วันนี้ (21 ก.ค.) ที่โรงแรม W กรุงเทพฯ นางวิลาสินี พุทธิการันต์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการบริการและบริหารลูกค้า บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอสกล่าวว่าเอไอเอสมุ่งเน้นการให้บริการโดยตลอด คือ การบริการคุณภาพที่มาพร้อมประสบการณ์เชิงบวกสามารถส่งมอบความต้องการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้เป็นอย่างดี ซึ่ง เอไอเอสถือเป็นรายแรกที่มุ่งมั่นศึกษาพฤติกรรมของลูกค้าในเชิงลึกและนำมาออกแบบเป็นบริการที่เหมาะสมกับลูกค้าแต่ละกลุ่มโดยมีพัฒนาการของบริการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาอย่างไรก็ตามจากปี 2004 เอไอเอสได้เปิดตัว“เอไอเอสเซเรเนด”เพื่อมอบประสบการณ์การดูแลลูกค้าแบบพิเศษที่ยกระดับไปอีกขั้นซึ่งตลอดระยะเวลาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 10 ปี ได้มีการพัฒนาบริการใหม่ๆ อย่างต่อเนื่องและได้รับการตอบรับจากลูกค้ารวมถึงสร้างมิติใหม่ของงานบริการได้อย่างดีโดยมีตัวเลขของความพึงพอใจของลูกค้าล่าสุดในครึ่งปีแรกของปีนี้มากกว่า 87%ด้านนางบุษยา สถิรพิพัฒน์กุล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการเอไอเอสกล่าวว่าจากนโยบายเพี่อการพัฒนาบริการเพื่อลูกค้า ปีนี้เอไอเอสได้เตรียมงบประมาณสำหรับการพัฒนาบริการเพื่อลูกค้าเซเรเนดกว่า 800ล้านบาทพร้อมเปิดมิติใหม่ของการยกระดับความพิเศษสำหรับ เอไอเอส เซเรเนด 3 ด้าน คือ 1.ขยายฐานการดูแลลูกค้าและมอบสิทธิพิเศษอีกระดับเพิ่มขึ้นกับ “เซเรเนด เอมเมอรัลด์”เพื่อเพิ่มโอกาสในการดูแลลูกค้าที่มีระยะเวลาการใช้งานตั้งแต่6 เดือนขึ้นไป และ มียอดค่าใช้บริการตั้งแต่ 900 บาทขึ้นไป 2.ยกระดับและขยายรูปแบบของสิทธิพิเศษให้พิเศษยิ่งขึ้นและตรงใจยิ่งกว่ากับร้านค้าและบริการกว่า 10,000 แห่งทั่วประเทศและ 3.เปิดโอกาสให้สัมผัสประสบการณ์พิเศษกับ SerenadeGroup Privilegeสำหรับลูกค้าปกติที่ยังมิได้เป็นเซเรเนด ได้ส่วนลดแบบเซเรเนดเพียงรวมกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวสูงสุด 3 เลขหมาย แล้วกด*543*เลขหมายAIS 3Gที่ต้องการเชิญร่วมกลุ่ม#(3,000 บาทขึ้นไป แพลททินัม,1,500 บาทขึ้นไป โกลด์ และ 900 บาทขึ้นไปเอมเมอรัลด์)ทั้งนี้ เอไอเอสเซเรเนด คือโปรแกรมการดูแลสุดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ใช้บริการอย่างต่อเนื่องด้วยแนวคิดAlways Exclusive Always On Topใน 4ด้าน คือ 1. รูปแบบบริการพิเศษ (Serenade Service)2.ช่องทางการดูแลพิเศษ (Serenade Touch Point)3.สิทธิพิเศษหลากหลาย (Serenade Privilege)4.กิจกรรมพิเศษ (Serenade Activities)แบ่งรูปแบบการดูแลเป็น2 กลุ่ม คือSerenade PlatinumและSerenadeGoldปัจจุบันมีฐานลูกค้าSerenadeมากกว่า 2 ล้านราย ล่าสุด เปิดตัวSerenade Emeraldขยายฐานการดูแลเพิ่มเป็น 2.2 ล้านราย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอไอเอส ทุ่ม 800 ล้านยกระดับลูกค้าเซเรเนด
Blog
-

เอไอเอส ทุ่ม 800 ล้านยกระดับลูกค้าเซเรเนด
Facebook Comments -

สมุยทำใจปีนี้นักท่องเที่ยวไม่โต
นายทนงศักดิ์ สมวงศ์ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เปิดเผยว่า ขณะนี้ภาพรวมการท่องเที่ยวของเกาะสมุยยังไม่คึกคักนัก แม้จะเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น)แล้วก็ตาม โดยจำนวนนักท่องเที่ยวในเดือน ก.ค.ลดลงถึง 20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากนักท่องเที่ยววางแผนเดินทางไม่ท่องเที่ยวไม่ทัน หลังการประกาศยกเลิกเคอร์ฟิวของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมานั้นกระชั้นชิดกับช่วงไฮซีซั่นบนเกาะสมุย ที่เริ่มตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.-31 ส.ค.เกินไป “ยอมรับว่าภาพรวมของนักท่องเที่ยวที่เกาะสมุยตลอดทั้งปีไม่น่าจะเติบโตได้ ดีที่สุดก็เท่ากับปีที่ผ่านมา คือประมาณ 1.5 ล้านคน เพราะขณะนี้ผ่านมากว่าครึ่งปีแล้ว จำนวนนักท่องเที่ยวยังมีเพียง 900,000 คนเท่านั้น ประกอบกับช่วงไฮซีซั่นของเกาะสมุยไม่ได้ยาวนานเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค.ก็เป็นฤดูมรสุม หลังจากนี้ก็รอลุ้นเดือน ส.ค.ที่เป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวเดินทางมามากที่สุดว่าจะช่วยได้สักเท่าไร” อย่างไรก็ตามกลุ่มผู้ประกอบการโดยเฉพาะโรงแรมในพื้นที่เกาะสมุยที่มีกว่า 16,000ห้อง และเป็นกลุ่ม 5 ดาวถึง 15% ยังพร้อมเดินหน้าจัดงานโรดโชว์ทั้งต่างประเทศ อาทิ ฮ่องกง อินเดีย และ จีน ต่อไป เพื่อสร้างการรับรู้และทำให้จำนวนักท่องเที่ยวไม่ลดน้อยลงไปมากกว่าปีที่ผ่านมา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สมุยทำใจปีนี้นักท่องเที่ยวไม่โตFacebook Comments -

สสช.พบปัญหาด่านศุลกากรอื้อซ่า
รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลสำรวจข้อมูลศักยภาพพื้นฐานระบบโลจิสติกส์การค้า ปี 56 โดยสุ่มตัวอย่างจากสถานประกอบการธุรกิจการค้า 13,607 แห่ง ทั่วประเทศ ยกเว้น ธุรกิจซ่อมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และแผงลอย พบว่า ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ที่ประกอบธุรกิจนำเข้าและส่งออก ได้ร้องเรียนถึงการดำเนินพิธีการศุลกากรของภาครัฐ โดยเฉพาะปัญหาความล่าช้าในการดำเนินงานมากที่สุดถึง 74.6% รองลงมาเป็นเรื่องข้อกฎหมาย หรือระเบียบต่างๆ ความซ้ำซ้อนของกระบวนการ และสุดท้ายคือเรื่องความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่ ซึ่งภาครัฐต้องเร่งแก้ไข สำหรับภาพรวมของการสำรวจข้อมูลครั้งนี้ พบว่า สถานประกอบการทั่วประเทศมีบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ งานด้านโลจิสติกส์อยู่ถึง 196,150 คน หรือคิดเป็น 23.2% ของจำนวนบุคลากรทั้งหมดกว่า 846,8128 คน แบ่งเป็น พนักงานหรือลูกจ้างรายเดือน 148,058 คน และพนักงานหรือลูกจ้างรายวัน 48,092 คน ส่วนใหญ่จบการศึกษาในระดับต่ำกว่า ปวช.ทั้งสิ้น โดยเฉพาะพนักงานจัดส่งและพนักงานคลังสินค้า ที่มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่า ปวช.สูงถึง 50% ขณะที่การจัดการงานด้านโลจิสติกส์ของสถานประกอบการนั้น จากการสำรวจ พบสถานประกอบการมากกว่า 60% ดำเนินกิกรรมด้านโลจิสติกส์เอง ส่วนสถานประกอบการที่ว่าจ้างผู้ประกอบการภายนอกให้นั้น ส่วนใหญ่จะให้ดำเนินงานเรื่องของการจัดส่งสินค้า การจัดการคลังสินค้า และพิธีศุลกากร ซึ่งถือเป็นงานที่ต้องใช้ความเชี่ยวชาญ ในการดำเนินงาน นอกจากนี้ในเรื่องของความต้องการที่จะให้ภาครัฐให้ความช่วยเหลือ ส่วนใหญ่ได้แสดงความเห็นว่า ต้องการให้รัฐจัดให้มีการฝึกอบรม และให้ความรู้ด้านโลจิสติกส์แก่บุคลากร พัฒนาระบบและอุปกรณ์ด้านโลจิสติกส์ และจัดหาผู้ที่เชี่ยวชาญมาให้คำปรึกษา อย่างไรก็ตามในด้นการลงทุนอุปกรณ์เครื่องมือด้านโลจิสติกส์ และเทคโนโลยีเพื่อจัดการระบบโลจิสติกส์นั้น พบว่า มีสถานประกอบการเพียง 20% เท่านั้นที่ลงทุนในอุปกรณ์ โดยส่วนใหญ่มีสัดส่วนลงทุนน้อยกว่า 10% ส่วนการลงทุนด้านการใช้เทคโนโลยี พบว่า มีสถานประกอบการเพียง 16.4% ลงทุนในเรื่องดังกล่าว โดยสถานประกอบการในกลุ่มนี้ มีสัดส่วนลงทุนในซอฟต์แวร์ด้านโลจิสติกส์น้อยกว่า 10% และหากพิจารณาการลงทุนในฮาร์ดแวร์ด้านโลจิสติกส์ พบว่า ส่วนใหญ่เลือกลงทุนเรื่องดังกล่าวน้อยกว่า 10% เช่นเดียวกัน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สสช.พบปัญหาด่านศุลกากรอื้อซ่าFacebook Comments