แต่ยิ่งทำไปพวกเขายิ่งรู้สึกถึงขีดจำกัดที่ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แบบสวมใส่ได้ในสมัยนั้นทำงานได้ไม่ดีพอ นั่นก็เพราะขาดส่วนต่อประสานที่ดีสำหรับเชื่อมมนุษย์กับอิเล็กทรอนิกส์นั่นเอง คิดไปคิดมา จินตนาการไปจินตนาการมา ทดลองไปทดลองมา สุดท้ายพวกเขาก็เกิดเป็นไอเดียปลอกแขนนี้ที่ผลที่ได้นี่ราวกับว่าเราได้จับเอาแขนของเราไปเสียบสาย USB ต่อเข้ากับคอมพิวเตอร์ยังไงยังงั้นเลยล่ะครับ เห็นไหมครับว่าไอเดียใหม่ ๆ จินตนาการใหม่ ๆ นวัตกรรมใหม่ ๆ ไม่จำเป็นต้องมาจากคนที่มีวัยวุฒิสูงหรือประสบการณ์มาก ไม่จำเป็นต้องผูกขาดอยู่กับบริษัทยักษ์ใหญ่ทุนหนาแต่เพียงอย่างเดียวอีกแล้ว แม้แต่เยาวชนรุ่นใหม่หรือ นักวิจัยอายุน้อยไฟแรงก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการคิดสิ่งใหม่ ๆ พวกนี้ได้ นี่ล่ะครับคือความมหัศจรรย์ของโลกศตวรรษที่ 21 ของพวกเรา ที่ ๆ ทุกจินตนาการสามารถกลายเป็นความจริงได้ ที่ทุก ๆ ช่องว่างสามารถถูกทำให้หดตัวแคบลงมาได้ด้วยพลังสร้างสรรค์และความพยายามของเราเอง. ผศ.ดร.ชุติสันต์ เกิดวิบูลย์เวช หัวหน้าภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยรังสิต chutisant.k@rsu.ac.th

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลอกแขนอัจฉริยะ MYO – รอบรู้ไอที รอบโลกเทคโนโลยี

  • เปิดใจ‘เมธินี’ปลัดไอซีทียุค คสช.

    เปิดใจ‘เมธินี’ปลัดไอซีทียุค คสช.

    ถือว่าการนั่งตำแหน่งปลัดไอซีทีของ “เมธินี เทพมณี” จะทำให้หญิงเก่งคนคุ้นเคยกับข้าราชการกระทรวงไอซีทีไม่ได้ตั้งตัวมาก่อน แต่การพิสูจน์ฝีมือช่วงรักษาการปลัดและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีขณะเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงไอซีทีก็ทำให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไว้ใจและให้นั่งบริหารงานต่อ นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เล่าว่า การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไอซีทีต้องได้รับความร่วมมือกับทุกภาคส่วน โดยเฉพาะการใช้ไอซีทีให้คุ้มค่า เพราะเทรนด์การใช้งานในภาคอุตสาหกรรมมีการเติบโต แต่สิ่งสำคัญคือ การสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีโดยคนไทย โดยแผนแม่บทไอซีที ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2557-2561 กระทรวงไอซีทีจะต้องมาดูว่าใน 5 ปีต่อจากนี้ ไทยจะมีบทบาทอย่างไรเพื่อกำหนดกติการ่วมกันทั่วโลก เพื่อให้สามารถเข้าสู่การแข่งขันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ จะต้องเริ่มตั้งแต่การพัฒนาคน โดยร่วมกับกระทรวงศึกษาด้วยการพัฒนาหลักสูตร    โดยเน้นในเรื่องของไอที สร้าง  นักพัฒนาไอที ลดการนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศโดยการควบคุมของรัฐบาล สำหรับในส่วนของภาคประชาชน ซึ่งจากสถิติประเทศไทยถือว่ามีตัวเลข    การใช้สมาร์ทโฟนเติบโตระดับ    ต้น ๆ ของโลก แต่การใช้งาน ยังมีขีดจำกัดโดยเฉพาะการเข้าอิน เทอร์เน็ต ดังนั้น กระทรวงไอซีทีจะต้องดูว่าการใช้งานคุ้มกับการลงทุนมากน้อยเพียงใด โดยมีการใช้งานกี่เปอร์เซ็นต์ หากเทียบการลงทุน ขณะที่งบประมาณปี 2558 กระทรวงไอซีทีได้รับ   งบจำนวน 5,723.7 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.2% ของงบประมาณทั้งหมด ลดลงจากงบประมาณปี 2557 จำนวน 3,733.7 ล้านบาท โดยงบที่ลดลงเนื่องจากโครงการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง (ไวไฟ) ในโรงเรียนถูกโอนไปอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ “กระทรวงไอซีที ต้องคุยกับ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อไม่ให้การปล่อยอินเทอร์เน็ต หรือ ไวไฟ ต้องเสียเปล่าตามโครงการไวไฟฟรี ตามแผนบรอด แบนด์แห่งชาติ” สำหรับหน่วยงานในสังกัดอย่าง บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) นั้น กระทรวงไอซีทีจะเข้าหารือกับนายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ถึงแนวทางการปรับโครงสร้างรัฐวิสาหกิจในสังกัด 2 แห่งให้สามารถเลี้ยงตัวเองและทำธุรกิจต่อไปได้ เพราะปัจจุบันทั้ง 2 องค์กรจะไม่มีรายได้จากสัญญาสัมปทานมือถืออีกต่อไป ซึ่งถือเป็นโจทย์สำคัญที่กระทรวงไอซีทีในฐานะกระทรวงต้นสังกัดต้องดำเนินการให้เห็นชัดเจน โดยเริ่มจากการปรับองค์กรให้เล็กลงมีความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น “ในฐานะแม่ ก็ต้องอยากให้ลูก ๆ มีความคล่องตัว ธุรกิจไหนที่ดูเหมือนจะมีการบริการที่ซ้ำซ้อนก็อาจจะต้องปรับเปลี่ยนให้คล่องตัว นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการแก้กฎระเบียบทุกอย่างที่จะทำให้แข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมได้” นางเมธินี เล่าว่า ทีโอที และ กสท จะต้องเน้นการเป็นผู้ให้บริการโครงข่ายที่ถือเป็นจุดแข็งของทั้ง 2 องค์กร แล้วให้เอกชนเช่าใช้ ซึ่งน่าจะเป็นแนวทางที่ช่วยทีโอทีและกสท ได้ดีกว่าการพยายามทำการตลาดด้านบริการลูกค้าแข่งกับเอกชน ถือเป็นงานหินของเจ้ากระทรวงไอซีทีที่จะบริหารจัดการ    “ทีโอที-กสท” ให้อยู่ในการควบคุม ต้องจับตาดูว่าปลัดไอซีทีจะล้วงลึก 2 รัฐวิสาหกิจนี้ได้มากน้อยเพียงใดในยุค คสช. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดใจ‘เมธินี’ปลัดไอซีทียุค คสช.