เดือน: ตุลาคม 2013

  • สคบ.เตรียมแจ้งผลทดสอบรถเชฟโรเลต

    สคบ.เตรียมแจ้งผลทดสอบรถเชฟโรเลต

    นายไพโรจน์ คนึงทรัพย์ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์นี้ สคบ.เตรียมสรุปผลการทดสอบรถยนต์เชฟโรเลตรุ่น ครูซและแคปติวา จำนวน 12 คัน ที่ได้ทำการขับทดสอบ เมื่อเร็วๆนี้ เพื่อตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ หลังจากที่ผ่านมามีผู้บริโภคหลายรายร้องเรียนมาที่สคบ. และร้องเรียนผ่านมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ว่า พบความบกพร่องเกี่ยวกับระบบการทำงานของรถ โดยเฉพาะระบบเกียร์และเครื่องยนต์ที่ผิดปรกติ ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคขณะขับขี่ได้ ทั้งนี้ในการทดสอบดังกล่าว ทางคณะทำงานสืบข้อเท็จจริงของสคบ. ได้ให้บริษัท เชฟโรเลต เชลส์ (ประเทศไทย) นำรถที่เป็นกรณีร้องเรียนเข้ารับการตรวจสอบ โดยทำการขับทดสอบในช่วงระหว่างวันที่ 14-18 ต.ค.ที่ผ่านมา บริเวณสนามแข่งรถแก่งกระจานเซอร์กิต จังหวัดเพชรบุรี ตามลักษณะและรูปแบบที่จำลองมาจากการใช้งานจริง ที่ได้รับการร้องเรียน เช่น เรื่องของระบบเกียร์ ระบบส่งกำลัง ทั้งในแบบวิ่งทางราบ ขึ้นเนิน การเข้าโค้ง รวมถึงการชะลอความเร็วเพื่อจอดให้เหมือนในสภาพรถติด โดยจะดาวน์โหลดข้อมูลของรถแต่ละคันในทุกๆ 45 นาที เพื่อนำมาวิเคราะห์และประมวลผล เพื่อให้ได้ผลการทดสอบที่ถูกต้องที่สุด ซึ่งค่าใช้จ่ายในการทดสอบทั้งหมดทางบริษัท เชฟโรเลตฯ จะเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด “ตอนนี้ยังสรุปอะไรไม่ได้ เพราะต้องรอให้ผลออกมาก่อน แต่เบื้องต้นทางบริษัทฯ เชฟโรเลตฯ พร้อมรับผิดชอบหากพบว่า บกพร่องจริง ซึ่งกรณีดังกล่าวสคบ.เองก็อยากให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมให้มากที่สุด” สำหรับกรณีดังกล่าว เกิดขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนส.ค.ที่ผ่านมา โดยมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค พร้อมด้วยผู้บริโภคที่เดือดร้อนจากการซื้อรถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต ครูซ จำนวน 25 ราย ได้เข้ายื่นหนังสือกับสคบ. เพื่อขอให้ สคบ.ช่วยเหลือ และขอให้ทดสอบหรือพิสูจน์สินค้าตามกฎหมายของสคบ. ที่สงสัยว่า อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค ซึ่งหากพบว่า บกพร่องจริงก็ขอให้สคบ.มีคำสั่งให้บริษัท เชฟโรเลตฯ ซื้อรถยนต์คืนจากผู้บริโภคทันที โดยภายหลังการยื่นหนังสือ บริษัทฯ ได้เสนอขอแก้ไขปัญหาและเจรจากับผู้ร้อง แต่ไม่สามารถจัดการปัญหาได้ทั้งหมด จึงสคบ.ตั้งคณะทำงานเป็นทีมสืบค้นข้อเท็จจริงเอง และสั่งให้บริษัท เชฟฯ ทำการทดสอบ เพื่อหาข้อเท็จจริง  โดยปัญหาที่ผู้บริโภคร้องเรียน คือ ปัญหาด้านความปลอดภัย โดยพบว่า รถคันเร่งค้าง เครื่องเร่งเองโดยไม่ได้เหยียบคันเร่ง ทำให้รถพุ่งไปข้างหน้าเอง ในขณะจอดติดเครื่องยนต์ความเร็วรอบเครื่องเพิ่มขึ้นเองมากถึง 5,000 รอบต่อนาทีโดยอัตโนมัติ จนไม่สามารถควบคุมการขับขี่ได้ และพบเรื่องของเกียร์อัตโนมัติทำงานผิดปกติ เช่น มีอาการกระตุกรุนแรงในขณะเปลี่ยนเกียร์ มีการเปลี่ยนจากเกียร์สูงลงเป็นเกียร์ 1 เองโดยที่รถยังวิ่งด้วยความเร็วสูง และระบบเกียร์ล็อกลำดับเกียร์ไม่ยอมเปลี่ยน โดยล็อกอยู่ที่เกียร์เดิมตลอดเวลา รวมทั้งยังมีปัญหาสร้างความเดือดร้อนรำคาญ เช่น แอร์มีเสียงดังเมื่อเปิดใช้งาน เบรกมีเสียงดังเมื่อถอยรถ เป็นต้น และสุดท้ายคือปัญหาศูนย์บริการ และคอลเซนเตอร์ 1734ด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.เตรียมแจ้งผลทดสอบรถเชฟโรเลต

  • ชมสวนสวยแนวตั้งที่วังน้ำเขียว

    ชมสวนสวยแนวตั้งที่วังน้ำเขียว

    เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร และรายได้ของประชาชนในพื้นที่วังน้ำเขียว โครงการศูนย์การเรียนรู้ “ฟลอร่า พาร์ค” เพื่อการพัฒนาการเพาะพันธุ์การผลิตไม้ดอกไม้ประดับอย่างยั่งยืน ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาและองค์กรพันธมิตรภาคเอกชน ต้อนรับลมหนาวที่กำลังเดินทางมาถึงจัดงาน “ฟลอร่า พาร์ค กลับมากอดวังน้ำเขียว…อีกครั้ง” ให้นักท่องเที่ยวได้ชมหมู่มวลดอกไม้หลากหลายสายพันธุ์ และวิถีการเกษตรอย่างยั่งยืนเต็มรูปแบบที่ฟาร์มฟ้าประทานระหว่างวันที่ 1 พ.ย. 2556 ถึง 31 มี.ค. 2557 บริเวณเขาแผงม้า อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ดร.อนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชและสวนแห่งประเทศไทย และที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ศูนย์การเรียนรู้การเกษตรฟาร์มฟ้าประทานและฟลอร่า พาร์ค กล่าวว่า เดิมเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้พื้นที่ในการทำเกษตรกรรม ปลูกพืชประเภทข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ซึ่งเป็นพืชไร่ที่ให้รายได้น้อย ทำให้เกษตรกรต้องขายที่ดินแก่นายทุน และบางส่วนถูกยึดครองโดยธนาคาร หลังจากนั้นเจ้าของที่ดินซึ่งได้รับการจัดสรรจากสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (สปก.) ต้องการใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์ในการทำการเกษตรเชิงอนุรักษ์ด้วยการปลูกพืช และกิจกรรมทางการเกษตรที่หลากหลาย เพื่อรักษาธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสร้างอาชีพให้ชาวบ้านในชุมชน ด้วยภูมิทัศน์ที่สวยงามและสภาพอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี เหมาะแก่การทำการเกษตรอย่างยิ่ง จึงแบ่งพื้นที่เป็น 2 โครงการคือ “ฟลอร่า พาร์ค” และ “ฟ้าประทาน” โดยโครงการฟลอร่า พาร์ค ประสบความสำเร็จมาก เป็นการปลูกไม้ดอกที่หาชมได้ยากในเมืองไทย อาทิ ดอกพิทูเนีย, บีโกเนียหรือตะวันยอแสง ส่วนโครงการฟ้าประทานขณะนี้ทำการขยายไร่กาแฟเพื่อเพาะปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้าและอาราบิก้า ซึ่งเป็นพื้นที่เดียวในประเทศไทยที่สามารถนำกาแฟทั้งสองสายพันธุ์มาปลูกไว้ด้วยกัน ทำให้เกิด “กาแฟวังน้ำเขียว” สามารถส่งออกขายในตลาด เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร สำหรับปีนี้ความพิเศษยังอยู่ที่การจัดสวนแนวตั้งด้วยดอกไม้หลายสายพันธุ์กว่าแสนต้น โดยนักท่องเที่ยวสามารถชมการจัดสวนแบบ 360 องศา ณ จุดชมวิว และสวนกุหลาบสไตล์อังกฤษ 400 สายพันธุ์ กว่า 5,000 ต้น รวมถึงกุหลาบชื่อบุคคลสำคัญกว่า 20 สายพันธุ์ จำนวน 200 ต้น นอกจากนี้ยังมีการประกวดกล้วยไม้ครั้งแรกของโคราช และนิทรรศการภาพถ่ายกล้วยไม้จากช่างภาพมืออาชีพ รวมทั้งยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวสัมผัสการท่องเที่ยวเชิงเกษตรอย่างยั่งยืน เรียนรู้วิถีเกษตรหลายรูปแบบใกล้ชิดธรรมชาติ ตลอดจนสามารถเลือกซื้อดอกไม้และพืชผักในตลาดนัดกลับบ้านได้ด้วย ส่วนการสนับสนุนของการท่องเที่ยวแห่งประเทศ ไทย (ททท.) ธัญภา นิโครธานนท ตัวแทนจาก ททท. เผยว่า พื้นที่วังน้ำเขียวถือได้ว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเมืองไทย เป็นหนึ่งในแหล่งโอโซนดีที่สุดของโลก จึงมีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจเดินทางไปท่องเที่ยวจำนวนมาก ในปี พ.ศ. 2553 มีนักท่องเที่ยวที่เข้าชมฟลอร่า พาร์ค จำนวนนับแสนคน จึงเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ททท. ให้การสนับสนุนเพราะต้องการมีส่วนช่วยให้มีการท่องเที่ยว เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพ รวมถึงส่งเสริมให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการจัดงาน.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชมสวนสวยแนวตั้งที่วังน้ำเขียว

  • กระเป๋าเก็ดเจ็ตไอทีจากเปลือกยูคาลิปตัส

    กระเป๋าเก็ดเจ็ตไอทีจากเปลือกยูคาลิปตัส

    ผลกระทบจากการใช้ทรัพยากรและสารเคมีจากอดีต ส่งผลอย่างชัดเจนต่อโลกในปัจจุบัน การตระหนักในเรื่องของสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นแนวโน้มของการพัฒนาในเกือบทุกภาคอุตสาหกรรม ไม่เว้นแม้แต่อุตสาหกรรมสิ่งทอ ที่นับวันการแข่งขันในตลาดโลกจะเพิ่มสูงขึ้นทุกที การวิจัยและพัฒนาสินค้าใหม่ ๆ ด้วยแนวคิดรักษาสิ่งแวดล้อม จึงกลายเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการสร้างจุดต่าง และหาจุดขายให้กับสินค้าของตนเอง “พิชญ์ เหล่าศรีศักดากุล” ผู้จัดการ ฝ่ายส่งออก บริษัทหลิวเดอแซค จำกัด เจ้า ของผลงานกระเป๋าใส่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จากเส้นใยเทนเซล ที่ผลิตจากเปลือกต้นยูคาลิปตัส 1 ใน 12 บริษัทที่ได้รับการสนับสนุนในโครงการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสิ่งทอที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ บอกว่า ต้นแบบนี้เป็นการเพิ่มจุดเด่นให้กับสินค้าเดิมของบริษัทที่ส่วนใหญ่เป็นกระเป๋าสินค้าไอที และส่งเสริมให้คนรักสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยต้นแบบที่ทำออกมา สามารถที่จะเปลี่ยนแนวคิดที่ว่าสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อม หรือกรีน โพรดักซ์ มักจะมีสีเขียว ทึม ๆ หรือเชย ๆ แต่นี่เป็นภาพลักษณ์ใหม่ ที่บริษัทร่วมมือกับสถาบันสิ่งทอฯ ในการเลือกผ้าจากเส้นใยธรรมชาติ หรือเส้นใยเทนเซล ที่ทำมาจากเปลือกต้นยูคาลิปตัส หรือเปลือกต้นสนมาสร้างไลฟ์สไตล์ให้กับคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี ด้าน “พินิจ พิสิฐโภคิน” กรรมการผู้จัดการบริษัท วิชั่นเท็กซ์ จำกัด เจ้าของต้นแบบเสื้อยืดจากเส้นใยไผ่ บอกว่า 20 ปีที่ผ่านมา บริษัทมีการทำวิจัยและพัฒนา ควบคู่ไปกับการผลิตสินค้ามาโดยตลอด โดยผลิตภัณฑ์หลักของโรงงานก็คือ ผ้าผืน ซึ่งต้นแบบที่นำมาเข้าร่วมโครงการนี้ ก็คือ ผ้าที่ผลิตจากเส้นใยธรรมชาติ เช่น ใยไผ่ และนำไปตัดเย็บเป็นเสื้อยืดคอลเลกชั่นรักษ์โลกที่สวมใส่สบาย นอกจากนี้บริษัทยังมีการนำเส้นใยพิเศษ จากบริษัทคู่ค้า ซึ่งเป็นการผลิตเส้นใยในระดับนาโนเทคโนโลยีผสมกับใยไหม ทำให้เกิดเป็นนวัตกรรมผ้ารักษาอุณหภูมิ กันแสงยูวี ป้องกันแบคทีเรีย และคุณสมบัติใส่สบายเหมือนผ้าไหม แต่ราคาถูกกว่าถึง 3 เท่า คุณพินิจ บอกว่า การสร้างนวัต กรรม หรือทำให้ผู้บริโภคตอบรับกับสินค้าแนวใหม่ ๆ จะต้องให้กำลังใจตนเอง เพราะเป็น การก้าวไปก่อนตลาด แต่ก็ถือเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะจะเป็นการสร้างเอกลักษณ์ และเพิ่มคุณค่าให้กับสินค้าของตนเอง และทำให้สามารถแข่งขันได้ในอนาคต อย่างไรก็ดีในโครงการดังกล่าว ยังมีการนำเสนอต้นแบบนวัตกรรมสิ่งทอจากธรรมชาติ จากผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพ อาทิ หมวกปีกกว้างทอจากเส้นใยกล้วยผสมฝ้าย เสื้อผ้าจากเส้นใยบัวผสมฝ้าย ชุดชั้นในที่มีแถบยางยืดจากเส้นด้ายซึ่งมาจากเส้นใยเซลลูโลสของเปลือกยูคาลิปตัส และพรมถักจากเส้นด้ายวิสโคสซึ่งได้จากเปลือกต้นสน นี่แค่แนวทางในการส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสิ่งทอไทยสามารถแข่งขันได้ และพร้อมที่จะก้าวสู่ความเป็นศูนย์กลางการผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมของภูมิภาคอาเซียนในปี 2558 ส่วนจะให้ยั่งยืนนั้น การวิจัยและพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง ก็คือคำตอบ.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กระเป๋าเก็ดเจ็ตไอทีจากเปลือกยูคาลิปตัส