ว่าที่ร้อยตรีอานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว เปิดเผยว่า เตรียมเสนอร่างมาตรฐานการบริการสปาเพื่อสุขภาพ กับองค์การมาตรฐานระหว่างประเทศ (ไอเอสโอ) รวมถึงจะผลักดันให้ครอบคลุมไปถึง โยคะและควบคุมอาหารเพื่อสุขภาพด้วย เนื่องจากต้องการสร้างความเชื่อมั่นและกระตุ้นความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติมาใช้บริการ และเป็นการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยเพื่อให้ต่างประเทศยอมรับ “ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่ต่างชาตินิยมมาท่องเที่ยว และ ใช้บริการด้านความงามรวมถึงด้านสุขภาพเป็นจำนวนมากทั้งการหาหมอ และการบริการนวด สปาต่างๆ จากนี้กรมฯจะพัฒนามาตรฐานเกี่ยวกับโยคะต่อไป เพราะเริ่มมีกระแสความนิยมมากขึ้น อีกทั้งจะยกระดับคุณภาพทั้งสถานประกอบการและผู้ประกอบการที่ให้บริการต่างๆด้วย” ทั้งนี้กรมมีกำหนดจะเข้าร่วมการประชุมคณะทำงานจัดทำมาตรฐานสปาอีกครั้ง ระหว่างวันที่19-23 พ.ค. ที่ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส โดยมีผู้แทนกระทรวงสาธารณสุข และสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ร่วมคณะเป็นผู้แทนจากประเทศไทยด้วย นอกจากนี้ยังได้เสนอวาระเร่งด่วนระหว่าวงการประชุมท่องเที่ยวสมัยพิเศษที่ประเทศสิงคโปร์ ในหัวข้อ การอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวทางบก เพื่อให้นักท่องเที่ยวในอาเซียน โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจเสรีอาเซียน (เออีซี) ได้เดินทางข้ามประเทศได้สะดวกมากขึ้น ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวข้ามประเทศด้วย ขณะเดียวกันอาเซียนจะต้องเป็นปลายทางสำหรับการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพและเด่นชัดในเรื่องของภาพลักษณ์โดยเฉพาะการนำนักท่องเที่ยว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เสนอร่างสปา-โยคะไอเอสโอ
Blog
-

เสนอร่างสปา-โยคะไอเอสโอ
Facebook Comments -

ธุรกิจหวยครองแชมป์เจ๊งสูงสุด
นายปฏิมาจีระแพทย์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.)เปิดเผยว่า สถานการณ์การดำเนินกิจการของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ระหว่างเดือน ม.ค. –เม.ย. ปี 57 มียอดเลิกกิจการ 3,731 ราย เพิ่มขึ้น 9.9 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยธุรกิจที่ยกเลิกสูงสุด คือหมวดกิจการขายสลากกินแบ่ง จำนวน 482 รายมีทุนจดทะเบียนมูลค่า 246 ล้านบาทเนื่องจากธุรกิจกลุ่มนี้ มีการแข่งขันสูง รวมทั้งยอดขายสลากกินแบ่งรัฐบาลลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอ และเป็นธุรกิจที่เปิด – ปิดง่ายรองลงมาเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เพื่อที่พักอาศัยและหมวดอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่พักอาศัย เพราะผู้รับเหมารายเล็กส่วนใหญ่จะเปิดรับงานเป็นกรณีๆ เมื่อเสร็จงานก็จะยกเลิกเลย สำหรับยอดการตั้งกิจการในช่วง 4 เดือน มีจำนวน 19,684 ราย ลดลง 19.5 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนโดยธุรกิจที่จัดตั้งใหม่สูงสุด คือ หมวดการก่อสร้างที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย มีจำนวน 2,069 ราย ทุนจดทะเบียน 5,569 ล้านบาท รองลงมาเป็นหมวดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อที่พักอาศัยและหมวดขายส่งเครื่องจักร ส่วนแนวโน้มยอดการจัดตั้งและยกเลิกกิจการในช่วงครึ่งปีหลัง (มิ.ย. – ธ.ค.) เชื่อว่า จะมีแนวโน้มดีขึ้นยอดการจัดตั้งกิจการจะเพิ่มขึ้น และยอดยกเลิกกิจการจะลดลงเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโดยรวม จะปรับตัวดีขึ้น หลังจากเริ่มมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจมากขึ้นโดยทั้งปีเชื่อว่า จะไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก คือ ยอดจัดตั้งกิจการ ประมาณ 50,000 – 60,000 ราย ยอดยกเลิกกิจการ ประมาณ 15,000 – 20,000 ราย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธุรกิจหวยครองแชมป์เจ๊งสูงสุดFacebook Comments -

ดึงบริษัทมหาชนส่งงบการเงินผ่านออนไลน์
น.ส.ผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า กรมฯ มีแผนที่จะผลักดันการให้บริการรับงบการเงินผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ไฟล์ลิ่ง) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนที่จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.) เพื่อดึงให้บริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีอยู่กว่า 1,000 ราย เข้าร่วมยื่นงบการเงินผ่านระบบอี-ไฟล์ลิ่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการส่งงบการเงิน และสร้างความโปร่งใสในการทำธุรกิจ เพราะผู้ที่จะใช้ประโยชน์จากงบการเงิน สามารถทราบข้อมูลได้เร็วขึ้น “กรมฯ ได้นำร่องให้ธุรกิจที่มีความประสงค์จะยื่นงบการเงินผ่านระบบอี-ไฟล์ลิ่ง จำนวน 100 ราย จากที่สมัครเข้ามากว่า 370 รายทดลองยื่นงบการเงินไปแล้ว ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จในระดับที่น่าพอใจ เพราะการยื่นงบการเงินออนไลน์ ถือเป็นมิติใหม่ ซึ่งในอนาคต กรมฯ จะผลักดันให้ธุรกิจยื่นงบการเงินผ่านระบบออนไลน์ให้ได้ทั้งหมด” สำหรับธุรกิจที่อยู่ในเป้าหมายผลักดันให้มีการยื่นงบการเงินผ่านระบบออนไลน์ ได้แก่ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด และนิติบุคคลต่างประเทศที่เข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งประกอบธุรกิจหลักๆ เช่น ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ก่อสร้างอาคารทั่วไป ธุรกิจประกันภัย บริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจบริการ และธุรกิจอื่นๆ เป็นต้น น.ส.ผ่องพรรณ กล่าวว่า ในวันที่ 2 มิ.ย. นี้เป็นวันสุดท้ายที่กำหนดให้นิติบุคคลยื่นส่งงบการเงินกับกรมฯ ซึ่งปัจจุบันมีนิติบุคคลอยู่ทั่วประเทศกว่า 550,000 ราย โดยกรมฯ หวังว่านิติบุคคลจะยื่นส่งงบการเงินให้มากที่สุด เพราะการส่งงบการเงินจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือต่อนิติบุคคล ต่อนักลงทุนที่จะได้นำข้อมูลไปใช้วิเคราะห์การลงทุนและการทำธุรกิจ และยังมีผลต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งนี้ การไม่ส่งงบการเงินจะมีโทษตามกฎหมาย คือ ปรับนิติบุคคลไม่เกิน 50,000 บาท และปรับผู้มีอำนาจทำการแทนนิติบุคคลอีกไม่เกิน 50,000 บาท ซึ่งในทางปฏิบัติ กรมฯ มีหนังสือแจ้งเตือนให้นิติบุคคลยื่นงบการเงินและชำระค่าปรับ และหากพ้นระยะเวลาที่กำหนด ก็จะส่งเรื่องไปให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปทุกราย “ตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย.นี้ กรมฯ ได้เปิดให้บริการจดทะเบียนข้ามเขต ซึ่งขอยืนยันว่าผู้ที่ต้องการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล สามารถยื่นจดทะเบียนจัดตั้งที่ไหนก็ได้ในสำนักงานของกรมฯ ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่มีอยู่ทั้ง 87 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยอำนายความสะดวกในการจดทะเบียนจัดตั้งนิติบุคคล”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดึงบริษัทมหาชนส่งงบการเงินผ่านออนไลน์Facebook Comments