นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะประธานคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) เปิดเผยว่า กมอ.ได้สั่งการให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เร่งดำเนินการประกาศสีน้ำมัน ให้เป็นมาตรฐานบังคับ เนื่องจากสีน้ำมัน ซึ่งมีส่วนผสมสารตะกั่ว หากไม่ได้มาตรฐาน มีการผสมสารตะกั่วมากเกินไป จะเป็นอันตรายกับผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็กเล็ก ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับผลกระทบจากสารตะกั่ว เพราะเด็กเล็ก มักจะนำของเล่น ที่มีสีสันเข้าปาก และหากสีที่ใช้ทาของเล่น หรือสีที่ใช้ทาห้อง เป็นสีที่ไม่ได้มาตรฐาน จะส่งผลกระทบสารตะกั่ว ตกค้างในเด็กเกินมาตรฐานได้ ด้านนายอุฤทธิ์ ศรีหนองโคตร เลขาธิการสมอ. กล่าวว่า ขณะนี้ได้เร่งดำเนินการกำหนดให้สีน้ำมัน เป็นมาตรฐานบังคับ หลังจากกมอ. เห็นชอบแล้ว ซึ่งได้จัดทำร่างมาตรฐานแล้ว และจะจัดประชุมกรรมการวิชาการ และส่งหนังสือเวียนให้ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้แสดงความคิดเห็น ตามขั้นตอนที่สมอ.กำหนด คาดว่า จะดำเนินการให้แล้วเสร็จเร็ว ๆ นี้ เนื่องจากเรื่องดังกล่าว เป็นกรณีที่กมอ. ให้ความสำคัญ และเร่งให้สมอ. ดำเนินการ ทั้งนี้หากสีน้ำมันเป็นมาตรฐานบังคับแล้ว ต่อไปผู้ทำ และผู้นำเข้า ต้องได้รับใบอนุญาตก่อนทำ และนำเข้า รวมทั้งร้านจำหน่าย จะต้องจำหน่ายเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานเท่านั้น ซึ่ง สมอ. ยังให้ความสำคัญกับการให้ความรู้กับผู้บริโภคในการเลือกซื้อสินค้า โดยให้คำนึงถึงคุณภาพมากกว่าที่จะเลือกซื้อที่ราคาเป็นหลัก โดยเรื่องดังกล่าว สมอ.ได้จัดสัมมนา เพื่อให้ความรู้กับผู้ดูแลศูนย์เด็กเล็กให้สามารถเลือกใช้สีทาอาคารที่ ปลอดภัย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมสีน้ำมันปั้ม”มอก.”
เดือน: ตุลาคม 2013
-

คุมสีน้ำมันปั้ม”มอก.”
-

หวั่นแบงก์พาณิชย์ทำลูกค้าหนี้เพิ่ม
นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ภาคการเงินมีส่วนช่วยภาคครัวเรือนสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน โดยการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งการรับผิดชอบในการให้ข้อมูลที่ถูกต้อง ความโปร่งใส และไม่จูงใจให้ภาคครัวเรือนขาดวินัยโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่อาจสร้างความเสียหายกับคนจำนวนมาก และนำไปสู่ความน่าเชื่อถือต่อวินัยทางการเงินของประเทศ “การออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่บิดเบือนความเข้าใจผู้ใช้บริการและจูงใจให้กู้ยืม โดยผู้กู้ไม่ได้มีความสามารถในการชำระคืนนั้น อาจนำไปสู่ปัญหาสังคมมากมาย ทั้งการใช้บัตรเครดิตหลายใบและใช้วงเงินทุกใบจนครบโดยไม่ระวังถึงความสามารถในการชำระหนี้ หรือการให้สินเชื่อประเภทที่มีหลักประกัน อาทิ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยหรือสินเชื่อเช่าซื้อบางประเภท ที่ให้น้ำหนักความสามารถชำระหนี้ในอนาคตน้อยเกินไป อาจสร้างความเสียหายเชิงสังคมที่จับต้องได้ อาทิ การหนีหนี้ การทิ้ง หลักประกันและกลายเป็นหนี้เสีย และสร้างความเสียหายให้กับประเทศ” อย่างไรก็ตาม กรณีของประเทศไทยนั้น บทบาทผู้ให้บริการทางการเงินนอกการกำกับดูแลของ ธปท. อาทิ สถาบันการเงินภาครัฐฯ และ สหกรณ์ มีขนาดใหญ่ขึ้น จึงเป็นความท้าทายของภาครัฐฯ จะต้องร่วมมือกันขยายขอบเขตการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับภาคครัวเรือนที่ใช้บริการผ่านผู้ให้บริการเหล่านี้อย่างทั่วถึงด้วย โดยการส่งเสริมระบบการประเมินความเสี่ยงและความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้ การส่งเสริมวินัยทางการเงินของผู้ใช้บริการ และการกำกับดูแลให้บริการด้วยความเป็นธรรม ทั้งนี้ ปัจจุบันภาคการเงินได้เชื่อมโยงกับภาคต่างๆ ที่เป็นตัวกลางจัดสรรทรัพยากรจากผู้ออมไปยังผู้ที่ต้องการใช้เงินทุน ส่งผลให้ทรัพยากรทุนสามารถหมุนเวียนในระบบได้โดยไม่สะดุด แต่ในทางตรงกันข้ามก็เกิดปัญหาที่พบทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ เช่น วิกฤติในภาคการเงินที่นำไปสู่การขาดความมั่นใจต่อระบบเศรษฐกิจ และส่งผลไปยังภูมิคุ้มกันของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนอย่างยืดเยื้อ แต่ยืนยันว่าประเทศไทย มีระบบธนาคารพาณิชย์ที่มีภูมิคุ้มกันระดับที่สูง เงินกองทุนและการกันสำรองอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง รวมทั้ง เพียงพอต่อการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐฯ และภาคธุรกิจไทยทั้งในและต่างประเทศ “ระบบการเงินไทยมีตัวอย่างที่ดีของการให้บริการควบคู่ไปกับการส่งเสริมด้านวินัยการเงิน เช่น มีวินัย จ่ายตรงตามกำหนด ลดดอกเบี้ย ที่นำไปสู่ประโยชน์ร่วมทั้งผู้ใช้บริการและผู้ให้บริการ ซึ่งการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ถือเป็นประโยชน์ในแง่ความรับผิดชอบต่อสังคม มากกว่ากิจกรรมประชาสัมพันธ์ โดยบทบาทของ ธปท.ที่เป็นหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงิน ต้องการคุ้มครองผู้บริโภคให้สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้อย่างฉลาดและยั่งยืน”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นแบงก์พาณิชย์ทำลูกค้าหนี้เพิ่ม -

จี้ศูนย์อาหารลดค่าเช่าพื้นที่
นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯได้ขอความร่วมมือให้ห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ได้ปรับลดค่าเช่าพื้นที่ในส่วนของศูนย์อาหารหรือฟู้ดคอร์ท เพื่อให้ร้านอาหารจานด่วนหรือร้านขายข้าวแกงสามารถตรึงราคาอาหาร ช่วยเหลือผู้บริโภคไม่ให้ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบค่าครองชีพที่สูงขึ้น เบื้องต้นห้างฯหลายรายเริ่มให้ความร่วมมือกับแนวทางดังกล่าว เพราะหากราคาอาหารปรับตัวสูงก็จะส่งผลกระทบต่อปริมาณการซื้อสินค้าด้วย “ได้ทยอยคุยกับห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกแต่ละแห่ง ก็ได้รับการตอบรับที่ดีในการปรับลดราคาค่าเช่าเฉพาะบริเวณศูนย์อาหาร หรือห้างฯรายใดเตรียมที่จะปรับขึ้นราคาค่าเช่าก็ให้ความร่วมมือโดยการตรึงราคาค่าเช่าไว้ก่อนสักระยะหนึ่งจากนั้นจึงค่อยมาพิจารณาใหม่” ทั้งนี้นอกจากห้างสรรพสินค้าและห้างค้าปลีกแล้วกรมการค้าภายในก็จะทยอยขอความร่วมมือแหล่งอื่นๆในการลดค่าเช่าหรือตรึงราคาค่าเช่าในส่วนของโรงอาหารหรือศูนย์อาหารหลังจากก่อนหน้านี้ได้ขอความร่วมมือให้ร้านอาหารธงฟ้าตรึงราคาอาหารจานด่วนและข้าวราดแกงมาแล้ว ส่งผลให้ร้านอาหารจำนวนมากไม่ได้ปรับขึ้นราคาสินค้าแม้ว่าราคาก๊าซหุงต้มภาคครัวเรือนจะปรับขึ้นเดือนละ 50 สต.ต่อกก.ก็ตาม สำหรับในส่วนของร้านอาหารธงฟ้านั้นกรมฯจะหาแนวทางในการลดต้นทุน โดยได้จัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมกับตลาดสด 6 แห่ง เพื่อจำหน่ายวัตถุดิบ เช่น เนื้อหมู, เนื้อไก่, ไข่ไก่, ผักสด และเครื่องปรุงรสที่ใช้ในการประกอบการทำอาหารปรุงสำเร็จ(จานด่วน) ในราคาถูกกว่าท้องตลาด หรือเป็นราคาขายส่งให้กับร้านอาหารธงฟ้าที่ซื้อสินค้าในตลาดสดที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งร้านในตลาดสดที่เข้าร่วมโครงการจะติดป้าย “โลว์ไพร์” ไว้หน้าร้าน ส่วนร้านอาหารธงฟ้าจะได้รับบัตรจัดซื้อ เพื่อแสดงตัวในการซื้อวัตถุดิบราคาถูก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้ศูนย์อาหารลดค่าเช่าพื้นที่