วันนี้(17 กันยายน 2557) ที่โรงแรมเดอะ สุโกศล ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ( เนคเทค )สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ(สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี จัดงานประชุมวิชาการและนิทรรศการประจำปี2557ขึ้นภายใต้แนวคิด “ตอบโจทย์ประเทศไทย งานวิจัยใช้ได้จริง” โดยมี ดร. พิเชฐ ดุรงคเวโรจน์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ ฯ เป็นประธานเปิดงาน ดร. พิเชฐ กล่าวว่าแนวคิดตอบโจทย์ประเทศไทย งานวิจัยใช้ได้จริง เป็นหัวข้อที่สอดรับกับนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ต้องการให้ทำงานวิจัยแบบขึ้นหิ้ง ซึ่งผลงานที่เนคเทคนำมาแสดง ทำให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าการทำงานวิจัยสามารถที่จะนำไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้จริง ด้านดร.พันธุ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการเนคเทค กล่าวว่า ปัจจัยสำคัญของการทำงานวิจัยให้ใช้ได้จริงนั้น มี3ส่วนคือการสร้างโจทย์วิจัยที่ถูกต้อง กลไกการทำงานของนักวิจัย และการนำไปใช้งานทั้งนี้นักวิจัยจะต้องอาศัยเวลาในการพูดคุยและเข้าถึงปัญหาเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งสิ่งสำคัญที่นักวิจัยจะต้องมีก็คือทักษะในการเข้าใจผู้อื่น โดยเฉพาะการทำวิจัยด้านเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน จำเป็นต้องเข้าใจกระบวนการหรือวิธีการทำงานที่มี อยู่และนำเทคโนโลยีเข้าไปเป็นตัวช่วยให้การทำงานนั้น ๆ ดีขึ้น อย่างไรก็ดีมองว่าการวิจัยของเนคเทคที่จะเข้าไปช่วยการดำเนินงานของรัฐบาลในระยะเร่งด่วนหรือใน 3 เดือนแรกนี้ก็คือการบูรณาการข้อมูลด้านการเกษตร ที่รัฐบาลไม่ได้ต้องการเพียงแค่แผนที่ให้รู้ว่าปลูกที่ไหนบ้างแต่ต้องสามารถประมวลผลและดูได้ถึงขั้นว่าควรปลูกที่ไหน เมื่อไหร่และปลูกอย่างไรถึงจะคุ้มกับการลงทุน นอกจากนี้ยังมีเรื่องเครื่องมือแพทย์และการวิเคราะห์ข้อมูลทางการแพทย์อีกด้วย สำหรับการประชุมวิชาการและนิทรรศการเนคเทคเป็นเวทีการประชุมที่เปิดโอกาส ให้กลุ่มนักวิจัย นักวิชาการ องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชนผู้ประกอบการ และผู้ที่สนใจจากทั่วประเทศได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นและประสบการณ์กับนักวิจัยที่มีชื่อเสียงในระดับชาติและระดับนานาชาติ พร้อมชมนิทรรศการผลงานวิจัยความก้าวหน้าด้านอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์ซึ่งนำไปสู่การเชื่อมโยงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีร่วมกับสถาบันการศึกษาและถ่ายทอดไปสู่การใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรมภาคสาธารณะที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในอนาคต ภายในงานยังได้มีการจัดแสดงนิทรรศการงานวิจัยที่พร้อมนำไปใช้ได้จริงโดยแบ่งเป็นโซน 1..สมาร์ท(Smart) เทคโนโลยีอัจฉริยะเทคโนโลยีที่ช่วยให้เกษตรกร เพิ่มผลผลิต พิชิตโรคร้าย รายได้สูงขึ้น 2..แคร์ (Care)เทคโนโลยีเพื่อชีวิต เทคโนโลยีงานวิจัย ช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับทุกคนมีสุขภาพแข็งแรง ยั่งยืน ยาวนานยิ่งขึ้น 3. กรีน(.Green) เทคโนโลยีรักษ์โลกเทคโนโลยีช่วยดูแลโลกให้น่าอยู่ สดใส ไร้มลพิษ 4.ฟิวเจอร์( Future ) เทคโนโลยีแห่งโลกอนาคต นวัตกรรมเทคโนโลยีแห่งโลกอนาคตเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส โลกทั้งใบจะมาอยู่ในมือคุณ นอกจากนี้ในงานยังมีการนำเสนอผลงานการพัฒนาซอฟต์แวร์ของเยาวชนในโครงการ “ต่อกล้าให้เติบใหญ่”ที่เนคเทคร่วมกับมูลนิธิสยามกัมมาจล ต่อยอดผลงานของนักเรียนนักศึกษาที่ส่งเข้าร่วมประกวดในโครงการการแข่งขันพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์แห่งประเทศไทยหรือ NSCที่เนคเทคจัดขึ้นมากว่า 10 ปี โดยโครงการต่อกล้า ฯนี้ มีการคัดเลือกผลงานมาบ่มเพาะและสนับสนุนให้สามารถนำไปผลิตเชิงพาณิชย์ได้จริงในอนาคต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดงานเนคเทคเอช 2014 ชูงานวิจัยใช้ได้จริง
Blog
-

เปิดงานเนคเทคเอช 2014 ชูงานวิจัยใช้ได้จริง
Facebook Comments -

เอไอเอส จัดแคมเปญ “อุ่นใจจัดเต็ม” ให้ลูกค้า3จี
วันนี้ (17 ก.ย.) นายสุรวัตร ชินวัตร ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานการตลาดด้านลูกค้าสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เอไอเอสต้องการมอบความพิเศษให้แก่ลูกค้าเอไอเอส 3G ทั้งฐาน เพื่อขอบคุณที่มอบความไว้วางใจใช้บริการเอไอเอสอย่างต่อเนื่อง ตอบสนอง Lifestyle การใช้ชีวิตประจำวัน ทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นความอร่อยอินเทรนด์, แพ็คเกจค่าโทรพิเศษหลากหลายรูปแบบและส่วนลดเครื่องสมาร์ทโฟนราคาพิเศษสุดๆ ดังนั้นจึงเริ่มโครงการ “อุ่นใจจัดเต็ม” ขึ้น โดยเริ่มต้นในเดือนกันยายนนี้เป็นครั้งแรก สำหรับ“อุ่นใจจัดเต็ม” ครั้งนี้ เอไอเอส จะมอบ 3 ความเซอร์ไพรส์แบบจัดเต็ม คือ 1. รับฟรี! แมคฯ เบอร์เกอร์ 50,000 ชิ้นทั่วประเทศ 2. รับค่าโทรฟรีทุกเครือข่าย 30 นาที จำนวน 300,000 แพ็ค และ 3. ลดกระหน่ำสมาร์ทโฟนสุดฮิตกว่า 90% นายสุรวัตร กล่าวเพิ่มเติมว่า “อุ่นใจจัดเต็ม” จะใช้ช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าผ่านช่องทาง Social Network ของเอไอเอส เป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็น Line, Facebook และ Web site โดยตั้งใจจะมอบความเซอร์ไพรส์สลับสับเปลี่ยน หมุนเวียนกันไป และจะจัดเต็มในลักษณะนี้ทุกเดือนจากนี้เป็นต้นไป เพื่อลูกค้า เอไอเอส 3G ทั้งฐานทั่วประเทศ ได้เตรียมเซอร์ไพรส์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอไอเอส จัดแคมเปญ “อุ่นใจจัดเต็ม” ให้ลูกค้า3จีFacebook Comments -

ดึงผู้ประกอบการลดต้นทุนโลจิสติกส์
นายอาทิตย์ วุฒิคะโร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรมให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลดต้นทุนภาคอุตสาหกรรมถือเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่สะท้อนประสิทธิภาพการบริหารจัดการในภาคอุตสาหกรรมได้เป็นอย่างดี โดยในปี 57จากการสำรวจพบว่า ต้นทุน โลจิสติกส์ต่อยอดขายของกลุ่มอุตสาหกรรมลดลงอย่างต่อเนื่องตลอด5ปีที่ผ่านมาทั้งนี้ ในปี55พบว่าต้นทุนโลจิสติกส์ต่อยอดขายอยู่ที่7.27%ลดจากปีก่อนหน้านั้นซึ่งอยู่ที่8.47%ขณะที่ในปี57คาดว่า จะมีต้นทุนโลจิสติกส์ลดลงต่ำกว่า7% โดยเมื่อพิจารณาส่วนประกอบแล้วต้นทุนโลจิสติกส์ประกอบด้วยต้นทุนสินค้าคงคลัง ต้นทุนการขนส่งสินค้า และต้นทุนบริหารจัดการ ซึ่งส่วนของต้นทุนสินค้าคงคลังนั้นยังสามารถลดลงได้อีกมาก“กระทรวงอุตสาหกรรมได้มอบหมายให้สำนักโลจิสติกส์หน่วยงานภายใต้สังกัด กพร.ดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อช่วยผู้ประกอบการอุตสาหกรรมไทยลดต้นทุนโลจิสติกส์ลงอย่างต่อเนื่องทุกปีผ่านโครงการต่างๆ จากนั้นจะมีการเก็บข้อมูลซึ่งเชื่อว่า ปี57จะลดลงต่ำกว่า7%แน่นอน”นายปณิธาน จินดาภูอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวว่า จากผลการดำเนินงานในเบื้องต้นพบว่าการพัฒนาระบบโลจิสติกส์ภาคอุตสาหกรรมกว่า30โครงการของสำนักโลจิสติกส์ช่วยลดต้นทุนได้กว่า3,500ล้านบาท พัฒนาบุคลากรกว่า 7,500คน ดึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมรายใหม่มากกว่า500รายเข้าร่วมโครงการต่าง ๆเพื่อยกระดับมาตรฐานด้านโลจิสติกส์ของไทย สำหรับการพิจารณาระบบโลจิสติกส์ในภาคอุตสาหกรรมไทยพบว่า ภาพรวมอยู่ในอันดับ3ของอาเซียน เป็นผู้นำในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม จุดเด่นของไทยคือผู้ประกอบการมีการนำระบบโลจิสติกส์และระบบไอทีมาใช้ในการบริหารจัดการได้เป็นอย่างดีส่งผลให้การบริหารจัดการมีประสิทธิภาพและสามารถลดต้นทุนในภาคอุตสาหกรรมได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึงผู้ประกอบการลดต้นทุนโลจิสติกส์Facebook Comments