Blog

  • ราคาทองคำ 18 ก.ย.57

    ราคาทองคำ 18 ก.ย.57

    วันที่ 18 ก.ย.57 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.36น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 ลด 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ19,200 บาท รับซื้อ 18,434.56 บาท ทองแท่งขาย18,800 บาท รับซื้อ18,700 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ19,200 บาท รับซื้อ 18,434.56 บาท ทองแท่งขาย18,800 บาท รับซื้อ18,700 บาท เวลา 09.36น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 18 ก.ย.57

  • ลุ้นอนาคตปฏิรูปวิทยาศาสตร์กันอีกครั้ง!! – ฉลาดคิด

    ลุ้นอนาคตปฏิรูปวิทยาศาสตร์กันอีกครั้ง!! – ฉลาดคิด

    รับภารกิจสำคัญจากคสช.หรือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตั้งแต่ยังไม่เริ่มตั้งรัฐบาลชุดใหม่กับหน้าที่แม่งานในการเดินหน้าปฏิรูปวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมอัพเดทความคืบหน้า….กับ “รศ.ดร. วีระพงษ์ แพสุวรรณ” ปลัดกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ที่วันนี้บอกว่า เริ่มเห็นอนาคตและทิศทางของการปฏิรูปวิทยาศาสตร์ฯ มากขึ้น หลังจากที่มีความพยายามในการจะปฏิรูปกันมา หลายยุคหลายสมัย แต่ไม่เคยประสบความสำเร็จสักที แม้จะมีพระราชบัญญัติหรือแผนกลยุทธ์การพัฒนาที่เขียนไว้อย่างชัดเจน แต่ปัญหาสำคัญก็คือการนำไปใช้อย่างไรให้ประสบความสำเร็จดังนั้นการปฏิรูปครั้งนี้จึงวางเป้าหมายที่ชัดเจน อย่างแรกคือการผลักดันให้ค่าใช้จ่ายด้านการวิจัยและพัฒนาของประเทศ ที่รวมทั้งภาครัฐและเอกชน ที่ปัจจุบันมีประมาณ 0.37% ของจีดีพี ต้องเพิ่มเป็น 1% ภายในปี 2558 หรือใน 1 ปี  และต้องไปถึง 2% ในปี 2564และความพยายามนี้ต้องไม่ใช่มาจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว แต่ต้องเชื่อมโยงถึงภาคเอกชนด้วย ซึ่งจากการสนับสนุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการวิจัย รวมถึงมาตรการด้านภาษี และการสนับสนุนด้านอื่น ๆ เป้าหมายต่อไปของการปฏิรูปก็คือ การเพิ่มสัดส่วนการลงทุน     ด้านวิจัยและพัฒนาของภาครัฐและเอกชน จากปัจจุบัน รัฐบาลลงทุน 70% เอกชน  30% จะต้องเพิ่มเป็น  50 ต่อ  50 และอนาคตจะกลายเป็นรัฐบาล 30% เอกชน  70% ซึ่งเทียบเท่ากับเกาหลีที่มีความก้าวหน้าด้านนี้ ในปัจจุบัน นอกจากนี้จะต้องมีการพัฒนาบุคลากรวิจัยให้ได้ถึง15-25 คนต่อประชากร 1 หมื่นคน   เป้าหมายของการปฏิรูปเหล่านี้ได้ถูกบรรจุอยู่ในนโยบายด้านการพัฒนาและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากวิทยา  ศาสตร์ เทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา และนวัตกรรม ของรัฐบาลชุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาปลัดกระทรวงวิทย์ฯ ย้ำว่า สิ่งแรกที่ จะต้องทำก็คือการโฟกัสเทคโนโลยี หรือการส่งเสริมการพัฒนาเทคโนโลยีแบบพุ่งเป้า ไม่ใช่วิจัยแบบกระจัดกระจาย หรือต่างคนต่างทำเหมือนทุกวันนี้ต้องฟันธงไปเลยว่าไทยจะมุ่งในเทคโนโลยีใด ควรเป็นเทคโนโลยีที่เราถนัด อย่างเช่น ด้านการเกษตร และไม่ควรเป็นเทคโนโลยีที่ต้องไปแข่งกับประเทศที่พัฒนาแล้วสำหรับการโฟกัสเทคโนโลยีนี้ คาดว่าจะเห็นผลได้ภายใน 6 เดือน  และหากโฟกัสเทคโนโลยีของประเทศกันแล้ว การจัดสรรงบประมาณต้องสอดคล้องไปด้วย และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้การปฏิรูปวิทยาศาสตร์ฯ ประสบความสำเร็จ   ก็คือ  อำนาจการสั่งการ ที่จะทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถทำงานไปในทิศทางเดียวกัน ต้องมาจากผู้มีอำนาจสูงสุดในรัฐบาล หรือมาจาก “นายกรัฐมนตรี” นั่นเอง.นาตยา คชินทรnattayap.k@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นอนาคตปฏิรูปวิทยาศาสตร์กันอีกครั้ง!! – ฉลาดคิด

  • ทุนนิยมอเมริกัน ต้องมีนวัตกรรมสร้างสรรค์ (4) – โลกาภิวัตน์

    ทุนนิยมอเมริกัน ต้องมีนวัตกรรมสร้างสรรค์ (4) – โลกาภิวัตน์

    เท่าที่ผ่านมาของประวัติศาสตร์ทุนนิยมอเมริกันจะเห็นได้ว่า การพัฒนานวัตกรรมได้มีมาตลอดควบคู่กับไปกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาในระยะ 200 ปีที่ผ่านมา  บทความที่แล้วผู้เขียนได้อธิบายถึงนวัตกรรมที่เสริมสร้างความเข้มแข็ง (Empowering Innovation)ซึ่งใช้ระยะเวลาและการประดิษฐ์คิดสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่นั้น สามารถสร้างผลสะเทือนให้เศรษฐกิจได้อย่างเป็นลูกโซ่ระยะเวลานาน ซึ่งทำให้เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศได้รับผลดี เกิดการจ้างงาน มีธุรกิจย่อยตามมา ประชาชนอยู่ดีกินดีมากขึ้น เพราะความเจริญเติบโตของธุรกิจนั้น แต่ยังมีอีกสองรูปแบบนวัตกรรมซึ่งสร้างผล กระทบทางเศรษฐกิจเช่นกัน รูปแบบที่สองนวัตกรรมที่อยู่แบบยั่งยืน ซึ่งจะเป็นการทำผลิตภัณฑ์ เดิมที่มีอยู่ซึ่งเหมือนกับการขยายตลาดโดยทั่วไปของธุรกิจ ตัวอย่างเช่น โตโยต้าได้สร้างรถยนต์รุ่นใหม่สามารถเก็บสะสมพลังงานโดยสามารถใช้แบตเตอรี่ไฟฟ้าแบบใหม่ สามารถเก็บสะสมพลังงานไฟฟ้า และสามารถขับเคลื่อนเครื่องยนต์ได้ด้วย พริอุสก็ถือว่าได้รับการออกแบบได้ดีที่สุดและเป็นนวัตกรรมที่ดีเยี่ยมในบรรดารถยนต์รุ่นใหม่ของการประหยัดพลังงาน และโตโยต้าก็ออกรุ่นคัมรีไฮบริด ประเภทประหยัดพลังงานเพื่อจัดจำหน่ายในท้องตลาดด้วย แม้ว่าในภาพรวมทั้งคู่รวมกันจะสามารถขยายตลาดได้ แต่ภายใต้ตลาดประหยัดพลังงาน ถ้าผู้บริโภคซื้อพริอุสก็คงจะไม่ซื้อคัมรี เพราะฉะนั้นคัมรีจึงเป็นนวัตกรรมประเภททดแทนผลิตภัณฑ์ ด้านประหยัดพลังงานที่มีอยู่เดิม ซึ่งก็สามารถทำให้ธุรกิจอยู่ได้ยั่งยืนต่อไปได้ และก็ยังคงส่งผลทำให้เศรษฐกิจเคลื่อนไหวไปได้และมีเงินสดหมุนเวียนและก็ถือเป็นนวัตกรรมที่อยู่ได้ยั่งยืน แต่ถ้าหากพูดถึงการสร้างงานและเงินทุนที่เกิดขึ้นคงจะไม่ได้อะไรมากนัก และเป็นนวัตกรรมทางธุรกิจที่บริษัททั่วไปจะทำกันอยู่แล้ว ถ้าหากจะมาดูที่สหรัฐอเมริกา แอปเปิลหลังสตีฟ จ๊อบส์ ออกตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ไอโฟนครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 ก็นับว่าเป็นนวัตกรรมชั้นเยี่ยมขายได้ทั่วโลกในระยะสั้นและทำให้แอปเปิลโตอย่างรวดเร็ว การออกไอโฟนรุ่นหลัง เช่น ไอโฟนห้า ต่อมามีไอโฟนหก ก็คงทำให้โทรศัพท์อัจฉริยะประเภทไอโฟนอยู่ต่อไปได้เรื่อย ๆ หลังจากสตีฟ จ๊อบส์จากไป และธุรกิจของแอปเปิลก็อยู่ต่อไปยั่งยืนได้ แต่ผลสะเทือนทางเศรษฐกิจของรุ่นไอโฟนห้าและไอโฟนหกคงจะไม่ได้ช่วยทำให้เกิดการสร้างงานและสร้างธุรกิจต่อเนื่องแบบลูกโซ่ได้มากนัก นวัตกรรมแบบนี้เรียกว่านวัตกรรมแบบยั่งยืน (Sustaining Innovations) นวัตกรรมแบบสุดท้ายก็คือนวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพ (Efficiency Innovations) ซึ่งก็มักจะเป็นด้านกระบวนการเพื่อลดต้นทุน ทั้งหลาย อย่างเช่น กรณีการเกิดนวัตกรรมการผลิตของโตโยต้าเพื่อลดต้นทุนที่เรียกว่าผลิตทันพอดี หรือจัสอินไทม์ (Just-in time) คือเพื่อลดต้นทุนด้านสินค้าคงคลังในทุกกระบวนการผลิต กระทั่งการบริหารการจัดจำหน่ายและการบริการเพื่อให้ได้สินค้าราคา ถูก แม้ว่ากระบวนการดำเนินการจะเกิดประสิทธิภาพสูงด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย แต่ผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นคือการลดต้นทุนเพื่อทำให้เกิดการจ้างงานน้อยลง แต่สามารถทำงานได้มากขึ้น ถือว่าเป็นนวัตกรรมประเภทประสิทธิภาพ ในบัญชีงบดุลก็จะเหลือแค่สินค้าคงคลังที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ กระบวนการนวัตกรรมเพื่อประสิทธิภาพก็ยังควรจะมีต่อไปเช่นกัน ในบทความต่อไปผมจะได้เขียนถึงนวัตกรรมทั้งสามประเภทว่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอเมริกากันเพื่อการฟื้นเศรษฐกิจได้อย่างไร.  ร.ศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stamford.edu  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทุนนิยมอเมริกัน ต้องมีนวัตกรรมสร้างสรรค์ (4) – โลกาภิวัตน์