เดือน: ตุลาคม 2013

  • เตรียมพร้อมเทคโนโลยี 4.5จี

    เตรียมพร้อมเทคโนโลยี 4.5จี


    อาจจะเป็นเรื่องจริงซะแล้ว… เมื่อเทคโนโลยี แอลทีอี แอดวานซ์ ที่มีคุณภาพสูงกว่า 4จี หรือที่เราเรียกเทคโนโลยีนี้ว่า 4.5จี นั้น กำลังมีบทบาทในแวดวงอุตสาหกรรมโทร คมนาคม โดยมีการใช้งานแล้วที่ประเทศออสเตรเลีย และกำลังจะเริ่มใช้งานใน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย เพื่อก้าวให้ทันเทคโนโลยี พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณŽ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ  (กสทช.)และประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) จึงให้สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (ไอทียู) ไปศึกษา หาข้อมูลเพิ่มเติม เผื่ออนาคตประเทศไทยต้องเปิดให้ประมูลด้วย เทคโนโลยี แอลทีอี แอดวานซ์ ที่ถือว่าเป็นการพัฒนาเทคโนโลยีให้รองรับกับอุปกรณ์มือถือ ซึ่งตลาดเริ่มมีการผลิตอุปกรณ์ออกมารองรับเทคโนโลยีนี้แล้ว สำหรับเทคโนโลยีแอลทีอี แอดวานซ์ ถือเป็นการหลอมรวม คลื่นความถี่ 2 ย่านคือ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่เรียกคืนคลื่นจากบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ที่หมดสัญญาสัมปทานไปเมื่อ 15 ก.ย. 56 และคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ ของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ที่ทำร่วมกับบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือ เอไอเอส ที่สัญญาสัมปทานจะหมดในปี 2558 ให้มาใช้งานบนคลื่นความถี่เดียวกัน ทั้งนี้หากประเทศไทยประมูลสำเร็จ นอกจากจะทำให้ไทยมีเทคโนโลยีเท่าเทียมกับประเทศอื่น ๆ แล้วยังช่วยให้ผู้บริโภคสามารถใช้บริการผ่านมือถือได้อย่างสะดวกรวดเร็วขึ้นทั้ง การอัพโหลด ดาวน์โหลด เปรียบเสมือนการขยายถนน ที่ทำให้ผู้บริโภคมีการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือมากขึ้นตามไปด้วย ปัจจุบันเริ่มมีผู้ผลิตขอนำเข้าอุปกรณ์ที่รองรับ 2 ย่านความถี่ ในขณะที่ตลาดโลกใน 5-6 ปีข้างหน้าจะเริ่มมีการยุติการผลิตอุปกรณ์สื่อสารในระบบ 2จี เดิม แต่สำหรับประเทศไทยแล้วยังไม่สามารถที่จะยุติระบบ 2จี ได้เนื่องจากคนไทยยังมีการใช้งานอยู่เป็นจำนวนมาก ด้วยกระแสเทคโนโลยี และการแข่งขันในตลาดมือถือ หากประมูลเฉพาะคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ หรือ4จี นั้น อาจจะดูธรรมดาไปเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ แต่หากไทยสามารถนำคลื่น 2 ย่านอย่าง 1800 เมกะเฮิรตซ์ บวก 900 เมกะเฮิรตซ์ มาใช้งานควบกัน ก็จะพลิกสถานการณ์ให้ไทยอยู่ในกลุ่มเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้ แต่ท้ายที่สุด แอลทีอี แอดวานซ์Ž จะเกิดได้เร็วหรือไม่ คงต้องดูผลการศึกษาของไอทียู และการยินยอม จากทีโอทีและเอไอเอส เนื่องจากสัญญาสัมปทานยังไม่หมด และ กสทช.ก็ไม่สามารถไปแตะต้องสัญญาดังกล่าวได้ อย่างไรก็ดีเทคโน โลยีก้าวหน้า คงไม่ใช่ตัวกำหนดทุกอย่าง เพราะ สิ่งที่สำคัญก็คือ ผู้บริโภคคนไทยและประเทศชาติจะต้องได้รับประโยชน์จากคลื่นความถี่.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตรียมพร้อมเทคโนโลยี 4.5จี

  • สรอ.พร้อมสแกนความปลอดภัยการใช้คลาวด์

    สรอ.พร้อมสแกนความปลอดภัยการใช้คลาวด์


    สรอ.สั่งลุยระบบรักษาความปลอดภัยบนจีคลาวด์ หลังสอบผ่านใบประกาศจาก CCSK รายแรกของไทย พร้อมเพิ่มระบบสแกนร่วมกับหน่วยงานรัฐหวังสร้างความเชื่อมั่น น.ส.นันทวัน วงศ์ขจรกิตติ ผู้อำนวยการสำนักวิศวกรรมและปฏิบัติการโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. เปิดเผยว่า หลังจาก สรอ.เปิดระบบคลาวด์คอมพิวติ้งภาครัฐในช่วงที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากหน่วยงานต่าง ๆ จำนวนมาก สรอ.ได้ลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและเพิ่มบริการด้านต่าง ๆ จำนวนมาก โดยเฉพาะการสร้างความเชื่อมั่นในระบบรักษาความปลอดภัยบนระบบคลาวด์ ซึ่งขณะนี้ มีบุคลากร สรอ.สอบผ่าน Certificate Cloud Security Knowledge (CCSK) ของ Cloud Security Alliance (CSA) แล้ว 1 คน ทั้งนี้ จากการที่ สรอ.ได้ มาตรฐานดังกล่าว จะทำให้มีศักยภาพในการบริหารงานด้านระบบรักษาความปลอดภัยบนระบบคลาวด์สาธารณะมากขึ้นตั้งแต่การทำการฝึกอบรมให้กับพนักงานและหน่วยงานรัฐอื่นที่สนใจ โดยสิ่งที่เปลี่ยนแปลงต่อจากนี้ไปก็คือ เดิมหน่วยงานรัฐที่เข้ามาใช้บริการคลาวด์จะสามารถใส่โปรแกรมและไฟล์ต่าง ๆ เข้ามาในโครงสร้างพื้นฐานได้โดยทันที โดยที่ สรอ.จะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะถือเป็นสิทธิของผู้ใช้งาน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัจจุบันมีการโจมตีทางเครือข่ายตลอดเวลา การปล่อยให้หน่วยงานดูแลรักษาความปลอดภัยเองถือเป็นเรื่องยาก เพราะบุคลากรด้านนี้มีค่าใช้จ่ายสูง และต้องการดูแลระบบตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้น CCSK จะทำให้ สรอ.สามารถตรวจสอบความปลอดภัยของไฟล์หรือโปรแกรมที่จะใส่เข้ามาในระบบคลาวด์ตั้งแต่เริ่ม โดยมีทั้งเครื่องมือ และมาตรฐานทั้งทางเทคนิคและกฎหมายที่เกี่ยวข้องในระดับโลก เพื่อทำให้หน่วยงานรัฐปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง จากนี้ไประบบคลาวด์จะทำงานควบคู่กับหน่วยงานรัฐ ตั้งแต่การวางแผนการตรวจสอบการเขียนโปรแกรมและตรวจสอบตัวระบบ ก่อนที่จะนำไฟล์เข้ามาในระบบ ซึ่งระยะเวลาการตรวจสอบจะขึ้นอยู่กับขนาดของไฟล์ที่จะนำมาไว้บนคลาวด์ ทั้งนี้ ตั้งเป้าพนักงาน สรอ.จะสอบผ่านอีก 5 คนในปีนี้Ž น.ส.นันทวัน กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรอ.พร้อมสแกนความปลอดภัยการใช้คลาวด์

  • ศูนย์เตือนภัยฯ โอดงานเพิ่มแต่งบหด แนะห้ามมองผู้ประสบภัยเป็นภาระ

    ศูนย์เตือนภัยฯ โอดงานเพิ่มแต่งบหด แนะห้ามมองผู้ประสบภัยเป็นภาระ


    ศูนย์เตือนภัยฯ ยอมรับ งานหนักขึ้นแต่งบประมาณกลับโดนหั่นยับกว่า 85%ชมเครือข่ายภาคประชาชนยื่นมือช่วยเหลือแทนรัฐบาล น.อ.สมศักดิ์Ž แนะ การทำงานต้องทำด้วยใจ ให้คิดว่าผู้ประสบภัยเป็นคนที่รักไม่ใช่ภาระ น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวว่า ปัจจุบันศูนย์เตือนภัยฯ ได้รับความร่วมมือที่ดีจากเครือข่ายภาคประชาชนที่ร่วมช่วยเหลือผู้ประสบภัยฯ ในด้านต่าง ๆ โดยขณะนี้ได้ขยายเป็นวงกว้างมากขึ้น และประชาชนกลุ่มนี้มีความภูมิใจที่จะใส่เสื้อที่มีโลโก้ของศูนย์เตือนภัยฯ เวลาออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย และประชาชนกลุ่มนี้ เข้าใจดีว่าศูนย์เตือนภัยฯ ไม่มีงบมากพอที่จะสนับสนุน สำหรับงบประมาณปี 2557 ศูนย์เตือนภัยฯ โดนตัดงบประมาณกว่า 85% เหลือราว 170 กว่าล้านบาท ถือว่าหายไปประมาณ 400-500 ล้านบาท ในขณะที่งานของศูนย์เตือนภัยฯ มีมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งการที่เครือข่ายภาคประชาชนยื่นมือเข้าช่วยเหลือถือว่าแบ่งเบาภาระของศูนย์เตือนภัยฯ ได้ในระดับหนึ่ง เพราะเมื่อหมดหน้าฝนก็ต้องเจอกับหน้าแล้ง ไฟป่า ดินโคลนถล่ม แผ่นดินไหว เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ศูนย์เตือนภัยฯ ได้เริ่มลงพื้นที่ภาคใต้ เพื่อทำความเข้าใจกับประชาชน ให้เตรียมรับมือในฤดูมรสุมที่จะเกิดภัยในรูปแบบต่าง ๆ โดยนำเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น เช่น สึนามิ พายุเกย์ มาปรับและซ้อมแผนรับมือฉุกเฉิน พร้อมให้วิทยุสื่อสารประจำชุมชนในการติดต่อรับฟังข่าวสารด้วย อีกทั้งยังต้องสร้างองค์ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยต่าง ๆ ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญและต้องทำทุกวันและวนให้ครบทุกพื้นที่ทั่วประเทศ 
     เราคงต้องของบส่วนกลางจากภาครัฐมาช่วยสนับสนุน ยอมรับว่าการเข้าถึงพื้นที่ของประชาชนปัจจุบันง่ายกว่าแต่ก่อน โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่เขารับฟังและปฏิบัติตามคำแนะนำ มากขึ้น อีกทั้ง ตนจะบอกเจ้าหน้าที่เสมอว่า ให้ปฏิบัติกับผู้ประสบภัยเหมือนเป็นคนที่รัก เป็นคนหนึ่งในครอบครัวและอย่าคิดว่าพวกเขาเป็นภาระŽ น.อ.สมศักดิ์ กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯ โอดงานเพิ่มแต่งบหด แนะห้ามมองผู้ประสบภัยเป็นภาระ