เดือน: เมษายน 2014

  • กสทช.เตรียมร่างประมูล 4 จี รับฟังความเห็นสาธารณะ

    กสทช.เตรียมร่างประมูล 4 จี รับฟังความเห็นสาธารณะ

    วันนี้(23เม.ย.)ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช . เปิดเผยว่า ที่ประชุมกสทช.เห็นชอบร่างประมูลคลื่นความถี่1800 เมกะเฮิร์ตซ สำหรับการประมูล 4 จี ตามที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม(กทค.) เสนอมาจำนวน 2 ใบ ใบละ 12.5 เมกะเฮิร์ตซ ราคาเริ่มต้นประมูลใบละ 1.16 ล้านบาท ให้ไปเปิดรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ โดยมีเงื่อนไขว่าหากมีผู้ประกอบการน้อยกว่าหรือเท่ากับใบอนุญาต 2 ใบ จะต้องยุติการประมูล เพื่อให้เกิดการแข่งขัน ทั้งนี้การประมูลจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนส.ค.57 ปัจจุบันยังเหลือลูกค้าที่อยู่ในระบบ2จี คลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ โดยบริษัท ทรูมูฟ จำกัด เหลือลูกค้าที่ไม่ได้โอนย้ายจำนวน 7 ล้านเลขหมายส่วนของบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด หรือ ดีพีซี จำนวน 1.3 หมื่นเลขหมายซึ่งหากถึงวันที่ 15 ก.ย. นี้ หากไม่มีการโอนย้ายซิมการ์ดจะดับทันที เนื่องจากครบกำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการกรณีสิ้นสุดสัมปทานหรือสัญญาให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ 2556 นายฐากรกล่าวว่า ในขณะเดียวกันกสทช.ไม่เห็นชอบแผนการโอนย้ายแบบอัตโนมัติของทรูมูฟ ที่ได้เสนอมา โดยห็นว่าเป็นการจำกัดสิทธิ์ของผู้ใช้บริการมากเกินไปซึ่งผู้ใช้สามารถยื่นฟ้องในภายหลังได้ ดังนั้นจึงต้องการให้การย้ายระบบเป็นไปตามความสมัครใจของลูกค้ามากที่สุด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.เตรียมร่างประมูล 4 จี รับฟังความเห็นสาธารณะ

  • กสทช.รอกำหนดวันประชุมอนุมัติคูปอง

    กสทช.รอกำหนดวันประชุมอนุมัติคูปอง

    วันนี้ (23 เม.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า ที่ประชุมกสทช.ยังไม่ได้พิจารณาวาระการสนับสนุนคูปองส่วนลดซื้ออุปกรณ์ดิจิตอลเนื่องจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ยังไม่ได้ส่งให้คณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือ กทปส. คาดว่าจะนำเข้า กทปส. ในวันที่ 28 เม.ย. นี้ แต่กสทช.ได้รับทราบว่าจะมีการประชุมอีกครั้งช่วงประมาณวันที่ 7 – 8 พ.ค. 57 นี้เป็นวาระพิเศษในการพิจารณากรณีราคาคูปอง ขอยืนยันว่า การแจกจ่ายคูปองจะเริ่มได้ประมาณช่วงปลายเดือนมิ.ย. – เดือนก.ค.นี้“ ส่วนกรณีราคาคูปองส่วนลด นั้นเป็นมติที่ประชุมกสท. ในขณะที่ตัวเลขมูลค่าคูปองที่ปรากฎออกตามสื่อมวลชนนั้น อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ โดยต้องขอให้กทปส. และกสทช. พิจารณาและอนุมัติก่อนจึงจะสามารถแถลงเปิดเผยได้เบื้องต้นหลักการการนำคูปองไปใช้สำหรับซื้อกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ดิจิตอล ทีวีที่รับสัญญาณดิจิตอลในตัวเครื่องและกล่องเซต ทอป บ็อกซ์ รับสัญญาณดาวเทียม ” นายฐากร กล่าวนายฐากร กล่าวว่า ส่วนกรณีที่เมื่อวานนี้(22เม.ย.) หลวงปู่พุทธะอิสระนำมวลชนยื่นเรื่องว่ มีสถานีวิทยุ และช่องดาวเทียมกระทำหมิ่นสถาบันเข้าข่ายม.112โดยขอให้กสทช.ดำเนินการปิดสถานีวิทยุ ทีวี โดยเฉพาะดาวเทียมที่ออกอากาศจ้าบจ้วง และมีสื่อมวลชนนำเสนอข่าวว่า กสทช.ชี้แจงว่า สถานีวิทยุของนายโกตี๋มีกองกำลังติดอาวุธนั้น กสทช.ยืนยันว่าไม่ได้ชี้แจงเช่นนั้นโดยตนเองได้ชี้แจงว่า ได้เข้าไปดำเนินการพร้อมกันกองปราบปราม แต่เข้าไปไม่ได้เพราะมีมวลชนปิดล้อม จึงถอนกำลังกลับรวมถึงได้ชี้แจงว่า กสทช.ได้ดำเนินให้ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหา และนำข้อมูลส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสทช.รอกำหนดวันประชุมอนุมัติคูปอง

  • พาณิชย์เล็งหารือผู้ผลิตสินค้าห้ามมีหลายขนาด

    พาณิชย์เล็งหารือผู้ผลิตสินค้าห้ามมีหลายขนาด

    นายสันติชัยสารถวัลย์แพศย์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยในระหว่างการนำเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบปริมาณสุทธิของสินค้าหีบห่อที่ห้างบิ๊กซี รัตนาธิเบศร์ว่า ขณะนี้ได้รับการร้องเรียนจากผู้บริโภคว่าสินค้าที่ใช้ในชีวิตประจำวันที่นิยมใช้มาก3 รายการ คือ สบู่ แชมพู และผงซักฟอกเป็นสินค้าที่ผู้ผลิตได้ออกผลิตภัณฑ์เป็นจำนวนมากถึง 20-30 ขนาดทำให้ผู้บริโภคเกิดความสับสนในการซื้อสินค้า เพราะมีขนาดให้เลือกเป็นจำนวนมาก   “ที่ออกมาตรวจครั้งนี้เพื่อต้องการให้รู้ว่าแต่ละสินค้ามีการออกผลิตภัณฑ์เป็นอย่างไร มีการลดขนาดเพื่อให้ยังคงจำหน่ายได้ในราคาเดิมจริงหรือไม่ก่อนที่จะนำข้อมูลทั้งหมดไปหารือกับผู้ผลิต คือ สมาคมผู้ผลิตสบู่ไทยและผลิตภัณฑ์ชำระล้างในวันที่28 เม.ย.นี้ โดยแนวทางในการหารือ กรมฯจะขอความร่วมมือจากผู้ผลิตให้ผลิตสินค้าโดยมีขนาดและมาตรฐานเดียวกันและไม่ทำผลิตภัณฑ์ให้มีจำนวนมากจนเกินไป เพราะเป็นการสร้างความสับสนให้ผู้บริโภค”   อย่างไรก็ตามกรมฯ จะเน้นการตรวจสอบปริมาณและขนาดบรรจุอย่างต่อเนื่อง หากตรวจพบสอบพบว่าปริมาณไม่ตรงตามที่ระบุไว้ จะมีการเอาผิดตามกฎหมายชั่งตวงวัด ซึ่งมีโทษปรับสูงสุด 10,000 บาท และหากมีเจตนาดำเนินการเพื่อเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคจะใช้กฎหมายว่าด้วยราคาสินค้าและบริการเข้ามาจัดการ โทษฐานค้ากำไรเกินควร มีโทษจำคุก7 ปี ปรับ 1.4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   นายสันติชัยกล่าวว่า กรมฯยังได้สั่งการให้ค้าภายในจังหวัดทั่วประเทศออกตรวจสอบกลุ่มสินค้าดังกล่าวที่ขายตามตลาดนัดต่างๆ ด้วยหลังจากมีการร้องเรียนว่ามีผู้ค้าในตลาดนัดบางรายนำผลิตภัณฑ์ไปบรรจุหีบห่อเองซึ่งถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย หากมีการตรวจสอบพบ ก็จะดำเนินคดีเช่นเดียวกัน 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เล็งหารือผู้ผลิตสินค้าห้ามมีหลายขนาด