Blog

  • ไทยโชว์แผน2ล้านล้านประชุมผู้ว่ารถไฟอาเซียน

    ไทยโชว์แผน2ล้านล้านประชุมผู้ว่ารถไฟอาเซียน

    นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ไทยได้เป็นเจ้าภาพการประชุมผู้ว่าการรถไฟอาเซียน ครั้งที่ 35 โดยเน้นแลกเปลี่ยนเรื่องประสบการณ์ในการเดินรถไฟในภูมิภาคต่าง ๆ ของ ประเทศไทย กัมพูชา มาเลเซีย พม่า ลาว เวียดนาม และอินโดนีเซีย พร้อมกับหารือถึงแผนการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟธรรมดา และรถไฟความเร็วสูงของแต่ละประเทศเข้าด้วยกัน โดยให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า รองรับการเปิดประชาคมอาเซียน   “ในการหารือเบื้องต้นผู้ว่าการรถไฟของแต่ละประเทศ แต่ละประเทศจะเสนอแผนการพัฒนาการขนส่งระบบราง ทั้งรถไฟ และรถไฟความเร็วสูงในประเทศตัวเองเข้ามาหารือกัน และจากนั้นจะทำแผนเพื่อเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟต่างๆ ด้วยกัน โดยในส่วนของไทยได้นำเสนอถึงแผนโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้าน ซึ่งจะมีการพัฒนาระบบรถไฟรางคู่ทั่วประเทศ รวมถึงรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ได้แก่  สายเหนือ กรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ สายใต้ สายกรุงเทพ-หัวหิน-ปาดังเบซาร์-จ.สงขลา .สายอีสาน กรุงเทพฯ-โคราช-หนองคาย และสายตะวันออก กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง  ”   สำหรับแนวทางการเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟไทยกับอาเซียน เส้นทางไทย-ลาว จะเชื่อมต่อทั้งระบบรถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางคู่ ที่จ.หนองคาย ท่านาแล้ง ต่อไปถึงเวียงจันทน์ เพื่อเชื่อมกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงของจีน ที่จะสร้างจากจีนตอนใต้ลงสู่เมืองเวียงจันทน์ โดยไทยได้เสนอให้พร้อมลงทุนระบบรางอีก 9 กม.จากไทยเข้าไปต่อถึงเวียงจันทน์ด้วย  ส่วนการเชื่อมต่อกับประเทศกัมพูชา จะมีการสร้างรถไฟรางคู่เชื่อมต่อไปทางอ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ด่านบ้านคลองลึก ไปถึงกรุงพนมเปญ กัมพูชา และมีเส้นทางยาวต่อเนื่องไปถึงเวียดนาม ขณะที่การเชื่อมโยงกับพม่าได้เชื่อมโยงรถไฟรางคู่ 2 เส้นทาง ผ่านทางจังหวัดกาญจนบุรีเข้าพม่า และอีกเส้นเชื่อมต่อกับโครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย   นายประภัสร์กล่าวต่อว่า มาเลเซียจะร่วมมือกันทั้งรถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางคู่ โดยในส่วนของรถไฟรางคู่ มาเลเซีย ได้สร้างรางคู่เข้ามาถึงประดังเบซาร์แล้ว รอเพียงให้ ร.ฟ.ท.สร้างส่วนต่อขยายไปบรรจบกัน ขณะที่โครงการรถไฟความเร็วสูง ทั้ง 2 ประเทศมีแผนจะสร้างเช่นเดียวกัน ฝ่ายไทยจึงเสนอให้มาเลเซีย เปิดให้รถไฟความเร็วสูงของไทยสามารถวิ่งยาวผ่านจากไทยไปมาเลเซีย ถึงสิงคโปร์ได้ โดยผู้โดยสารไม่ต้องลงมาเปลี่ยนรถ เพียงแต่เปลี่ยนคนขับจากคนไทยเป็นชาวมาเลเซียเท่านั้น และให้ทางการมาเลเซียจ่ายค่าเช่ารถให้ไทย เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสาร ซึ่งทางมาเลเซียก็แสดงท่าทีสนใจข้อเสนอนี้แต่จะต้องมีการลงรายละเอียดต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยโชว์แผน2ล้านล้านประชุมผู้ว่ารถไฟอาเซียน

  • นักวิชาการแนะตั้งตั้งศูนย์ไทยแลนด์ ฯขายสินค้าโอทอป-เอสเอ็มอี

    นักวิชาการแนะตั้งตั้งศูนย์ไทยแลนด์ ฯขายสินค้าโอทอป-เอสเอ็มอี

    นายอัทธ์ พิศาลวานิช  ผู้ อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีนักธุรกิจไทยในต่างประเทศต้องการให้รัฐบาลช่วยตั้งศูนย์จำหน่าย สินค้าไทยในแต่ละประเทศ เนื่องจากผู้บริโภคในหลายตลาดสนใจที่จะซื้อสินค้าไทยทั้งอาหารและเครื่อง ดื่ม, สินค้าเกษตรแปรรูป, งานฝีมือและเครื่องนุ่งห่ม เนื่องจากมีคุณภาพและมีความสวยงาม ดังนั้นรัฐบาลควรส่งเสริมและอำนวยความสะดวกแก่เอกชนเข้าไปเช่าอาคารตามย่าน การค้าของประเทศต่างๆ หรือโครงการไทยแลนด์ เทรดดิ้ง พล่าซ่า เพื่อนำสินค้าของผู้ประกอบการโอทอปและเอสเอ็มอีไปทำตลาด ทั้งนี้เชื่อว่าหากผลักดันโครงการไทยแลนด์ เทรดดิ้ง พล่าซ่าในตลาดสำคัญได้สำเร็จ โดยนำร่องในกลุ่มประเทศอาเซียนเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 รวมถึงจัดศูนย์ตามมณฑลต่างๆในประเทศจีน และอินเดีย เป็นต้น ก็จะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกภาพรวมของไทยได้ในระดับ 1 % แน่นอน เช่น  เป้าส่งออกในปี 57 คาดว่า ขยายตัว 5.48% ก็จะเพิ่มเป็น 6.48% สำหรับแนวทางการบริหารรัฐบาลมีหน้าที่แค่ไปเจรจาและความอำนวยสะดวกการเข้าไปตั้งศูนย์จำหน่วยในประเทศต่างๆ ส่วนการบริหารและการจ่ายค่าดำเนินงานเป็นหน้าที่เอกชน โดยสินค้าเป้าหมายจะเป็นสินค้าจากกลุ่มโอทอปและเอสเอ็มอีจาก 77 จังหวัดทั่วประเทศมาวางจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าในประเทศนั้นๆ สามารถเลือกดูหากถูกใจก็สามารถสั่งล็อตใหญ่ๆได้ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยให้ขยายตลาดอีกช่องทางหนึ่งส่วนการลงทุนเอกชนไทยอาจลงทุน 100% หรืออาจร่วมทุนกับประเทศนั้นๆ เพื่อสร้างความสะดวกในการทำตลาดสินค้า นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ   กล่าวว่า  การค้าระหว่างไทยกับพม่าในช่วง 9 เดือนแรก(ม.ค.-ก.ย.)ของปีนี้ การส่งออกขยายตัวดีกว่า 22% คิดเป็นมูลค่ากว่า 2,777 ล้านเหรียญสหรัฐฯ  นำเข้าขยายตัว 12% มีมูลค่า 2,912  ล้านเหรียญสหรัฐฯ   และทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมาย 25 % ซึ่งในปี 57 ทูตพาณิชย์ได้ประเมินในเบื้องต้นไว้ว่าจะขยายตัวราว 30%  โดยยังไม่รวมการค้าชายแดนไทยกับพม่าที่จะสูงกว่าการค้าปกติ 3 – 4 เท่า หรือราว 10,000 –12,400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : นักวิชาการแนะตั้งตั้งศูนย์ไทยแลนด์ ฯขายสินค้าโอทอป-เอสเอ็มอี

  • เบรกซีอิ้วขึ้นราคา แชมพูมาแปลกขอลดราคารับแข่งดุ

    เบรกซีอิ้วขึ้นราคา แชมพูมาแปลกขอลดราคารับแข่งดุ

    นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ศึกษาแนวทางการดูแลราคาสินค้าในปี 57 หลังจากพ้นช่วงระยะเวลาขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้าที่จะครบกำหนดในช่วงสิ้นปี 56  โดยให้สำรวจภาวะต้นทุนราคาสินค้าที่อยู่ในความดูแลทั้งหมด 205 รายการ ว่ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นหรือลดลง เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกรณีที่อาจจะมีผู้ผลิตสินค้าบางประเภทขอปรับขึ้นราคาสินค้าในปัจจุบันมีผู้ผลิตสินค้าบางประเภท เช่น  ผลิตภัณฑ์เครื่องปรุงรส ซีอิ้ว ได้ทำหนังสือมาที่กรมการค้าภายในขอปรับขึ้นราคาขวดละ 50 สต. – 1 บาท โดยอ้างว่าได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่สูงโดยเฉพาะถั่วเหลือ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญ แต่กรมฯได้ขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการชะลอการขึ้นราคาสินค้าไปก่อนจนถึง สิ้นปีและปีหน้ามาพิจารณาอีกรอบว่าต้นทุนการผลิตเป็นอย่างไรอย่างไรก็ตามนอกจากจะมีผู้ประกอบการขอปรับขึ้นราคาแล้วก็ยังพบว่ามียังมีผู้ ผลิตสินค้าบางประเภท  เช่น แชมพูสระผม ได้ทำหนังสือมายังกรมการค้าภายใน ขอปรับลดราคาสินค้าลง เพื่อรองรับการแข่งขันในช่วงปลายปี 56  เนื่องจากคู่แข่งทางการค้าหลายรายต่างใช้โปรโมชั่นในการดึงดูดลูกค้าให้ เข้ามาซื้อผลิตภัณฑ์ในช่วงที่การบริโภคชะลอตัวลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อลูกค้าที่สามารถซื้อสินค้าได้ในราคาถูก ส่วนจะปรับลดราคาเท่าไหร่ผู้ประกอบการจะประกาศอีกรอบในภาพรวมของสินค้าจากการตรวจสอบภาวะต้นทุนวัตถุดิบสำคัญๆ พบว่า ส่วนใหญ่มีแนวโน้มทรงตัวและราคาปรับลดลง เช่น กลุ่มเหล็ก ราคามีทิศทางปรับลดลงตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก เหล็กแผ่นเคลือบดีบุกและเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียม (ทินเพลต) ที่เป็นวัตถุดิบผลิตกระป๋อง ก็มีแนวโน้มราคาลดลง รวมถึงกลุ่มทองแดง ขณะที่วัตถุดิบที่เป็นผลพลอยได้จากปิโตรเคมี เช่น ปุ๋ยเคมี ก็มีแนวโน้มราคาลดลง และกลุ่มอาหารสัตว์ก็มีแนวโน้มราคาลดลง จากวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตหลายรายการราคาลดลงนอกจากนี้กรมฯ ยังได้มีการศึกษาเพื่อทำการทบทวนบัญชีสินค้าและบริการควบคุมจำนวน 43 รายการใหม่ รวมถึงการทบทวนมาตรการที่ใช้ในการดูแลสินค้าและบริการควบคุม โดยให้ศึกษาว่าสินค้าที่อยู่ในบัญชีควบคุม มีรายการใดควรจะดึงออก เพราะสถานการณ์สินค้าเป็นปกติแล้ว และที่สำคัญบางสินค้าก็จับใส่บัญชีควบคุมไว้แต่ ยังไม่เคยใช้มาตรการดูแลเนื่องจากมีการผลิตน้อย โดยจะต้องทำให้แล้วเสร็จ และเสนอให้คณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) ทบทวนก่อนสิ้นปีนี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เบรกซีอิ้วขึ้นราคา แชมพูมาแปลกขอลดราคารับแข่งดุ