Blog

  • “อนุดิษฐ์” ยันไม่สั่งบล็อกข้อความต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

    “อนุดิษฐ์” ยันไม่สั่งบล็อกข้อความต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

    วันนี้ (3 พ.ย.) น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงการโพสต์และเปลี่ยนรูปโพรไฟล์เป็นรูปต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ผ่านโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะเฟซบุ๊ก ว่า ในการแสดงความคิดเห็นทางการเมืองนั้นถือเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ โดยหากการแสดงความคิดเห็นนั้นเป็นไปตามหลักรัฐธรรมนูญก็สามารถทำได้ ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีหรือรัฐบาลไม่สามารถห้ามได้ แต่การโพสต์แต่ละครั้งต้องไม่เป็นการไปล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น โดยการแสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดียก็จะมีทั้งในส่วนของคัดค้าน เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ซึ่งถือเป็นสิทธิของแต่ละคน ทั้งนี้ การแสดงความคิดเห็นจะต้องอยู่ภายใต้หลักของกฏหมาย ถึงแม้ว่าการแสดงความคิดเห็นจะเป็นเรื่องทางการเมืองก็ตาม แต่กรณีดังกล่าวถือเป็นสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่มีกระแสว่าควรจะยุบกระทรวงไอซีทีโดยให้เหตุผลว่า ในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลแต่กลับโดนบล็อก แต่เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์เจ้า สถาบัน หรือลบหลู่เบื้องสูง กลับถูกปล่อยเฉย ไม่เอาผิดนั้น ตนมองว่า ประชาชนควรยึดข้อเท็จจริงเป็นหลัก กลุ่มคนที่ไม่พูดความจริงก็จะไม่ได้รับความเชื่อถือจากผู้อื่นอยู่แล้ว ดังนั้น จึงอยากให้ย้อนกลับไปดูที่กลุ่มคนดังกล่าวที่ระบุว่าโดนบล็อกนั้น โดนบล็อกจริงๆ หรือไม่ “ไอซีทีไม่ห้ามการโพสต์อะไรเลย แต่ขอย้ำว่าการโพสต์ต้องไม่เป็นการไปล่วงละเมิดสิทธิของผู้อื่น และยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้ปิดกั้นการแสดงความคิดเห็น ยังคงให้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ และให้ยึดมั่นในความถูกต้องตามหลักรัฐธรรมนูญด้วย” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “อนุดิษฐ์” ยันไม่สั่งบล็อกข้อความต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

  • สื่อสังคมออนไลน์ แห่เปลี่ยนรูปโพรไฟล์ค้าน “นิรโทษกรรม”

    สื่อสังคมออนไลน์ แห่เปลี่ยนรูปโพรไฟล์ค้าน “นิรโทษกรรม”

    วันนี้ ( 3 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในสื่อสังคมออนไลน์ (โซเชียลมีเดีย) เช่น เฟซบุ๊ก ซึ่งมีผู้ใช้งานในประเทศไทยกว่า 20 ล้านบัญชีรายชื่อ ได้ทยอยเปลี่ยนรูปโพรไฟล์เป็นรูปต้านพ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่างแพร่หลาย หลังจากบรรยากาศการชุมนุมเพื่อเคลื่อนไหวต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เริ่มมีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ 3 – 10 พ.ย.นี้ มีกลุ่มอาชีพต่างๆ นัดรวมตัวเพื่อแสดงจุดยืนคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม อย่างต่อเนื่อง ดังนี้ 3 พฤศจิกายน 2556 10:00น.- กลุ่มราชนิกูล นำโดย หม่อมเจ้า จุลเจิม ยุคล แถลง ปกป้องราชบัลลังก์ และค้าน พ.ร.บ. นิรโทษกรรม รร.นานาชาติ บางกอกเพรพ สุขุมวิท 53 13.00น.-เวทีอุรุพงษ์ กลุ่มนักธุรกิย่านสีลม ร่วมแถลงข่าวกับเครือข่ายนักศึกษาและประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ความเคลื่อนไหวต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 15.00-16.00น.- สวนลุมพินี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ขึ้นเวที ปราศรัย และร่วมเปิดตัวองค์กร แนวร่วมใหม่ ร่วมกับกองทัพ ประชาชนโค่นระบอบทักษิณ (กปท.) แนวทางการ เคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 4 พฤศจิกายน 2556 10:00น.-UN “ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์” แกนนำเครือข่าย คนไทยหัวใจรักชาติ ยื่นหนังสือ เพื่อยืนยันเจตนารมณ์คนไทย จะไม่ยอมรับอำนาจศาลโลก 11:30น.-สีลม ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย นัดรวมตัวเป่านกหวีด ต้าน กม.นิรโทษกรรม 5 พฤศจิกายน 2556 16:00น.- ลานตึกอักษร จุฬาฯ มีการเชิญชวนนัดแสดงพลังต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษ และรัฐบาลโดยพร้อมเพรียงกัน 6 พฤศจิกายน 2556 -เวทีอุรุพงษ์ อาจารย์ -นักศึกษา-บุคคลากร ม.มหิดล ไปร่วมชุมนุม 7 พฤศจิกายน 2556 17:00น.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-กลุ่ม 40 สว.จัดกิจกรรมเป่านกหวีดต้าน นิรโทษนำโดย แสดงพลังคัดค้าน ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม 10 พฤศจิกายน 2556 10 พฤศจิกายน 2556 14:00น.-บ้านนายกฯ “ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์” แกนนำ เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ไปชุมนุมหน้าบ้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อให้ลง นามถอนตัวออกจากศาลโลก และตระเวนยื่นหนังสือถึงสถานทูตญี่ปุ่น เกาหลี และประเทศใน อาเซียน ในช่วงวีคหน้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สื่อสังคมออนไลน์ แห่เปลี่ยนรูปโพรไฟล์ค้าน “นิรโทษกรรม”

  • จับตาผลประชุมบอร์ด กสท.ในร่างประกาศคุมเนื้อหา

    จับตาผลประชุมบอร์ด กสท.ในร่างประกาศคุมเนื้อหา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.) เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.ท.พีระพงษ์ มานะกิจ ประธานคณะอนุกรรมการด้านเนื้อหาและผังรายการ ได้ถอนวาระ การพิจารณาร่างประกาศ เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. … หรือร่างฯกำกับเนื้อหาทางวิทยุ – โทรทัศน์ ตามมาตรา 37 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 ที่ระบุว่า ห้ามนำเสนอเนื้อหาหลัก ได้แก่ 1.เนื้อหาที่ก่อให้เกิดการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย 2.เนื้อหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน 3.เนื้อหาที่มีการกระทำซึ่งเข้าลักษณะลามกอนาจาร และ 4.เนื้อหาที่มีผลกระทบต่อการให้เกิดความเสื่อมทรามทางจิตใจหรือสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง อีกทั้งยังกำหนดมาตรการที่สามารถสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตแก้ไข หรือพักใช้ใบอนุญาตได้) ออกไปจากการพิจารณา และได้นำกลับเข้ามาพิจารณาในที่ประชุม กสท.อีกครั้ง วันจันทร์นี้ (4 พ.ย.56) ภายหลังมีการปรับแก้ไขร่างฯประกาศ นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ด้านสิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เปิดเผยว่า ไม่น่าเชื่อว่า ร่างประกาศฯ ฉบับดังกล่าวจะถูกนำกลับเข้ามาอย่างเร่งด่วน เพื่อพิจารณาในการประชุมครั้งนี้ ที่แม้จะตัดหมวด 2 มาตรการในการออกอากาศรายการ ออกไป ตามที่เคยถูกคัดค้านอย่างหนักมาตลอด แต่ปรากฎว่าได้นำบางข้อสำคัญไปไว้ในหมวด 1 เนื้อหารายการต้องห้ามมิให้ออกอากาศ แทน ดังนั้น มองว่า ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา เพราะจะกลายเป็นการมีสภาพบังคับเนื้อหาที่ต้องห้ามมากกว่าการใช้เป็นแนวทางปฏิบัติตามแนวทางการส่งเสริมให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบการวิชาชีพสื่อสารมวลชน จัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมและกำกับควบคุมกันเองภาย ภายใต้มาตฐานจริยธรรม ตามมาตรา 39 เพราะเชื่อว่าหากนำมาเป็นกฎต้องห้ามเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อาจเกิดแรงต้านมากกว่าเดิม ซึ่งที่ผ่านมา นักกฎหมายบางคนได้แนะนำ การออกประกาศตามาตรา 37 ฉบับนี้ ขีดเส้นต่ำสุดที่ไม่อนุญาตให้ใครกระโดดข้ามเส้นที่อาจจะนำไปสู่ความรุนแรง เพราะนี่เป็นรากฐานของระบอบประชาธิปไตย ที่เรื่องใดยังเป็นข้อถกเถียง ต้องปล่อยให้ถกเถียง เพราะเมื่อไรที่เราเลือกขีดเส้นแล้ว กสทช.จะกลายเป็นคนชี้ถูกชี้ผิด “ส่วนตัวเสียใจ ที่การถอยของกสท.คราวที่แล้ว น่าที่จะนำกลับไปทบทวนให้รอบคอบมากขึ้น กลับกลายเป็นการถอยที่ซ้ำเติมการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อ ตามหลักการรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่การเมืองเข้มข้นขณะนี้ หวั่นว่าร่างประกาศฉบับนี้จะถูกโยงการเมืองเป็นเครื่องมือปิดกั้นสื่อของฝ่าย ทั้งนี้ ตนจะคัดค้านอย่างเต็มที่ และขอเรียกร้องให้สื่อมวลชน และประชาชนที่สนใจการแสดงออกทางความคิดเห็น ร่วมจับตาเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด” นางสาวสุภิญญา กล่าว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จับตาผลประชุมบอร์ด กสท.ในร่างประกาศคุมเนื้อหา