Blog

  • ราคาทอง23มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,550บาท

    ราคาทอง23มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,550บาท

    วันที่ 23 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:29 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,550 บาท รับซื้อ 19,753.48 บาท ทองแท่งขายบาทละ 20,150 บาท รับซื้อ 20,050 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,550 บาท รับซื้อ 19,753.48 บาท ทองแท่งขาย 20,150 บาท รับซื้อ 20,050 บาท เวลา 09:29 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง23มิ.ย.57 ปรับครั้งที่1 รูปพรรณขาย20,550บาท

  • สิงห์รถบรรทุกขอผ่อนผันน้ำหนักใหม่

    สิงห์รถบรรทุกขอผ่อนผันน้ำหนักใหม่

    นายยู เจียรยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สหพันธ์ฯ ได้ทำหนังสือถึงขอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาทบทวนและแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อผ่อนปรนเรื่องการกำหนดน้ำหนักบรรทุกสินค้าของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ที่จะเริ่มประกาศใช้มาตรการตรวจจับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน 50.5 ตัน ในวันที่ 1 ก.ค.นี้ เนื่องจากสถานการณ์ขนส่งสินค้าช่วงนี้อยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั้งนี้ยังขอให้ คสช.พิจารณาเรื่องการจัดตั้งสภาการขนส่งทางถนน เพื่อให้สภาฯ นี้เป็นเวทีที่สามารถส่งตัวแทนไปต่อรองหรือเจรจาเรื่องต่าง ๆ ได้ต่อมา คือ ขอแก้ไขกฎหมาย เช่น พ.ร.บ.ทางหลวง โดยเฉพาะกรณีมีการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากำหนด พนักงานขับรถจะต้องโดนข้อหาในคดีอาญา และต้องติดคุก ซึ่งสหพันธ์ขอแก้ไขโดยปรับใหม่ เป็นพนักงานขับรถไม่ต้องติดคุก และให้คิดค่าปรับเป็นอัตราล่วงหน้า ค่าปรับคูณน้ำหนักสินค้าที่เกินคูณระยะทาง เช่นหากบรรทุกเกิน100 กม.แรก คิดค่าปรับ 1 บาท หากบรรทุกเกิน 101 กม. คิดกม.ต่อไป 2 บาท เป็นต้นนอกจากนี้ ขอให้คสช.เข้าไปดูกฎหมายเกี่ยวกับพ.ร.บ.ส่งเสริมการให้บริการโลจิสติกส์ ของกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งก่อนหน้านี้ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวรอเข้าที่ประชุมรัฐสภา แต่ไม่สามารถพิจารณาได้ทัน จึงตกไป ซึ่งสาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.ส่งเสริมการให้บริการโลจิสติกส์ เป็นการป้องกันนอมินีเข้ามาจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการในไทย"การคิดค่าปรับแทนการจับพนักงานขับรถบรรทุกเกินนั้น เป็นการป้องปรามการเก็บส่วยได้ส่วนหนึ่ง รัฐจะได้นำเงินค่าปรับมาใช้ซ่อมบำรุงถนน หากเป็นไปได้ผู้ว่าจ้างที่ให้บรรทุกน้ำหนักเกิน จะต้องมีส่วนรับผิดชอบในเรื่องนี้ร่วมกับผู้ประกอบการขนส่งด้วย และอนาคตเมื่อเปิดประชาคมอาเซียน ไทยควรมีกฎหมายปกป้องผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วย"นายชัชวาลย์ บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่าวันที่ 1ก.ค.นี้ กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท จะมีมาตรการตรวจจับรถบรรทุกน้ำหนักเกิน 50.5 ตันอย่างจริงจัง เพราะก่อนหน้านี้ ผู้ประกอบการขนส่งได้ขอผ่อนผันมา 2 ครั้งแล้วประกอบกับผลการศึกษาของมหาวิทยาลัยนเรศวรระบุว่าหากไทยเปลี่ยนจากการบรรทุกน้ำหนัก 50.5 ตันเป็น 58 ตันจะทำให้หน่วยงานต้องเพิ่มค่าบำรุงรักษาถนนตลอด 15 ปีเป็นเงินมูลค่ากว่า 1.6 แสนล้านบาท"กรมทางหลวง จะไม่ผ่อนปรนอีกแล้ว เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการได้ขอให้คนกลางเข้ามาศึกษาการบรรทุกสินค้า ว่าควรมีน้ำหนักบรรทุกเท่าไร และไม่ให้หน่วยงานราชการทำ ซึ่งกรมทางหลวงก็ยินยอม ดังนั้นเมื่อผลออกมาเป็นอย่างไรผู้ ประกอบการก็ควรปฏิบัติตาม อีกทั้งหากเปรียบเทียบไทยกับกลุ่มอาเซียน จะพบว่าพิกัดน้ำหนักรถบรรทุกเขาน้อยกว่าเรามาก ผู้ประกอบการไทยควรคำนึงถึงเรื่องนี้ด้วย"

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สิงห์รถบรรทุกขอผ่อนผันน้ำหนักใหม่

  • ค้าภายในยันยังต้องการให้ผลิตขนาดเดียว

    ค้าภายในยันยังต้องการให้ผลิตขนาดเดียว

    นายสันติชัย สารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน (คน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สมาคมผู้ผลิตสบู่ไทยผลิตภัณฑ์ในบ้านเรือนและส่วนบุคคล ได้ทำหนังสือถึงกรมการค้าภายใน เพื่อแจ้งเรื่องการปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในส่วนของขนาดบรรจุสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ชำระล้างนั้น โดยสมาคมฯ ระบุว่า การที่กรมฯ ขอความร่วมมือให้สมาคมปรับขนาดบรรจุภัณฑ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันนั้น อาจเสี่ยงต่อการละเมิดพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้าพ.ศ.2542และอาจเป็นการเข้าข่ายการผูกขาด หรือการตกลงร่วมกัน เพื่อจำกัดการแข่งขันในตลาดของผู้ประกอบการ ถือเป็นการกระทำที่ไม่เป็นการส่งเสริมการแข่งขันที่เสรี และเป็นธรรมในตลาดนอกจากนี้ หากเปลี่ยนแปลงขนาดบรรจุภัณฑ์ อาจทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และเป็นปัญหาด้นการผลิต การตลาด ของผู้ผลิตด้วย เพราะกลุ่มสินค้าดังกล่าว ผลิตเพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่หลากหลาย และเฉพาะเจาะจงกลุ่มลูกค้า ทำให้สินค้ามีคุณภาพ ราคา และช่องทางการจำหน่ายเข้าถึงกลุ่มลูกค้าที่มีความแตกต่างกัน แต่หากจะให้ผลิตเป็นขนาดมาตรฐานเดียวกันจะก่อให้เกิดปัญหาด้านการผลิตการตลาด และต้นทุนของผู้ผลิต“ยืนยันว่าการที่กรมฯ ขอให้เอกชนผลิตสินค้าที่มีขนาดบรรจุเท่ากัน ไม่ได้ขัดต่อกฎหมายแข่งขันทางการค้า เพราะทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนและไม่ได้สั่งให้เหมือนกันทุกรุ่น ทุกขนาด แต่จะเลือกมาเฉพาะขนาดที่เป็นที่นิยมซื้อมากที่สุด เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบราคา กับขนาดบรรจุ ว่าสมเผตุสมผลหรือไม่และไม่ได้กระทบต่อต้นทุนเพราะปัจจุบัน ผู้ผลิตออกขนาดบรรจุใหม่ ๆ มาตลอด จึงไม่น่าเป็นปัญหาต่อผู้ผลิต โดยกรมฯ จะให้เวลาเอกชนปรับตัวอีกไม่ต่ำกว่า6เดือน”ด้านนางสุวรรณี สิริเวชชะพันธ์ นายกสมาคมผู้ผลิตสบู่ไทยผลิตภัณฑ์ในบ้านเรือนและส่วนบุคคล กล่าวว่า จากข้อมูลดัชนีราคาสินค้าทั่วไปของกระทรวงพาณิชย์ตั้งแต่ปี55ถึงไตรมาสแรกปี57เมื่อเปรียบเทียบดัชนีราคาแชมพูสระผม ต่อขนาดบรรจุภัณฑ์ (บาทต่อมิลลิลิตร) พบว่า ราคาสินค้าต่อขนาดบรรจุลดลงต่อเนื่องถึง1.4% สวนทางกับดัชนีราคาสินค้าทั่วไปซึ่งสูงกว่า 2%เพราะแชมพูมีผู้ประกอบการจำนวนมาก มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลากหลาย มีการแข่งขันสูง และอ่อนไหวต่อราคาสูง ผู้ประกอบการต้องปรับตัว ด้วยการจัดโปรโมชั่นลด แลก แถม ตลอดทั้งปีเพื่อให้ธุรกิจอยู่ได้ ทำให้ราคาเฉลี่ยต่อขนาดบรรจุต่ำลงถึงแม้จะปรับลดขนาดส่วนผงซักฟอกนั้น เป็นสินค้าที่มีต้นทุนจากวัตถุดิบสูงถึง40%ของต้นทุนการผลิตทั้งหมด และราคาวัตถุดิบดังกล่าว ผันผวนตามอัตราแลกเปลี่ยน แต่ราคาเฉลี่ยต่อขนาดบรรจุในไตรมาสแรกปี57กลับต่ำลง สวนทางกับอัตราแลกเปลี่ยนที่อ่อนค่าลงในช่วงเวลาเดียวกันเพราะตลาดมีการแข่งขันสูง ผู้บริโภคมีความอ่อนไหวต่อราคามาก ผู้ประกอบการจึงต้องปรับตัว ด้วยการจัดรายการส่งเสริมการขายเช่นกัน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ค้าภายในยันยังต้องการให้ผลิตขนาดเดียว