เดือน: ตุลาคม 2013

  • “เพ้ง”สั่งเพิ่มสำรองน้ำมันดีเดย์ 1พ.ย.นี้

    “เพ้ง”สั่งเพิ่มสำรองน้ำมันดีเดย์ 1พ.ย.นี้

    นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า วันที่ 1 พ.ย. นี้ บริษัทน้ำมันทุกแห่งต้องเพิ่มปริมาณสำรองน้ำมันทางกฏหมายจาก 5% เป็น 6% หรือจาก 36 วันเป็น 43 วัน ซึ่งเป็นไปตามแผนการเสริมความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ โดยต้นทุนค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมีผลต่อราคาน้ำมันเฉลี่ย 7 สต.ต่อลิตร จะต้องไม่ผลักภาระให้กับผู้ใช้น้ำมัน ส่วนกรณีที่บริษัทน้ำมัน จะขอปรับขึ้นราคาหน้าโรงกลั่นน้ำมัน เพราะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายในการหาสถานที่จัดเก็บน้ำมันนั้น เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ในการบริหารต้นทุนของบริษัทน้ำมันอยู่แล้วและการเพิ่มสำรองก็เป็นตามกฏหมายที่ได้ประกาศไว้ “ แผนการสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ ของประเทศในภาพรวมนั้น เป็นนโยบายเพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในยามเกิดวิกฤต ซึ่งกำหนดให้ไทยต้องมีการสำรองน้ำมันให้ได้ 90 วัน โดยเป็นส่วนของภาคเอกชนได้เริ่มดำเนินการแล้วจากการเพิ่มสำรองน้ำมันรวม 43 วัน และอีกส่วนเป็นการสำรองน้ำมันโดยภาครัฐ ขณะนี้กำลังศึกษารูปแบบการดำเนินการที่เหมาะสม” นายสุเทพ เหลี่ยมศิริเจริญ ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงนโยบายการดำเนินงาน หลังจากรับตำแหน่งปลัดกระทรวงพลังงานว่า ได้เน้นให้ความสำคัญความมั่นคงด้านพลังงาน ทั้งระยะสั้น และระยะยาว เพื่อไม่ให้เกิดวิกฤตพลังงาน โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าหลักถึง 70% โดยแผนระยะสั้นเร่งด่วน เตรียมแผนดูแลการหยุดซ่อมท่อก๊าซธรรมชาติแหล่งเยตากุน ของประเทศสหภาพเมียนมาร์ระหว่าง 25 ธ.ค. 56 – 8 ม.ค. 57 เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบ เกิดไฟฟ้าดับซ้ำรอย 14 จังหวัดภาคใต้เมื่อวันที่ 21 พ.ค. ที่ผ่านมา “ ขณะนี้ทุกฝ่ายได้ร่วมหารือเพื่อรองรับการหยุดซ่อมท่อก๊าซฯ แล้ว 2 ครั้งก็จะมีแผนงานรายละเอียดต่างๆ ที่จะรองรับได้ย่างแน่นอน และจะต้องเร่งดูว่า จะซ่อมช่วงไหนอีกในปี 57 ซึ่งจากการสอบถามว่าเหตุใดที่ผ่านมาเมียนมาร์จึงหยุดซ่อมท่อก๊าซฯช่วงเม.ย.ที่เป็นช่วงไทยใช้ไฟสูง ได้รับการชี้แจงว่าช่วงนั้นจะเป็นช่วงทะเลสงบที่ทำให้การซ่อมเป็นไปได้รวดเร็วสุด” สำหรับนโยบายอื่นๆ ที่จะต้องดำเนินการเช่น การส่งเสริมการประหยัดพลังงาน การปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) รวมถึงการทำราคาน้ำมันหน้าคลังให้เป็นราคาเดียวทั่วประเทศเพื่อให้ราคาน้ำมันต่างจังหวัดใกล้เคียงกับกทม.และปริมณฑลจากขณะนี้ที่สูงเพราะค่าขนส่งไกลโดยการวางยุทธศาสตร์ท่อน้ำมันและคลังไปยังภาคเหนือสิ้นสุดที่พิษณุโลก หรือลำปาง และอีสาน สิ้นสุดที่ขอนแก่น ซึ่งกรมธุรกิจพลังงานจะได้มีการศึกษาแนวทางการลงทุนให้แล้วเสร็จภายในปี 57

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เพ้ง”สั่งเพิ่มสำรองน้ำมันดีเดย์ 1พ.ย.นี้

  • เอกชนค้านขึ้นภาษีสนามบิน

    เอกชนค้านขึ้นภาษีสนามบิน

    นายยุทธชัย สุนทรรัตนเวช นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ(สทน.) เปิดเผยว่า การเก็บขึ้นค่าภาษีสนามบิน นี้อยากจะกลับไปถามบริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ว่าที่ผ่านมาการแถลงผลประกอบการในแต่ละปีก็แสดงให้เห็นแล้วว่า มีกำไรแล้ว ทำไมจึงต้องมาเก็บค่าภาษีสนามบินอีก อย่างไรก็ตามหากอยากเก็บจริงๆ ก็จะต้องแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารจัดการที่ต้องดีขึ้นของทอท.เองด้วย เพราะถ้าเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน เช่นสิงคโปร์ที่ระบบบริการในสนามบินดีมาก แต่เก็บภาษีสนามบินเท่ากันคือ 700 บาทหากไทยเพิ่มภาษีก็เท่ากับว่า ประเทศไทยภาษีแพงแต่บริการเท่าเดิมหรือสู้เพื่อนบ้านไม่ได้ด้วยซ้ำ “จริงๆแล้ว ที่อยากจะถามทอท. จริงๆคือ เหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไม่จึงต้องขึ้น เพราะถ้าดูตามรูปการณ์ทุกอย่างที่ดำเนินการอยู่ตอนนี้ก็แสดงให้เห็นชัดถึงผลกำไร ทั้งโบนัสพนักงาน หุ้นที่ตั้งแต่ออกขายครั้งแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ครั้งแรก ประมาณ 50 บาทจนปัจจุบันกระโดดขึ้นประมาณ 200 บาท” นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การปรับขึ้นภาษีสนามบินจะต้องตอบโจทย์กับนักท่องเที่ยวที่จะเกิดข้อสงสัยได้ว่า เหตุใดจึงขึ้น ซึ่งก็คือ ทอท.จะต้องปรับปรุงระบบทุกอย่างในสนามบินที่นักท่องเที่ยวจะต้องใช้บริการ และระบบการทำงานก็ต้องดีกว่านี้ เนื่องจากปัจจุบันนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาใช้บริการ บางกลุ่มยังต้องเสียความรู้สึกกับการบริการบางอย่างอยู่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนค้านขึ้นภาษีสนามบิน

  • แบงก์หวั่นทวงหนี้ยาก

    แบงก์หวั่นทวงหนี้ยาก

    นางสุดาพร จันทร์วัฒนากุล ในฐานะประธานชมรมธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล เปิดเผยถึงกรณีที่กระทรวงการคลังเตรียมจัดตั้งบริษัทสินเชื่อรายย่อย (ไมโครไฟแนนซ์) โดยไม่มีหลักทรัพย์และบุคคลค้ำประกัน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ว่า เป็นแนวทางที่ดีที่ภาครัฐต้องการช่วยเหลือกลุ่มประชาชนรากหญ้าให้เข้ามาอยู่ในระบบเพิ่มมากขึ้น โดยเน้นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน กำหนดวงเงินไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย แต่เบื้องต้นคาดว่าเอกชนจะไม่ค่อยสนใจหรือมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากมีขัอกำหนดหลายด้าน เช่น กำหนดอัตราดอกเบี้ยที่ 36% ต่อปี ห้ามปล่อยข้ามจังหวัด เป็นต้น “เบื้องต้นเชื่อว่าคงน้อยมากในการจูงใจที่จะทำให้เจ้าหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบ แม้ว่าแนวทางดังกล่าวจะสามารถลดการเกิดการทวงหนี้ที่รุนแรงได้ แต่เงื่อนไขต่างๆที่ไม่สามารถดำเนินการได้ดีเมื่อเข้ามาอยู่ในระบบ อาจส่งผลให้ภาคเอกชนหลายรายยังเลือกที่จะอยู่นอกระบบมากกว่า” นายธวัชชัย ยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า การจัดตั้งไมโครไฟแนนซ์คาดว่าจะช่วยกวาดล้างกลุ่มหนี้นอกระบบได้อย่างแน่นอน ส่วนจะสามารถดึงเจ้าหนี้นอกระบบหรือกลุ่มภาคเอกชนให้เข้ามาดำเนินธุรกิจได้หรือไม่นั้น เชื่อว่า คงต้องรอดูกระบวนการอีกครั้งหนึ่งว่าจะเป็นอย่างไรบ้าง รวมทั้งต้องดูรายละเอียดในส่วนของมาตรการการป้องกันหนี้ที่อาจจะเพิ่มสูงขึ้น ภายหลังจากที่กลุ่มรากหญ้าเข้ามาอยู่ในระบบเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากกลุ่มดังกล่าวมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ขณะที่กลุ่มธนาคารพาณิชย์ไทย เชื่อว่า จะไม่ลงไปเล่นตลาดกลุ่มที่เป็นลูกค้าระดับล่างมากๆ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่ไม่มีหลักประกัน และมีความเสี่ยงค่อนข้างสูง ประกอบกับโครงสร้างของธนาคารพาณิชย์ไทยในปัจจุบันไม่เหมาะที่จะดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวอย่างแน่นอน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์หวั่นทวงหนี้ยาก