นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม กนง.มีมติ 6 ต่อ 1 เสียงให้คงอัตราดอกเบี้ยไว้ที่ 2% ต่อปี โดยมีผลทันที เนื่องจากเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่เหมาะสม และเอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปีนี้คาดว่าจะขยายตัวต่ำกว่าที่ประมาณการเดิมที่ 2.7% จากผลกระทบทางการเมืองเป็นหลัก ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน การท่องเที่ยว ส่วนการส่งออกเริ่มฟื้นตัว จากภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่เริ่มฟื้นตัวอย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการจะติดตามการพัฒนาเศรษฐกิจและการเงินของไทยอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะเดินนโยบายอย่างเหมาะสม เพื่อรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กนง.มีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2%
เดือน: เมษายน 2014
-

กนง.มีมติคงดอกเบี้ยไว้ที่ 2%
-

เงินหายจากระบบเศรษฐกิจแสนล้านบาท
นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลเป็นห่วงการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ในปี 57 นี้ จะได้รับผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองเป็นอย่างมาก โดยล่าสุดมีความไม่แน่นอนสูงมากในกรณีของการจัดการเลือกตั้งที่อาจล่าช้า ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจไทยโดยตรง โดยเฉพาะตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งเป็นตัวชี้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เพราะหากปรับลดลงทุกๆ 1% ก็คิดเป็นเม็ดเงินที่หายไปจากระบบเศรษฐกิจกว่า 120,000 ล้านบาท “ในปีนี้แทบทุกๆประเทศในอาเซียนคาดหวังว่าจีดีพีจะขยายตัว 5% ทั้งสิ้น แต่ประเทศไทยกำลังพูดถึงจีดีพี 2.5-2.7% และบางสถาบันเอกชนยังไม่ให้ดีเท่านี้ด้วยซ้ำบางรายให้ขยายตัว 1% ขณะที่บางคนพูดว่า ขอให้เป็นบวกก็บุญแล้ว แสดง ว่าโอกาสติดลบก็ยังมี จึงอยากถามว่า ทำไมประเทศไทยต้องเผชิญเช่นนี้ เพราะคิดเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นหลายแสนล้านบาท ซึ่งสิ่งที่ผมกำลังพูดอยู่นี้ น้อยครั้งที่จะได้ยิน รัฐมนตรีที่ดูแลเศรษฐกิจพูดออกมาว่าเศรษฐกิจไม่ค่อยดี หรือเศรษฐกิจจะไม่ดี แต่วันนี้ต้องพูด เราต้องเผชิญความจริง และหากไม่ร่วมมือกันทำให้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งโดยเร็วที่สุดก็ไม่ รู้จะว่าใคร” ทั้งนี้ ยังเห็นว่า ปัจจุบันเศรษฐกิจของประเทศสำคัญๆของโลกดีขึ้น โดยเฉพาะประเทศผู้สั่งซื้อสินค้าจากอาเซียนและไทยมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่ง จะส่งผลให้การส่งออกของไทยดีขึ้น เช่นเดียวกับจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติก็เดินทางเข้ามามากขึ้น แต่ตอนนี้ประเทศไทยได้เสียโอกาสนี้ไปแล้ว จึงรู้สึกเสียหายและเป็นห่วง เพราะช่วงที่ประเทศหยุดการเติบโตยังส่งผลให้หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) เกิดขึ้นตามมาด้วย พร้อมกับการจ้างงานที่ลดลง กระทบไปถึงนักศึกษาจบใหม่จะไม่มีโอกาสหางานทำ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้นจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เงินหายจากระบบเศรษฐกิจแสนล้านบาท -

หอการค้าจี้รัฐเร่งขยายด่านชายแดน
นายอิสระว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สภาหอฯมีแนวคิดเสนอรัฐบาลพิจารณาให้เอกชนลงทุนในการขยายและพัฒนาด่านการค้าชายแดนจากจุดผ่อนปรนเป็นด่านชายแดนถาวร ที่จะรองรับการขยายตัวของการค้า รวมถึงการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงไปยังเมืองสำคัญ และการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)ในปี58 เนื่องจากในปัจจุบันหลายๆด่านต้องให้เวลา 5-6 ชม.กว่าจะผ่านได้จนส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจและการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพราะหากจะรอให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการคงต้องใช้เวลาอีกนาน ที่สำคัญจะช่วยแบ่งเบาภาระของประเทศที่ยังไม่มีรัฐบาลตัวจริงและยังไม่สามารถจัดทำงบประมาณรายจ่ายมีงบประมาณ 58 ได้ ทั้งนี้เอกชนมีความพร้อมที่จะเข้าไปลงทุนในการขยายและการพัฒนาด่านชายแดนแม้ว่าจะใช้เงินในระดับ10,000 ล้านบาทก็ตาม เนื่องจากมั่นใจว่าจะคุ้มทุนภายใน 7 ปีและเมื่อสร้างเสร็จก็จะให้เอกชนเป็นผู้เก็บค่าผ่านทางหรือค่าเช่า หรือภาครัฐอาจใช้วิธีผ่อนส่งเงินคืนตามมูลค่าการลงทุนในภายหลังแต่ระเบียบขั้นตอนต่างๆในการผ่านแดนก็เป็นหน้าที่ของภาครัฐดำเนินการเหมือนเดิมเบื้องต้นเอกชนสนใจลงทุนด่านชายแดนสะเดา จ.สงขลาซึ่งติดกับประเทศมาเลเซีย และด่านอำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ติดกับด่านปอยเปตประเทศกัมพูชา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หอการค้าจี้รัฐเร่งขยายด่านชายแดน