เดือน: เมษายน 2014

  • ชี้ตลาดอสังหาฯยังซึมยาว

    ชี้ตลาดอสังหาฯยังซึมยาว

    นายสมศักดิ์ มุนีพีระกุล นายกสมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองปัจจุบันนี้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ทางการเมืองว่าจะยืดเยื้อแค่ไหน เนื่องจากเป็นปัญหาที่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคทั้งบ้านใหม่ และบ้านมือสอง หากปัญหานี้ยังไม่จบ ก็เชื่อว่าน่าจะทำให้ตลาดซึมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นทางออกของผู้ประกอบการในขณะนี้ คือต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและทำการตลาดให้มากขึ้น“ที่ผ่านมา ลูกค้าที่กำลังจะตัดสินใจได้ชะลอการซื้อออกไป หรือบางรายยกเลิก โดยให้เหตุผลว่ารอดูสถานการณ์บ้านเมือง ส่งผลให้ยอดขายในภาพรวมนั้นลดลงไป 20% หากปัญหาการเมืองไม่รุนแรงมากไปกว่านี้ รวมทั้งเศรษฐกิจของต่างชาติดีขึ้น น่าจะทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์มือสองดีขึ้นได้”อย่างไรก็ตาม ตลอดเวลาที่ผ่านมา สมาคมฯ พยายามพลักดันพ.ร.บ.นายหน้าอสังหาริมทรัพย์มาโดยตลอด แต่ภาครัฐยังไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องดังกล่าวเลย จึงต้องหามาตรการต่าง ๆ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ และยกระดับวิชาชีพนายหน้าฯให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยเตรียมจัดระดับและสร้างมาตรฐานการทำงานเพื่อทำให้นายหน้าฯ มีความรู้ ความสามารถ ในการทำงาน ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายบ้านมือสอง รวมทั้งนายหน้าได้เป็นอย่างดีนอกจากนี้สมาคมฯ ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต จัดหลักสูตรการเรียนในระดับปริญญาตรี และปริญญาโท สำหรับวิชาชีพนายหน้า เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาวิชาชีพ คาดว่าภายใน 1ปีน่าจะนำมาใช้ได้ โดยมั่นใจว่าการจัดระดับคุณวุฒิวิชาชีพนี้ จะมีผลดีต่อธุรกิจบ้านมือสอง เนื่องจากภาพลักษณ์ของนายหน้าจะมีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น และทำให้ลูกค้าทราบว่ากำลังใช้บริการกับนายหน้าที่มีคุณวุฒิวิชาชีพระดับใด ในที่สุดประชาชนจะเป็นผู้เลือกและตัดสินใจได้ง่าย ที่สำคัญจะทำให้ประชาชนหันมาสนใจซื้อ-ขายอสังหาฯ ผ่านนายหน้ามากขึ้น เนื่องจากมีความมั่นใจในเรื่องมาตรฐานการให้บริการ”ทั้งนี้สาเหตุที่ต้องจัดระดับมาตรฐานดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันนี้อาชีพนายหน้าฯของไทย ยังไม่มีองค์กรรองรับการกำหนดระดับมาตรฐานวิชาชีพ คือจุดเริ่มสู่การมีพ.ร.บ.นายหน้าฯ มาควบคุมการทำงาน เพราะการออกกฎหมายเป็นเรื่องใหญ่ ต้องใช้เวลาในการผลักดัน เชื่อว่าในอนาคตจะนำสาระสำคัญของคุณวุฒิวิชาชีพไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการควบคุมนายหน้าภายใต้พ.ร.บ.นายหน้าฯได้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชี้ตลาดอสังหาฯยังซึมยาว

  • “นิวัฒน์ธำรง” พร้อมชี้แจงกกต. เรื่องจำนำข้าว

    “นิวัฒน์ธำรง” พร้อมชี้แจงกกต. เรื่องจำนำข้าว

    ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้เตรียมข้อมูลพร้อมชี้แจงต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะพยานกรณีที่นายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาไม่ยับยั้งการทุจริตโครงการรับจำนำข้าวและระบายข้าวในวันที่10 เม.ย.นี้ ซึ่งมั่นใจว่า จะให้ข้อมูลรายละเอียดของโครงการทั้งหมด รวมทั้งเรื่องของการระบายข้าว ที่กระทรวงพาณิชย์รับผิดชอบได้ส่วนข้อกล่าวหาที่มีต่อนายกรัฐมนตรีว่าละเลยให้มีการทุจริตนั้น เห็นว่าไม่ใช่นายกฯทุจริต โดยจะแจงว่า นายกฯได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไรบ้าง และจะชี้แจงว่าทำไมจึงไม่ยุติโครงการซึ่งต้องดูทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพราะตามพ.ร.ย.การบริหารราชการแผ่นดิน มาตรา 11การที่จะยุติโครงการเป็นเรื่องของการดำเนินการนอกนโยบายรัฐบาลขัดต่อมติครม. และจำเป็นต้องยกเลิก จึงจะยกเลิกได้แต่ถ้าผู้ปฏิบัติงานเห็นว่าเป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติบ้านเมือง และไม่มีหน่วยงานใดมาเสนอแนะให้นายกฯ ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ให้ยุติโครงการ ดังนั้นอำนาจในการยุติหรือยกเลิกโครงการจึงไม่มีส่วนกรณีที่นายวิชามหาคุณ กรรมการป.ป.ช.ที่ขึ้นเวทีบรรยายในลักษณะโจมตีโครงการรับจำนำข้าวนั้น สิ่งที่เราทำคือ เตรียมข้อมูลเพื่อชี้แจงเท่านั้นและคงไม่มีปัญหา ที่ท่านกรรมการป.ป.ช.ท่านใดท่านหนึ่งไปพูดที่ไหนอย่างไร ซึ่งคงจะเป็นประเด็นในการพูดคุยในการให้ปากคำอยู่แล้ว เพราะสุดท้ายแล้วต้องดูจากพยานหลักฐาน ว่าที่วิจารณ์ว่าข้าวหาย 2 ล้านตันนั้นจริงหรือไม่ เพราะมีการตั้งคณะกรรมทำงานไปตรวจสอบสต็อกทั่วประเทศ และรายงานยืนยันกลับมาแล้วว่าข้าวไม่ได้หาย แต่เจ้าของสต็อกไม่ได้ลงบัญชีไว้ ส่วนประเด็นของการขาดทุนของโครงการ ก็ไม่ได้สูงถึง 200,000 ล้านบาทซึ่งตนมีตัวเลขทุกตัวที่จะชี้แจงป.ป.ช.ทุกขั้นตอนอย่างไรก็ตาม ยังเตรียมชี้แจงถึงกรณีที่รัฐบาลยังไม่สามารถจ่ายเงินให้ชาวนาได้ทั้งหมด โดยจะชี้แจงว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินโครงการมา 2ปี ไม่เคยมีปัญหาจนกระทั่งปีนี้เพราะมีวิกฤติทางการเมือง ที่ทำให้กู้เงินไม่ได้ ด้วยการโดนขัดขวาง และมีการแก้ไขมาเป็นลำดับจึงมีความพยายามในการขายข้าว หาเงินจากงบกลางฯมาใช้ก่อน 2 หมื่นล้านบาทซึ่งจ่ายทยอยจ่ายเงินไปแล้ว คาดว่าใกล้จะจ่ายครบแล้วขณะที่การนำเงินมาจ่ายคืนงบกลางฯ 20,000 ล้านบาทนั้น ยืนยันว่าจะคืนได้ภายในกลางเดือนพ.ค.นี้ หลังจากที่การระบายข้าวในสต๊อกเป็นไปตามแผน โดยตั้งแต่เดือนม.ค.ได้ระบายข้าวไปเดือนละ1 ล้านตัน ส่วนเดือนมี.ค. 800,000 ตัน และล่าสุดยังเตรียมประมูลอย่างต่อเนื่องด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “นิวัฒน์ธำรง” พร้อมชี้แจงกกต. เรื่องจำนำข้าว

  • กกร.เชื่อเศรษฐกิจไตรมาส 2 เริ่มฟื้น

    กกร.เชื่อเศรษฐกิจไตรมาส 2 เริ่มฟื้น

    นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสภาหอการค้า สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสมาคมธนาคารไทยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไตรมาส 2 ของไทย เชื่อว่า จะขยายตัวดีกว่าไตรมาสแรก เนื่องจากภาคการส่งออก เริ่มมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง คาดว่า จะขยายตัวได้ในระดับ 2-3% จากไตรมาสแรก และภาพรวมการส่งออกปีนี้ จะขยายตัว 4-5% รวมทั้งภาคการท่องเที่ยว จะขยายตัวดีขึ้นเช่นกัน แต่จีดีพีทั้งปี คาดว่ายังขยายตัวต่ำกว่า 3% เพราะการบริโภคในประเทศยังชะลอลง จากสถานการณ์การเมืองยังไม่ชัดเจน นายชาติศิริ โสภณพนิช ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า  ปัญหาการเมืองของไทยทำให้การบริโภคในประเทศชะลอตัว แต่ไม่ได้เป็นปัญหาหนักหน่วงอะไร ต่างจากวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 หรือวิกฤติต้มยำกุ้ง ที่เศรษฐกิจไทยมีปัญหา และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างอย่างรวดเร็ว ส่วนวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ในปี 53 ก็เป็นปัญหาจากเศรษฐกิจภายนอก โดยเชื่อว่า เศรษฐกิจในไตรมาส 2 คาดว่า จะขยายตัวดีกว่าไตรมาสแรก เพราะการส่งออกที่ฟื้นตัวจากตลาดโลก แต่การใช้จ่ายในประเทศในไตรมาสที่ 2 นั้นจะยังคงชะลอตัวต่อ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กกร.เชื่อเศรษฐกิจไตรมาส 2 เริ่มฟื้น