นายอัมมาร สยามวาลา นักวิชาการเกียรติคุณ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอเปิดเผยว่า ต้องการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กระทรวงการคลัง อุดช่องโหว่การกู้ยืม เงินธนาคาร เฉพาะกิจไม่ให้เอื้อต่อคำสั่งของผู้บริหารประเทศหรือนักการเมืองโดยเฉพาะการใช้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เป็นเครื่องมือในโครงการของรัฐ และไม่ควรชี้โพรงให้นักการเมืองใช้เงินนอกงบประมาณเพราะทำให้ประเทศเกิดการก่อหนี้ที่ใหญ่มากและส่งผลให้ระบบถูกการผุกร่อนเหมือนปลวกกัดกิน เช่น โครงการรับจำนำข้าว ที่ใช้เงินประมาณ1.4 ล้านล้านบาทกลายเป็นภาครัฐใช้เงินอุ้มเอกชนมากกว่าช่วยเกษตรกร“การใช้เงินของรัฐที่ผ่านมาในโครงการประชานิยมปูดขึ้นเรื่อยๆ เช่น การให้ธนาคารออมสินปล่อยเงินกู้ให้กับกองทุนหมู่บ้านละ 1 ล้านบาททำให้มีหนี้เพิ่มประมาณ 75,000 ล้านบาท ซึ่งเหมือนกับการใช้จ่ายเงินโดยใช้ความยากจนเป็นตัวผลักดันโครงการต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นซึ่งเห็นว่าการใช้นโยบายประชานิยมในระยะยาวจะเป็นผลเสียต่อประเทศดังนั้นการแก้ปัญหาคือสศค.ออกออกกฏหมายไม่ให้มีการนำเงินไปใช้กับโครงการประชานิยมของภาครัฐ"สำหรับนโยบายการจัดเก็บภาษีบางกลุ่มเพื่อสร้างรายได้ให้กับประเทศเห็นว่าควรจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพราะสามารถขยายฐานภาษีได้เพิ่มขึ้นแต่ต้องมีข้อยกเว้นในกลุ่มเกษตรกรและที่ดินเพื่อการเกษตรแต่ยอมรับว่าการแก้กฏหมายภาษีเป็นเรื่องภาษีทำได้ยากกว่าการฉีกรัฐธรรมนูญเนื่องจากมีคนได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยนักการเมืองไทยและทั่วโลกจะไม่ยอม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้คลังอุดช่องโหว่การกู้เงินแบงก์รัฐสนองนักการเมือง
เดือน: สิงหาคม 2014
-

จี้คลังอุดช่องโหว่การกู้เงินแบงก์รัฐสนองนักการเมือง
-

หนี้ครัวเรือนไทยลดลงต่อเนื่อง
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ข้อมูลหนี้ครัวเรือนล่าสุดจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อยู่ที่ 79.4% ของจีดีพีจากสิ้นปี 56 อยู่ที่ 82.3% ของจีดีพี และมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง เพราะเมื่อมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ที่เกิดการเร่งจ่ายเงินจำนำข้าวทำให้ชาวนานำเงินไปใช้หนี้ ส่งผลให้ภาพรวมของหนี้ครัวเรือนในระบบลดน้อยลงทั้งนี้ ช่วง 2-3 ปี ที่ผ่านมา หนี้ครัวเรือนไทยเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากปี 54 เกิดปัญหาน้ำท่วมทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องกู้เงินมาซ่อมแซมบ้าน และปี 56 มีโครงการรถคันแรกทำให้ประชาชนกู้เงินซื้อรถจำนวนมากทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมทั้งต้นปี 57 ชาวนาไม่ได้รับเงินจำนำข้าว92,000ล้านบาท ทำให้ต้องไปกู้นอกระบบมาใช้จ่ายไปก่อน ทำให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้นอย่างไรก็ตาม ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวได้คลี่คลายแล้วทั้งการคืนภาษีรถคันแรกส่งผลให้ประชาชนที่กู้ยืมหรือนำเงินมาจ่ายในก่อนหน้านี้ได้รับคืนและมีวงเงินเพื่อนำมาผ่อนรถต่อ รวมทั้ง การเร่งจ่ายเงินจำนำข้าว 92,000 ล้านบาททำให้ชาวนาสามารถนำเงินไปชำระหนี้นอกระบบถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนปรับลดลงขณะเดียวกัน ยืนยันว่าอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 57 คาดว่าจะขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า2% อย่างแน่นอนผ่านแรงขับเคลื่อนจากการบริโภคและการใช้จ่ายของภาคประชาชนที่เริ่มกลับมาฟื้นตัวได้การลงทุนจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงการส่งออกไปยังประเทศคู่ค้าที่เริ่มฟื้นตัวเห็นได้จากเศรษฐกิจประเทศคู่ค้าเริ่มปรับตัวดีขึ้น ทั้งจากสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่นและจีน ภายหลังการบริหารราชการของ คสช. ส่งผลให้นักลงทุนประชาชนมีความมั่นใจต่อสถานการณ์บ้านเมืองในประเทศค่อนข้างมากทุกอย่างเลยเริ่มกลับมาฟื้นได้อย่างรวดเร็ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนี้ครัวเรือนไทยลดลงต่อเนื่อง -

เอกชนรับยอดนักท่องเที่ยวปีนี้ลดลง
นางปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยถึงแนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีนี้ว่าจะอยู่ที่ 26.5 ล้านคน ซึ่งน้อยกว่าที่ผ่านมาที่มีนักท่องเที่ยวประมาณ 26.7 ล้านคน เนื่องจากในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่กำลังจะมาถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจากตลาดหลักได้แก่ จีนและรัสเซียลดลงกว่า 20% ขณะที่ตลาดอื่นๆยังคงกังวลกับการประกาศแจ้งเตือนการเดินทางจากสถานทูต และเริ่มเปลี่ยนจุดหมายท่องเที่ยวไปเที่ยวประเทศอื่นๆเช่นนักท่องจากยุโรป เปลี่ยนไปเที่ยวเวียดนามมากขึ้น“ต้องยอมรับว่า ในปีนี้เป้าหมายนักท่องเที่ยวไม่น่าจะเติบโตได้มากกว่าปีที่ผ่านมาแล้ว และภาคเอกชนก็เริ่มที่จะถอดใจกับการเพิ่มจำนวนท่องเที่ยวแล้ว เพราะเริ่มมีปัจจัยไม่เอื้ออำนวย ทั้งเรื่องของการอนุมัติค่าธรรมเนียมฟรีวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวจีนและไต้หวันที่ยังเลื่อนออกไป จนต้องหันมาตั้งหลักวางแผนทำตลาดกันใหม่ และตลาดหลักอย่างรัสเซียก็กำลังลดลงจากภาวะเศรษฐกิจในประเทศถดถอย ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงกว่า20% แล้ว ก็หวังว่าเป้าหมายนักท่องเที่ยวในปีนี้จะอยู่ที่26.5 ล้านคนได้ก็ดีแล้ว”ทั้งนี้สทท.ต้องการให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โหมประชาสัมพันธ์โครงการประกันภัยนักท่องเที่ยวต่างชาติให้มากขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้แก่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ยังกังวลเกี่ยวกับกฎอัยการศึกและ กังวลเรื่องบริษัททัวร์ที่ไม่รับทำประกันภัย สามารถทำประกันภัยนักท่องเที่ยวได้ทันทีเมื่อมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย ซึ่งจะสามารถกระตุ้นการเดินทางและ สร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางด้วยตัวเอง(เอฟไอที)ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 50% ของจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งหมดได้ด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนรับยอดนักท่องเที่ยวปีนี้ลดลง