เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ราคาทอง7ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,650บาท

    ราคาทอง7ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,650บาท

    วันที่ 7 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:27 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,650 บาท รับซื้อ 19,859.60 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,250 บาท รับซื้อ 20,150 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,650 บาท รับซื้อ 19,859.60 บาท ทองแท่งขาย 20,250 บาท รับซื้อ 20,150 บาท เวลา 09:27 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง7ก.ค.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,650บาท

  • คมนาคมปรับแผนโลจิสติกส์

    คมนาคมปรับแผนโลจิสติกส์

    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ในฐานะรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ เปิดเผยถึงแนวทางการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมเพื่อรองรับภาคการผลิตสินค้าเกษตรออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกรที่อยู่ในแหล่งเพาะปลูกชุมชนว่า กระทรวงคมนาคมจะต้องเร่งพัฒนาระบบโลจิสติกส์ของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะการอำนวยความสะดวกด้านการขนส่งให้กับกลุ่มเกษตรกรไทยในต่างจังหวัดที่ทำการเพาะปลูกและผลิตสินค้าอยู่ในแหล่งผลิตห่างไกล เพื่ออำนวยความสะดวกให้สามารถขนส่งสินค้าเกษตรออกจากแหล่งเพาะปลูกไปยังแหล่งผลิต แหล่งแปรรูป รวมไปถึงตลาดการส่งออกไปยังประเทศเทศเพื่อบ้านและต่างประเทศ  ซึ่งเป็นการเพิ่มโอกาสด้านการตลาดและรายได้ให้แก่เกษตรกรซึ่งเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรอย่างยั่งยืน    ทั้งนี้จะต้องเร่งพัฒนาเชื่อมโยงระบบโลจิสติกส์ ทั้งทางน้ำ ทางถนนและทางรางให้สามารถเข้าถึงแหล่งชุมชนเกษตร รวมไปถึงการเชื่อมโยงไปยังภูมิภาค ซึ่งในส่วนของการวางโครงข่ายคมนาคมไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ขณะนี้คสช. ได้จัดตั้งคณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ(กนพ.)ขึ้นมาใช้เป็นกลไกลส่งเสริมการค้าและการลงทุนของประเทศตามนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ  โดยจะใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยง ด้านคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียนและ ข้อตกลงการค้าเสรีภายใต้กรอบอาเซียนขยายการค้าการลงทุนร่วมกัน  นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า พล.อ.อ.ประจินได้ให้นโยบายไว้ชัดเจนว่าต่อไปนี้กระทรวงจะต้องเร่งอำนวยความสะดวกด้านการค้าและเส้นทางการขนส่ง เพื่อขนส่งสินค้าเกษตรออกจากแหล่งผลิตไปสู่ตลาดด้วย  เบื้องต้นกระทรวงจะต้องกลับไปทบทวนแผนยุทธศาสตร์โลจิสติกประเทศให้สอดคล้องกับนโยบายของ คสช. นอกจากนี้จะต้องจัดลำดับความสำคัญของแต่ละโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับนโยบาย   โดยขณะนี้อยู่ระหว่างหารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่ที่เป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตรแต่ละชนิดในประเทศไทย  เบื้องต้นกระทรวงอาจจะต้องพิจารณาสร้างเส้นทางถนนขนาดเล็กแยกย่อยออกไปยังชุมชนต่างๆ ในจังหวัดที่เป็นแหล่งเพราะปลูกสินค้าเกษตรที่สำคัญ เพื่อให้การคมนาคมขนส่งสามารถเข้าถึงแหล่งผลิตสินค้าเกษตรในชุมชนขนาดเล็กในพื้นที่ห่างไกลได้  รวมทั้งอาจจะต้องเร่งพัฒนาสร้างท่าเรือในแม่น้ำเพิ่มขึ้น เช่น ท่าเรือแม่น้ำป่าสัก ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ท่าเรือในแม่น้ำ บริเวณจังหวัดอ่างทอง และท่าเรือแหลมฉบังเป็นต้น  ทั้งนี้เชื่อว่าระบบคมนาคมขนส่งที่มีประสิทธิภาพจะสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตรรวมทั้งรายได้ของเกษตรกร และยังสามารถแก้ไขปัญหาผลผลิตล้นตลาดจนนำไปสู่ปัญหาราคาตกต่ำได้     

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คมนาคมปรับแผนโลจิสติกส์

  • เอกชนยาหอมอุตฯลดขั้นตอนใบอนุญาต

    เอกชนยาหอมอุตฯลดขั้นตอนใบอนุญาต

    แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาคเอกชน รู้สึกพอใจการทำงานของกระทรวงอุตสาหกรรม เนื่องจากผู้บริหารกระทรวงอุตฯ กำลังเร่งดำเนินนโยบายตามคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในการลดระยะเวลาการออกใบอนุญาตในหลายหน่วยงาน จากที่ผ่านมาการขอใบอนุญาตจากกระทรวงอุตฯจะต้องใช้ระยะเวลา และมีขั้นตอนในเรื่องเอกสารที่ยุ่งยาก ส่งผลให้บางรายต้องเสียโอกาสในการทำธุรกิจ และหลายรายยอมที่จะเสียค่าปรับ เปิดดำเนินธุรกิจก่อนที่จะได้ใบอนุญาต สำหรับการลดขั้นตอนการออกใบอนุญาต ของหน่วยงานกระทรวงอุตฯ ในขณะนี้ เช่น การขอใบอนุญาตการประกอบการกิจการโรงงาน (รง.4) จากระยะเวลา 90 วัน เหลือ 30 วัน ของกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) , การออกใบอนุญาตมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) จาก 43 วัน เหลือ 26 วัน และทราบว่า เร็วๆ นี้จะมีหลายหน่วยงานของกระทรวงอุตฯจะทยอยออกมาอย่างต่อเนื่อง นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สภาการเหมืองแร่ได้เข้าหารือประเด็นการบริหารจัดการทรัพยากรแร่ และปัญหาต่างๆเกี่ยวกับการทำเหมือง โดยกระทรวงฯ ได้มอบหมายให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่(กพร.) เร่งรัดปรับปรุงกระบวนการอนุมัติอนุญาตให้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น เช่น การยกเลิกคณะกรรมการพิจารณาเกี่ยวกับการขออนุญาตสำรวจและทำเหมืองแร่ ส่วนประเด็นการตรวจสอบเอกสารทางวิชาการ เช่น รายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่ แผนผังโครงการทำเหมือง จะกำหนดมาตรฐานการจัดทำรายงานและกำหนดระยะเวลาตรวจสอบให้ไม่เกิน60 วัน อาจพิจารณามอบให้บริษัทที่ปรึกษา หรือผู้ทรงคุณวุฒิที่ขึ้นทะเบียนกับ กพร. ในลักษณะของบุคคลที่3 (เติร์ดปาร์ตี้) เข้ามาช่วยจัดทำรายงานให้เป็นไปอย่างถูกต้อง “อะไรที่อยู่ในอำนาจของกระทรวงฯ จะเร่งจัดการเสนอแก้ไข ส่วนประทานบัตรและอาชญาบัตรเหมืองแร่ที่อยู่ระหว่างพิจารณา ก็จะเร่งรัดออกใบอนุญาต โดยขอยืนยันว่าจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ในทุกขั้นตอน หากพบว่าเจ้าหน้าที่ท่านใดปฏิบัติไม่ถูกต้อง สามารถแจ้งให้ทราบเพื่อจะได้ดำเนินการขั้นเด็ดขาดทุกรายหรือหากมีข้อติดขัดเกี่ยวกับการขออนุญาตให้ติดต่อที่ศูนย์อำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนฯ หรือติดต่อได้ที่ โทร. 0-2202-3866ในวันเวลาราชการ” อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังพบพฤติกรรมการทำเหมืองที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือเหมืองเถื่อน เรื่องนี้ได้สั่งให้อุตสาหกรรมจังหวัด (สอจ.) ร่วมกับสำนักงานเขตของ กพร.ตรวจสอบการทำเหมืองแร่ทุกแห่งทั่วประเทศ รวมทั้งพื้นที่สุ่มเสี่ยงที่จะมีการลักลอบทำเหมือง ตลอดจนเหมืองแร่ที่หมดอายุประทานบัตรไปแล้ว รวมถึงได้ขอให้สภาการเหมืองแร่ช่วยชี้แจงทำความเข้าใจกับสมาชิกผู้ประกอบการเหมืองแร่ให้ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมาย เพื่อสร้างการยอมรับของสังคมต่ออุตสาหกรรมเหมืองแร่ ด้านการกำกับดูแลการทำเหมือง กระทรวงอุตสาหกรรมจะบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด นายปณิธาน จินดาภู อธิบดี กพร.กล่าวว่า ปกติการขอประทานบัตรจะหมดเวลาไปกับการทำรายงานลักษณะธรณีวิทยาแหล่งแร่ แผนผังโครงการทำเหมือง ซึ่งมีกระบวนการทั้งในระดับตำบล อำเภอ จังหวัด และหลายหน่วยงาน ประกอบกับผู้ประกอบการเตรียมเอกสารไม่ถูกต้อง ทำให้ต้องมีการเรียกเอกสารเพิ่ม จนบางกรณีต้องใช้เวลาในขั้นตอนนี้เป็นปี ดังนั้นการใช้เติร์ดปาร์ตี้ ซึ่งผ่านการขึ้นทะเบียนกับ กพร. มาเป็นผู้ตรวจสอบการจัดเตรียมเอกสารทั้งหมดให้ก่อนจะทำให้กระบวนการนี้สั้นลงให้อยู่ในกรอบ60 วันตามที่กระทรวงฯ ตั้งเป้าหมาย ซึ่งจะทำให้เมื่อเอกสารครบส่งเข้ามาที่ กพร. แล้วใช้เวลาอนุมัติไม่นานเพราะไม่ต้องตรวจสอบเพิ่มมากเนื่องจากมีเติร์ดปาร์ตี้ตรวจสอบให้เบื้องต้นแล้ว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนยาหอมอุตฯลดขั้นตอนใบอนุญาต