Blog

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 13 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 24.24 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 13 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 24.24 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (13 ส.ค.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวันโดยมูลค่าการซื้อขายกลับมาคึกคักหลังจากตลาดปิดทำการในช่วงวันหยุดยาวก่อนหน้านี้ประกอบกับความกังวลด้านปัญหาทางการเมืองในต่างประเทศเริ่มคลี่คลายลง และกระแสเงินทุนต่างชาติเริ่มไหลกลับเข้าอีกครั้งจากทิศทางเงินบาทแข็งค่าดึงดูดความน่าสนใจของนักลงทุนต่างชาติเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,546.32 จุด  และลดลงต่ำสุด 1,529.72  จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,544.55 จุด เพิ่มขึ้น 24.24 จุด หรือ 1.59% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 56,150.71 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ช.การช่าง  ปิดที่ 27.25 บาท เพิ่มขึ่น  1.00 บาท 2.จัสมิน ปิดที่ 6.25  ลดลง 0.40 บาท 3.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 226.00 บาท เพิ่มขึ้น 8.00 บาท 4.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 186.50 บาท เพิ่มขึ้น 5.00 บาท 5.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 22.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.40 บาท  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 13 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 24.24 จุด

  • บินไทยชี้แจงกระจกห้องนักบินร้าว

    บินไทยชี้แจงกระจกห้องนักบินร้าว

    นาวาอากาศตรีพงศภีระ ไพศาลกุลวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคง และมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุเที่ยวบินที่ ทีจี 476 เส้นทาง ซิดนีย์ – กรุงเทพฯ เครื่องบินแบบโบอิ้ง 747 ซิดนีย์-กรุงเทพฯ เกิดร่อนลงฉุกเฉินหลังพบว่า กระจกด้านขวาในห้องนักบินมีรอยร้าวว่า เที่ยวบินดังกล่าวออกจากเมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 12 ส.ค.57 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) และบรรทุกผู้โดยสาร 273 คน นักบินและลูกเรืออีก 21 คน แต่ขณะทำการบินมุ่งหน้าสู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ 6 ชั่วโมง กัปตันพบว่า กระจกด้านขวาในห้องนักบินมีรอยร้าว  ดังนั้นจึงประสานงานกับหน่วยงานภาคพื้นดิน เพื่อขอนำเครื่องลงจอดที่ท่าอากาศยานเดนปาซาร์ บาหลี ประเทศอินโดนีเซียฉุกเฉิน เมื่อเวลา 16.52 น. (เวลาท้องถิ่น) ซึ่งเป็นท่าอากาศยานที่ใกล้ที่สุด โดยได้ปฏิบัติตามมาตรฐานสากลความปลอดภัยของผู้โดยสารอย่างเคร่งครัด และมีการดูแลผู้โดยสารเป็นอย่างดี นำเข้าพักที่โรงแรมในบาหลีเรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 13 ส.ค. 57 การบินไทยจะนำผู้โดยสารในเที่ยวบินดังกล่าวเดินทางกลับมายัง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ด้วยเครื่องบินลำใหม่ในเที่ยวบิน ทีจี 476 เส้นทาง ซิดนีย์ – บาหลี – กรุงเทพฯ  คาดจะถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา 20.10 น. ในวันที่ 13 ส.ค. 57  รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมาเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ก็ยังพบปัญหากระจกร้าว จนต้องมีการเปลี่ยนเครื่องบินใหม่  ทางพล.อ.อ.ศิวเกียรติ์ ชเยมะ รักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในเบื้องต้นสั่งการให้ร้อยโทอธิศักดิ์ พัดชื่นใจ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการ กลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงและแนวทางแก้ไขปัญหาให้ตนรับทราบภายในต้นสัปดาห์หน้า “หากภายหลังตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่ากระจกเครื่องบินร้าว เนื่องจากเครื่องเก่า ตามที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กจริง การบินไทยจะต้องเร่งแก้ไข รวมทั้งต้องกลับไปทบทวนการ นำเครื่องขึ้นบินในเส้นทางการบินระยะไกลใหม่ทั้งหมด หากต้องบินในระยะไกลที่มีเพดานบินสูงนั้นอาจต้องนำเครื่องใหม่มาทำการบินแทน เพื่อเพิ่มความปลอดภัย”    ร้อยโทอธิศักดิ์พัดชื่นใจ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายปฏิบัติการกล่าวว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง พบว่าปัญหากระจกร้าวจากทั้ง 2 เที่ยวบินเกิดขึ้นกับกระจกบริเวณด้านขวาห้องนักบิน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากระบบทำความร้อน(ฮีทเตอร์) ที่ติดตั้งไว้ในกระจก ทำให้อุณหภูมิภายในกับภายนอกไม่สมดุลกันจนทำให้เกิดรอยร้าวขึ้น “ปกติกระจกบริเวณกระจกห้องนักบินจะมีการคติดตั้งฮีตเตอร์เพื่อหล่อเลี้ยงความร้อนให้กระจกตลอดเวลาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาน้ำแข็งเกาะหรือเกิดฝ้า เวลาที่บินอยู่ระดับสูงที่บรรยากาศภายนอกมักจะติดลบต่ำกว่าจุดเยือกแข็งประมาณ ลบ 40-50 องศา   แต่เมื่อฮีตเตอร์ทำงานผิดพลาดก็อาจเกิดปัญหากระจกร้าวขึ้นได้ แต่ที่ผ่านมาเราพบปัญหาลักษณะนี้น้อยมากซึ่งก็ไม่ใช่ปัญหาที่น่ากลัวอะไร  เพราะรอยร้าวที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นรอยร้าวที่เกิดขึ้นกับกระจกบริเวณชั้นนอกสุด ซึ่งกระจกห้องนักบินมีความหนานถึง 7 ชั้น  หรือหนาประมาณ 2นิ้วแต่เพื่อความปลอดภัยนักบินส่วนใหญ่จะขอลงจอดฉุกเฉินเพื่อทำการซ่อมแซมก่อนทำการบินใหม่แต่ยืนยันว่าไม่ได้เกิดปัญหาจากมาตรฐานเที่ยวบิน หรือเครื่องเก่าเพราะเพิ่งใช้มา10 ปี”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บินไทยชี้แจงกระจกห้องนักบินร้าว

  • ลีวายส์เปิดร้านในสนามบินกระตุ้นยอดขาย

    ลีวายส์เปิดร้านในสนามบินกระตุ้นยอดขาย

    น ายปีเตอร์ ฮอร์น ผู้จัดการทั่วไป กลุ่มสินค้าแฟชั่น บริษัท ดีเคเอสเอช ประเทศไทย จำกัด ผู้แทนจัดจำหน่ายเครื่องแต่งกายแบรนด์ลีวายส์ เปิดเผยว่า ปีหน้าบริษัทเตรียมจะเปิดตัวร้านสาขารูปแบบใหม่ 1 แห่งที่สนามบินนานาชาติในหัวเมืองท่องเที่ยว บนพื้นที่ประมาณ 50 ตร.ม. เพื่อขยายช่องทางจำหน่ายสินค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวเพราะมีกำลังซื้อสูง หลังช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาประสบกับปัญหาภายในประเทศ ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจยากยิ่งขึ้น  อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้บริษัทได้ทดลองเปิดสาขาที่สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิไปแล้ว 1 เดือน และได้รับผลตอบรับจากลูกค้าดีมาก โดยลูกค้าหลักกว่า 60% เป็นชาวต่างชาติ ที่มีการใช้จ่ายสูงกว่าชาวไทย 5-10% ซึ่งคนไทยมียอดซื้อสินค้าทีี่ประมาณ 2,350 บาทต่อคน “การทำธุรกิจในภาวะแบบนี้ยากมาก เห็นได้จากตลาดเสื้อผ้าทั้งประเทศค่อนข้างชะลอตัว ซึ่งต่อจากนี้บริษัทจะให้ความสำคัญกับกิจกรรมการตลาดมากขึ้น โดยได้เพิ่มงบการตลาดอีก 1-2% ล่าสุดได้จัดกิจกรรม ลีวายส์ กิฟต์ แอนด์ เก็ท ต่อฝันปันสุข ที่เป็นกิจกรรมเพื่อสังคม หวังกระตุ้นยอดขายตั้งแต่วันที่ 15 ส.ค.- 30 ก.ย.นี้ให้เพิ่มขึ้นจากปกติ 15-20%” นายพิสุทธิ์ บุนนาค ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด กลุ่มสินค้าแฟชั่นและเครื่องแต่งกาย กล่าวว่า คาดว่ารายได้ของบริษัทปีนี้จะเติบโตน้อยกว่าปกติที่ 8-9% เป็น 5% จากยอดขายปีก่อน 2,100 ล้านบาท เนื่องจากครึ่งปีแรกยอดขายเติบโตไม่ถึง 5% แต่มั่นใจว่าการจัดกิจกรรมการตลาดอย่างเข้มข้นจะผลักดันให้ยอดขายโตได้ดีขึ้น แต่ถือว่ายังน้อยกว่าเป้าหมายเดิมที่เคยวางไว้ นายพิสุทธิ์กล่าวอีกว่า เศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้แม้จะกระตุ้นตลาดด้วยแคมเปญต่างๆ แต่ก็ทำได้ไม่ดีเท่าภาวะปกติ สังเกตได้จากแคมเปญก่อนหน้านี้ ที่ช่วยได้ให้ยอดขายไม่ตกเท่านั้น ขณะที่ยอดขายที่อยู่ในแหล่งนักเที่ยวก็ลดลงถึง 30% เพราะนักท่องเที่ยวเดินทางมาน้อยลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวคนจีนที่เข้ามาลดลงมาก ซึ่งลูกค้าชาวต่างชาติมีสัดส่วนถึง 40% ของลูกค้าทั้งหมด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลีวายส์เปิดร้านในสนามบินกระตุ้นยอดขาย