เดือน: เมษายน 2014

  • ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลตั้งกลุ่มตรวจสอบดูแลโฆษณาตัวเอง

    ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลตั้งกลุ่มตรวจสอบดูแลโฆษณาตัวเอง

    วันนี้ (23 เมย.57) ที่โรงแรมเซ็นทารา  แกรนด์ แอทเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ   ชมรมผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลร่วมกับสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์ สภาวิชาชีพกิจการการแพร่ภาพและการกระจายเสียง(ประเทศไทย)สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย จัดแถลงข่าวบันทึกข้อตกลงความเข้าใจร่วมกัน(MOU)เรื่องการรวมกลุ่มของ 24องค์กรในการจัดตั้งเป็นกลุ่มตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ฟรีทีวีแห่งประเทศไทย”โดยมีพันเอก ดร.นที  ศุกลรัตน์  รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เป็นประธานในการแถลงข่าวพันเอก ดร.นที  กล่าวว่า การกำกับดูแลเนื้อหาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์  มี2ระดับคือการกำกับดูแลตามกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของกสท.และการกำกับดูแลตนเองของสื่อ  ซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่จะเกิดการรวมกลุ่มกันขึ้นเพื่อกำกับดูแลตนเองภายใต้มาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบวิชาชีพ ซึ่งเป็นไปตามหลักการของพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 และพ.ร.บ.การประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551   ทั้งนี้ปัจจุบัน กสทช.ได้เตรียมจะออกประกาศกสทช. เรื่องมาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้ได้รับใบอนุญาตผู้ผลิตรายการและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่เกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์อย่างไรก็ดี กสท.จะพยายามสร้างความสมดุลในการกำกับดูแลตามกฎหมายและให้สอดคล้องกับความเป็นจริงเพื่อให้อุตสาหกรรมไปได้ด้วยดีและมีการใช้สิทธิตามมาตรฐานจริยธรรมที่เหมาะสม โดยจะเข้าไปดูแล กำกับเฉพาะในกรณีที่เกิดปัญหาเท่านั้น  ด้านนางจำนรรค์  ศิริตัน  นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์   กล่าวว่า การที่มีทีวีดิจิตอลเกิดขึ้นใหม่นี้  หากไม่สามารถรวมกลุ่มกันได้จะเกิดปัญหาทั้งกับผู้กำกับดูแลและการดูแลตนเองเนื่องจากมีหลายมาตรฐาน ซึ่งการรวมกลุ่มครั้งนี้จะทำให้ผู้ประกอบการทีวีทั้งรายเก่าและใหม่ กว่า 80 %   มาใช้บริการตรวจสอบได้ในที่เดียว  เบื้องต้นจะมีผู้ประกอบทีวีรายเดิมเป็นพี่เลี้ยงทั้งนี้ในการลงนามความร่วมมือในการจัดตั้งการรวมกลุ่มตรวจพิจารณาภาพยนตร์โฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์ฟรีทีวีแห่งประเทศไทยนั้น  มีวัตถุประสงค์หลัก ๆ คือร่วมจัดทำจริยธรรมแห่งวิชาชีพโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์  ตรวจสอบภาพยนตร์โฆษณาให้มีคุณภาพ สร้างสรรค์และเป็นไปตามจริยธรรมเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนความรู้และเผยแพร่ข้อมูลของผู้ประกอบวิชาชีพด้านการโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์   ส่งเสริมด้านการศึกษา วิจัย และมีการประสานงานร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งและสร้างภาคีเครือข่ายด้านการโฆษณาทางวิทยุโทรทัศน์   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลตั้งกลุ่มตรวจสอบดูแลโฆษณาตัวเอง

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 เมษายน 2557 ปิดบวก 8.34  จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 เมษายน 2557 ปิดบวก 8.34 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 23 เม.ย.2557 ดัชนีทะยานขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็เคลื่อนไหวกรอบแคบในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยสาเหตุหลักมาจากอานิสงค์ของกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้ามายังตลาดหุ้นเอเชียอย่างต่อเนื่อง ส่วนการเมืองในประเทศรวมถึงปัจจัยภายนอกอื่นๆ ยังไม่มีผลต่อตลาดมากนัก ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,424.99 จุด และลดลงต่ำสุด 1,417.83 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,423.39 จุด เพิ่มขึ้น 8.34 จุด หรือ 0.59% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 36,608.17 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. อิชิตัน ปิดที่ 17.30 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท 2. กรุงเทพดุสิตเวชการ ปิดที่ 139.00 บาท เพิ่มขึ้น 7.00 บาท 3.ปูนซิเมนต์ไทย ปิดที่ 448.00 บาท เพิ่มขึ้น 14.00 บาท 4. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 196.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท 5.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 195.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 23 เมษายน 2557 ปิดบวก 8.34 จุด

  • ไทยลุ้นขายข้าวมาเลเซีย 8 แสนตัน

    ไทยลุ้นขายข้าวมาเลเซีย 8 แสนตัน

    นายยรรยงพวงราช  รมช.พาณิชย์  เปิดเผยภายหลังจากเปิดประมูลข้าวผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(เอเฟท) ว่า ขณะนี้กระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการเจรจาขายข้าวให้กับประเทศมาเลเซีย800,000 ตัน เพื่อระบายข้าวในสต็อกของรัฐบาลโดยเฉพาะในส่วนของข้าวขาวที่ไม่มีภาระผูกพันมีจำนวน 10 ล้านตันจากทั้งหมด 19ล้านตัน โดยมั่นใจว่าราคาข้าวตลาดโลกมีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเนื่องจากผลกระทบจากปัญหาภัยแล้งที่ทำให้ปริมาณข้าวของโลกจะลดลง “ข้าวในสต็อกทั้งหมดมีประมาณ19 ล้านตันซึ่งมีทั้งที่มีภาระผูกพันแล้วกับที่ไม่มีภาระผูกพันโดยกระทรวงจะเป็นห่วงเฉพาะข้าวขาว ส่วนข้าวหอมมะลิไม่น่าห่วงนักซึ่งนอกจากมาเลเซียแล้วก็ยังมกีการเจรจากับอีกหลายๆตลาด เช่น   ในประเทศในแอฟริกาและตะวันออกกลาง” สำหรับการเปิดให้ยื่นซองเสนอราคาส่วนต่าง (ค่าเบสิส)ข้าวสารสต๊อกรัฐบาล ที่เปิดระบายผ่านตลาดเอเฟต ครั้งที่ 10 ปริมาณ 212,000 ตัน  พบว่ามีผู้ประกอบการยื่นซองเสนอราคารวมทั้งหมด 14 รายแต่เป็นการยื่นซื้อเฉพาะข้าวขาว 5% เพียงอย่างเดียว ปริมาณ 162,000 ตัน ในราคาส่วนต่างตั้งแต่ -2 บาทต่อกก.ถึง -4 บาทต่อกก. อย่างไรก็ตาม คาดว่าการระบายเอเฟตรอบที่ 10น่าจะระบายข้าวได้ประมาณ 80% จากที่ยื่นเสนอราคา ซึ่งเมื่อรวมกับการระบายข้าวเอเฟต  ครั้งที่ผ่านมาที่สามารถอนุมัติขายได้ประมาณ 547,000 ตันก็จะทำให้สามารถระบายข้าวผ่านเอเฟตได้ใกล้เคียง 700,000 ตัน และในเดือนพ.ค. กระทรวงจะเปิดประมูลข้าวผ่านตลาดเอเฟตอีก 2 รอบคือวันที่ 8 พ.ค. กับ 23 พ.ค. อีกครั้งละ 200,000 ตันทำให้คาดว่ากระทรวงพาณิชย์จะสามารถขายข้าวผ่านเอเฟตจนถึงเดือนพ.ค.ได้เกือบ 1ล้านตัน ซึ่งเป็นไปตามกรอบที่ขออนุมัติระบายข้าวผ่านเอเฟต 1 ล้านตัน  “หากระบายข้าวผ่านเอเฟตได้ครบ1 ล้านตัน เชื่อว่าไม่เกินเดือนมิ.ย.นี้ จะทำให้รัฐบาลได้เงิน 15,000 ล้านบาท มาส่งคืนกระทรวงการคลังเพื่อจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนาได้อย่างแน่นอน” นายบรรจง ตั้งจิตรวัฒนกูล อุปนายกสมาคมโรงสีข้าวไทยกล่าวว่า สถานการณ์ราคาข้าวสารขาวขณะนี้เฉลี่ยที่ตันละ 12,000-12,300นบาท เป็นราคาที่ทรงตัวจากหลังจากที่ไทยไม่ชนะการประมูลนำเข้าข้าวที่ประเทศฟิลิปปินส์ปริมาณ 800,000 ตัน ซึ่งเป็นแนวโน้มที่สวนทางกับราคาข้าวเปลือกเจ้า ที่ล่าสุดเฉลี่ยที่ตันละ7,400 -7,500 บาท (ความชื้น 15%) เป็นราคาที่เพิ่มขึ้นจากช่วงสัปดาห์ก่อนเฉลี่ยตันละ400-500 บาท เนื่องจากประเทศไนจีเรียมีแนวโน้มนำเข้าข้าวนึ่งมากขึ้นหลังจากที่รัฐบาลลดภาษีนำเข้าลงครึ่งหนึ่ง  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยลุ้นขายข้าวมาเลเซีย 8 แสนตัน