Blog

  • ขยายเวลาจ่ายหนี้จำนำข้าว 30 ปี

    ขยายเวลาจ่ายหนี้จำนำข้าว 30 ปี

    ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุลรองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยในงานประชุมมอบนโยบายการทำงานของรัฐบาลให้กับส่วนราชการ เมื่อวันที่ 17ก.ย.ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลจะเร่งบริหารจัดการหนี้ภาครัฐที่เกิดขึ้นมาในช่วงรัฐบาลก่อนโดยเฉพาะหนี้ที่เกิดจากโครงการรับจำนำข้าว ที่ส่งผลให้เกิดภาระหนี้สูงถึง 700,000ล้านบาทโดยจะขยายระยะเวลาใช้หนี้ออกเป็น 30 ปี โดยในช่วง 10 ปีแรก จะยังไม่ใช้หนี้เพราะหากใช้หนี้ตามแผนเดิมที่วางไว้ว่าจะต้องชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 5 ปี จะส่งผลให้งบประมาณแผ่นดินมาใช้ในด้านอื่นโดยแนวทางข้างต้น ถือว่าไม่มีความน่าเป็นห่วง เพราะเคยทำมาก่อนหน้านี้แล้ว“เดิมสินค้าเกษตรของไทยเป็นอันดับต้นๆของโลกมาตลอดเช่นยางพาราเป็นอันดับหนึ่ง น้ำตาลเป็นอันดับสอง แต่ข้าวเจอความชั่วไป 2 ปี เป็นอันดับที่สาม ซึ่งจากนี้ขอเวลา 2-3 ปี ขอให้ไม่ต้องห่วง เพราะเชื่อว่า ไทยจะกลับมามาได้โดยที่ผ่านมาประเทศไทยเป็นแชมป์เปียนมานาน”ทั้งนี้ในด้านการดูแลผลผลิตทางการเกษตรจะต้องทำให้สำเร็จภายใน 1 ปี โดยปรับวิธีการให้เหมาะสม ซึ่งพืชแรกที่จะเร่งแก้ไขคือ ยางพาราเพราะปัจจุบันการใช้ยางพาราในประเทศมีสัดส่วนเพียง 10% จึงต้องหาแนวทางส่งเสริมเพิ่มขึ้น เช่นการส่งเสริมให้กลุ่มสหกรณ์แปรรูปเพิ่มมูลค่าขณะเดียวกันยังต้องทำควบคู่กับภาคอุตสาหกรรมที่จะเน้นการนำนวัตกรรมเข้ามาใช้และยังขอฝากให้กระทรวงอุตสาหกรรมเร่งแก้ไขปัญหาการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมในเขตชุมชนอย่างรวดเร็วซึ่งเรื่องทั้งหมดถ้าหากทำได้สำเร็จ เชื่อได้เลยว่า ประชาชนจะแห่มากราบไหว้แน่นอน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขยายเวลาจ่ายหนี้จำนำข้าว 30 ปี

  • ไทยพร้อมจัดงาน BIFF&BIL 2015

    ไทยพร้อมจัดงาน BIFF&BIL 2015

    ร.อ.สุวิพันธุ์ ดิษยมณฑล รองอธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ และ 14 สมาคมอุตสาหกรรมแฟชั่นและเครื่องหนังไทย มีความพร้อมจัดงานงานแสดงสินค้าแฟชั่นและงานแสดงสินค้าเครื่องหนัง ครั้งที่ 33 หรือ BIFF&BIL 2015ระหว่างวันที่ 11-15 มี.ค. 58 โดยชูภาพลักษณ์ใหม่และคอนเซ็ปท์ใหม่ให้มีความเป็นสากลและทันสมัย เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายธุรกิจด้วยดีไซน์ เพื่อเพิ่มโอกาสต่อยอดทางธุรกิจของผู้ประกอบการในด้านอุตสาหกรรมแฟชั่นและเครื่องหนังไทยให้เป็นที่ยอมรับมากขึ้น“ด้านการประชาสัมพันธ์ กรมฯปรับแผนเชิงรุกมากขึ้น โดยจัดโรดโชว์ไปเชิญผู้ซื้อในต่างประเทศ โดยผ่านช่องทางสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศของกรมฯกว่า 60 แห่งทั่วโลกแล้ว เน้นเชิญกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย รายประเทศทั้งประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงจีน, เกาหลี, ญี่ปุ่น, อินเดีย, ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ หรือ ตลาดใหม่ๆ ที่มีศักยภาพ ตะวันออกกลาง รัสเซีย เป็นต้น สำหรับการจัดโซนใหม่ในงานจะแบ่งเป็น 4 โซนหลักตามสไตล์ของแฟชั่น ได้แก่สินค้าแฟชั่น เครื่องหนังที่เป็นทางการ, สินค้าแฟชั่น เครื่องหนังลำลอง, สินค้าแฟชั่นเครื่องหนังสไตล์เอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ อาทิ ผ้าไหม สิ่งทอ และสินค้าพื้นเมือง และกลุ่มสินค้าวัตถุดิบ เส้นใยสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ วัสดุตกแต่ง เครื่องจักร เคมีภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมการผลิตสินค้าแฟชั่นทุกชนิด ร.อ.สุวิพันธุ์ กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดงานในครั้งที่ผ่านมาว่า อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องนุ่งห่ม และเครื่องหนัง เป็นอุตสาหกรรมส่งออกสำคัญของประเทศไทย ในช่วงครึ่งแรกของปี 57 ขยายตัว 3.6% ส่วนแนวโน้มการส่งออกช่วงครึ่งปีหลัง 57 คาดว่าจะขยายตัวได้ 5% ซึ่งการสนับสนุนผลักดันอุตสาหกรรมนี้อย่างต่อเนื่อง และการจัดงานแสดงสินค้าในประเทศให้ได้มาตรฐานสากลเป็นกลยุทธ์หนึ่งในการสนับสนุนผู้ประกอบการ พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้ผู้ส่งออกรายใหม่และรายย่อยให้สามารถค้าขายกับต่างประเทศได้ทั่วโลกโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไปต่างประเทศ“การจัดงานครั้งที่ผ่านมาแม้จะเกิดขึ้นระหว่างที่ประเทศไทยมีเหตุการณ์ความไม่สงบ แต่ผู้แสดงสินค้าก็พร้อมใจกันเข้าร่วมงานอย่างเต็มที่จำนวน 434 บริษัท 717 คูหา ในส่วนของผู้เข้าชมงานนั้นพบว่ามีผู้ซื้อที่ตั้งใจมาซื้อจริงมากเกินความคาดหมายและมีการสั่งซื้อทันทีและมีผลสั่งซื้อตามมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ในวันเจรจาธุรกิจมีผู้เข้าชมงาน 6,602 คน โดย 5 อันดับของประเทศที่เดินทางมาชมงานมากที่สุด ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ สหรัฐอเมริกา และเกาหลีใต้ เป็นต้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยพร้อมจัดงาน BIFF&BIL 2015

  • จี้รมว.ท่องเที่ยวเพิ่มช่องทางโฆษณาแหล่งท่องเที่ยว

    จี้รมว.ท่องเที่ยวเพิ่มช่องทางโฆษณาแหล่งท่องเที่ยว

    นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศ (สทน.) เปิดเผยว่า ต้องการให้รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กำหนดมาตรการกระตุ้นการเดินทางของกลุ่มไทยเที่ยวไทยให้มากขึ้นด้วยการโฆษณา ประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย ต่างๆ เพื่อสร้างการรับรู้และทำให้เกิดการเดินทางซึ่งในระยะยาว หากจำนวนคนไทยเที่ยวไทย เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดก็จะช่วยสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย สู่สายตาชาวต่างชาติ และหลังจากนั้น นักท่องเที่ยวต่างชาติก็จะเกิดความมั่นใจและเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกันทั้งนี้แนวทางในการกระตุ้นหลักๆ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียจะอาศัย สื่อต่างๆ เช่น เฟสบุ๊ค ยูทิวป์ ด้วยการใส่โฆษณาโปรโมทการท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะขณะนี้ในยูทิวป์มีการขายโฆษณาก่อนเข้าชมวิดีโอต่างๆ ก็น่าจะเป็นการแนะนำแหล่งท่องเที่ยวในไทยได้เป็นอย่างดี ซึ่งจะประหยัดงบกว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์บางรูปแบบด้วย “จากการได้เข้าฟังการแถลงนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬาแล้วถือว่ารมว.มีนโยบายต่างๆ ที่น่าสนใจเยอะ แต่จริงๆ แล้วหากมองให้ลึกลงไป ด้านการทำตลาดกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศยังไม่มีมาตรการที่ชัดเจนนักเพราะจริงๆ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมาจาก สองทาง คือ ทั้งต่างชาติมาเที่ยวไทย และ คนไทยเที่ยวไทยด้วยกันเอง หลังจากนี้ก็อยากจะเห็นมาตรการที่ชัดเจนด้านการท่องเที่ยวในประเทศบ้าง”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้รมว.ท่องเที่ยวเพิ่มช่องทางโฆษณาแหล่งท่องเที่ยว