“คลิกอะลอท”เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ลุยธุรกิจเกมออนไลน์ เปิดตัวเกมแรกไฟนอล บูลลิท เปิดทดสอบระบบ ก.ค.นี้ พร้อมเปิดโครงการ “คลิกโรดโชว์” ผลักดันการแข่งขันอีสปอร์ต และกระตุ้นตลาดไอทีในส่วนภูมิภาค นายสมชัย พัฒนพงษ์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คลิกอะลอท จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวเข้าสู่ธุรกิจอุตสาหกรรมเกมอย่างเต็มตัว โดยได้นำเกมไฟนอล บูลลิท(Final Bullet) เกมออนไลน์ระดับ 6 ดาว มาให้บริการเป็นเกมแรก ซึ่งพัฒนาโดยบริษัท จีพลัสเกมส์ ประเทศเกาหลีใต้ ลักษณะของเกมเป็นการจําลองตัวละครทหารเสมือนจริง ต่อสู้กันโดยใช้อาวุธปืนผ่านการควบคุมตัวละครด้วยเมาส์และคีย์บอร์ด จุดเด่นของตัวเกมคือ โหมดการแข่งขันหลากหลายสไตล์ ภาพกราฟิกสวยงามสมจริง สามารถเล่นด้วยสเปกเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ต่ำได้ รวมถึงยังมีระบบอัพเกรดอาวุธ ระบบสกิลหรือทักษะในการต่อสู้ ระบบภารกิจ และระบบความสามารถที่เลือกได้ตามใจชอบอีกด้วย โดยจะเปิดให้ผู้ที่สนใจได้เข้าร่วมทดสอบในเดือนก.ค.นี้ และเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในเดือน ส.ค. ที่ www.fnb.in.th และสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ www.facebook.com/Final Bulletthailand สำหรับแผนการรุกตลาดของบริษัทในปี นี้ เน้นไปที่การแข่งขันอีสปอร์ต มีทั้งการแข่งขันแบบออนไลน์และออฟไลน์ มีเงินรางวัลรวมกว่า 2 ล้านบาท นอกจากนี้ยังได้ร่วมมือกับบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด, ทริปเปิลทีบรอดแบนด์ และเว็บไซต์เอ็มไทย รวมไปถึงแบรนด์อุปกรณ์ไอทีอีกมากมาย จัดโครงการ “คลิกโรดโชว์” เพื่อผลักดันอีสปอร์ตและกระตุ้นตลาดไอทีในส่วนภูมิภาค โดยจะจัดการแข่งขันอีสปอร์ตให้กับเกมเมอร์ในต่างจังหวัด ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือน พ.ย. 57-พ.ค. 58.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ร่วมทดสอบระบบเกมไฟนอลบูลลิท
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

ร่วมทดสอบระบบเกมไฟนอลบูลลิท
-

ตลาดมือถือเริ่มฟื้นเจมาร์ทลงทุนเพิ่ม
ตลาดรวมมือถือครึ่งปีหลังฟื้นตัว ทุ่ม 150 ล้านจัดอีเวนต์ขายมือถือ พร้อมลงทุนอีก 400 ล้านขยายสาขาเพิ่ม คาดช่วยดันยอดขายรวมได้ 11,500 ล้านบาท นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือของไทยในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่า จะปรับตัวดีขึ้นอย่างแน่นอน หลังจากสถานการณ์ด้านการเมืองสงบลง ผู้ผลิตนำสินค้ารุ่นใหม่ ๆ ออกสู่ตลาดจำนวนมาก รวมถึงมีการเปิดให้บริการ 3 จี และ 4 จี เป็นตัวกระตุ้น ทำให้สิ้นปีตลาดรวมโทรศัพท์มือถือในไทยจะมีจำนวน 18-19 ล้านเครื่อง ลดลงจากปีที่แล้วที่มีจำนวน 20 ล้านเครื่อง แต่มองในด้านมูลค่าจะมีจำนวนเติบโตขึ้น เนื่องจากยอดขายสมาร์ทโฟนที่เพิ่มสูงขึ้น จากความนิยมของผู้ใช้งาน “คิดว่าตลาดถึงจุดต่ำสุดไปแล้ว คงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้ว เชื่อว่าครึ่งปีหลังตลาดโทรศัพท์มือถือจะกลับมาฟื้นตัวอย่างแน่นอน หลังจากในช่วงครึ่งปีแรกค่อนข้างซบเซา เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมือง ซึ่งเจมาร์ทก็ต้องปรับเป้าหมายการเติบโตของรายได้ลดเหลือ 15% จากเมื่อต้นปีคาดว่าจะเติบโตได้ถึง 35% โดยคาดว่าในปีนี้จะมีรายได้จำนวน 11,500 ล้านบาท จากปีที่แล้วมีรายได้รวม 10,000 ล้านบาท” นายอดิศักดิ์ กล่าวต่อว่า เจมาร์ท เตรียมจะลงทุนอีก 400 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงและขยายสาขาจาก 260 สาขา เป็น 280 สาขา โดยเน้นตามหัวเมืองใหญ่ นอกจากนี้ยังเตรียมงบประมาณการตลาดไว้ 150 ล้านบาท เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการจัดงานเจมาร์ท โมบาย โชว์ 2014 อีก 5 ครั้ง ในศูนย์การค้าต่าง ๆ ครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ล่าสุด คือ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 3-9 ก.ค. 57 โดยมีบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือ อาทิ ซัมซุง ออปโป้ รวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ อาทิ ดีแทค ทรูมูฟ เอช และเอไอเอส เข้าร่วมงาน คาดว่าจะมียอดขายในงานไม่น้อยกว่า 50 ล้านบาท ขณะที่การเข้าไปลงทุนธุรกิจในประเทศเมียนมาร์ก็มีอัตราการเติบโตมากถึง 130% เนื่องจากเป็นตลาดเกิดใหม่คนใช้มือถือเพิ่มมากขึ้นโดยคาดว่าภายใน 5 ปี จะถึงจุดคุ้มทุนได้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดมือถือเริ่มฟื้นเจมาร์ทลงทุนเพิ่ม -

‘เอไอเอส’ มั่นใจลูกค้า 3จีสิ้นปี33ล้านราย
บอร์ด “เอไอเอส” เล็งทบทวนเป้ารายได้หลังเศรษฐกิจชะลอตัวผลพวงจากการเมืองกระทบในครึ่งปีแรก หวังสิ้นปีลูกค้า 3จี อยู่ที่ 33 ล้านราย จากยอดไตรมาสแรกที่ 26 ล้านราย นายสมชัย เลิศสุทธิวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า หลังปิดงบไตรมาส 2/2557 คณะกรรมการบริษัทฯ จะมีการพิจารณาทบทวนปรับเป้ารายได้ปีนี้ จากเดิมที่คาดว่ารายได้จากการให้บริการทั้งปีจะเติบโต 6-8% เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจมีการชะลอตัวจากปัญหาการเมือง อย่างไรก็ตาม แต่ในช่วงครึ่งหลังปีนี้ธุรกิจโทรคมนาคมจะเติบโตดีขึ้นหลังจากสถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายลง สำหรับงบลงทุนที่ตั้งไว้ 40,000 ล้านบาท ปัจจุบันได้ใช้ไปแล้วกว่า 29,000 ล้านบาท สำหรับเพิ่มสถานีและขยายฐานย่อยเพื่อครอบคลุม 95% ของประชากร ส่วนกรณีที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ กสทช.ชะลอการประมูลคลื่นความถี่ 900 เมกะเฮิรตซ์ และคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ ออกไปเพื่อรอตรวจสอบความโปร่งใสนั้น ทางบริษัทฯ มั่นใจว่าขณะนี้ยังไม่ได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้และมั่นใจว่าจะดูแลลูกค้าได้ ซึ่งหาก คสช.มีประกาศกฎกติกาอะไรออกมาใหม่ ทางบริษัทฯ ก็พร้อมที่ทำตามกฎและกติกาที่ได้กำหนดไว้ แต่สิ่งที่เอไอเอสทำได้คือทำสิ่งที่มีในมือ ด้วยการพัฒนาการให้บริการแก่ลูกค้าไปก่อน แต่ยังเชื่อว่าจะเกิดการประมูล 4จี ขึ้นในประเทศไทยแน่นอน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่า เอไอเอสเสียเปรียบคู่แข่งในจำนวนคลื่นที่น้อยบวกกับฐานลูกค้าที่มีจำนวนมากกว่าคู่แข่งหลายล้านราย แต่เอไอเอสก็พยายามนำเอาเทคโนโลยีและอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ มาพัฒนาควบคู่กันไปเพื่อสามารถให้บริการลูกค้าต่อไปได้ แต่ยืนยันว่าจำนวนคลื่นความถี่ 3จี 2.1 กิกะเฮิรตซ์ จำนวน 15 เมกะเฮิรตซ์ ที่ได้รับจัดสรรมาจาก กสทช.ยังคงมีคาปาซิตี้เพียงพอให้บริการลูกค้า 3จี ปัจจุบัน สิ้นไตรมาส 1/2557 มีจำนวน 26 ล้านราย และลูกค้า 2จี จำนวน 16 ล้านราย โดยในสิ้นปีนี้ตั้งเป้าหมายมีลูกค้า 3จี บนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ อยู่ที่ 33 ล้านราย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘เอไอเอส’ มั่นใจลูกค้า 3จีสิ้นปี33ล้านราย