เดือน: ตุลาคม 2013

  • เอกชนถอดใจเศรษฐกิจไทยติดรองบ๊วยหลังเปิดเออีซี

    เอกชนถอดใจเศรษฐกิจไทยติดรองบ๊วยหลังเปิดเออีซี

    นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้มีหลายหน่วยงานประเมินอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศอาเซียนหลังจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 โดยลาว จะมีเศรษฐกิจขยายตัวสูงเป็นอันดับ 1 รองลงมาเป็นกัมพูชา, พม่า, อินโดนีเซีย, เวียดนาม,ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, บรูไน, ไทย และ สิงคโปร์ เนื่องจากสิงคโปร์และไทยมีขนาดเศรษฐกิจไทยที่ใหญ่ ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับสูง ๆ นั้น ทำได้ลำบาก ทั้งนี้ปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจลาว, กัมพูชา, พม่า ขยายตัวในระดับสูงหลังการเปิดเออีซี เนื่องจากจะมีทุนข้ามชาติเข้ามาตั้งโรงงานมากขึ้น ทั้งนักลงทุนจากไทย ยุโรป สหรัฐ และเอเชีย เพื่อต้องการอาศัยต้นทุนการผลิตที่ไม่สูง โดยเฉพาะเรื่องของค่าจ้างขั้นต่ำ ค่าเช่าพื้นที่โรงงาน และมีปริมาณแรงงานที่เพียงพอต่อความต้องการของนักลงทุน ขณะเดียวกันผลพวงจากการเข้าไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านของไทยมากขึ้นก็จะทำให้ประชากรมีรายได้เพิ่ม ประเมินเศรษฐกิจในประเทศอาเซียนจะสอดคล้องกับตัวเลขของไอเอ็มเอฟ ที่ประเมินการขยายตัวทางเศรษฐกิจในประเทศภูมิภาคอาเซียน หลังการเปิดเออีซีระหว่างปี 59-63 คือ 1.ลาว ขยายตัวเฉลี่ย7.7% ต่อปี, 2. กัมพูชา 7.5%, 3.พม่า 6.9%, 4. อินโดนีเซีย 6.5%, 5.เวียดนาม 5.5%, 6.ฟิลิปปินส์ 5.5%, 7.มาเลเซีย 5.2%, 8. บรูไน 4.8% , 9. ไทย 4.7% และ 10. สิงคโปร์ 4% ส่วนก่อนการเปิดเออีซีตั้งแต่ปี 44-58 พบว่าพม่ามีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากสุดเฉลี่ย 9% รองลงมาเป็น กัมพูชา 7.7%, ลาว 7.4%, เวียดนาม 6.6%, อินโดนีเซีย 5.6%, สิงคโปร์ 5%, ฟิลิปปินส์ 5%, มาเลเซีย 4.8%, ไทย 4.3% และ บรูไน 2.1% “ลาวมีประชากรน้อยและในอนาคตเชื่อว่าภาคบริการและเกษตรกรรมจะเป็นกลุ่มที่จะสร้างรายได้ให้กับประชากรได้ดี ส่วนกัมพูชาและพม่า เชื่อว่า ภาคอุตสาหกรรมจะโดดเด่นทั้งสองประเทศ เพราะปัจจุบันมีแรงงานที่เพียงพอต่อความต้องการของนักลงทุน โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องนุ่งห่มของไทยจำนวนมากที่ได้ย้ายฐานการผลิตไปอยู่กัมพูชาเพื่อลดต้นทุนจากค่าจ้างบ้านเราที่สูงมากหากเทียบกับเพื่อนบ้าน” นายอัทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของไทย หากจะผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวระดับสูง ก็จะเน้นอานิสงส์จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล เพราะหากเสร็จจะทำให้การขนส่งสินค้าและการเดินทางของนักท่องเที่ยวมีความสะดวกก็จะทำให้จีดีพีขยายตัวเพิ่มได้ดี ขณะเดียว จำเป็นต้องส่งเสริมการลงทุนการวิจัยเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า รวมถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อทดแทนแรงงานที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการของอุตสาหกรรม และต้องส่งเสริมการพัฒนาการดีไซน์ของสินค้าเพื่อที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้มากขึ้น “ปัจจัยเสี่ยงที่มีผลต่อการขยายตัวเศรษฐกิจไทย หลังเปิดเออีซีคงหนีไม่พ้นเรื่องของต้นทุนการผลิตที่สูง ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติให้ความสนใจไทยน้อยลง ซึ่งหากเพื่อนบ้านพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ใกล้เคียงกับไทยอาจทำให้เงินลงทุนต่างชาติไหลไปเพื่อนบ้านได้ อย่างไรก็ตามหากโครงการ 2 ล้านล้านบาทดำเนินการผ่านแบบฉลุยก็จะช่วยให้เศรษฐกิจไทยในอนาคตโตเพิ่มได้มาก”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนถอดใจเศรษฐกิจไทยติดรองบ๊วยหลังเปิดเออีซี

  • คปภ. ยืนยันไม่ขึ้นค่าเบี้ยประกันภัยพิบัติ

    คปภ. ยืนยันไม่ขึ้นค่าเบี้ยประกันภัยพิบัติ

    นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ (คปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดจะไม่ทำให้กองทุนฯ ต้องปรับขึ้นอัตราเบี้ยประกันภัยพิบัติ เนื่องจากยังไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุตสาหกรรม และพื้นที่ที่ถูกน้ำท่วมส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบลุ่มปกติมีน้ำท่วมประจำทุกปีอยู่แล้วไม่ได้มีน้ำเหนือไหลลงมาสมทบ ดังนั้นจะไม่เกิดวิกฤติอุทกภัยเหมือนปี 54 ประกอบกับภาคอุตสาหกรรมได้เตรียมพร้อมรับมือและบริหารจัดการความเสี่ยงจากภัยน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น สร้างเขื่อนถาวรและระบบการระบายน้ำในนิคมอุตสาหกรรมทั้ง 7 แห่งส่งผลให้บริษัทรับประกันภัยต่อต่างประเทศมีความเชื่อมั่น และเข้ามารับความเสี่ยงในประเทศไทยมากขึ้น “แม้สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังไม่ถือเป็นภัยพิบัติ แต่กองทุนฯ ก็ได้ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งมีความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือจากการจ่ายค่าสินไหมอย่างเต็มที่ ซึ่งปัจจุบันกองทุนฯ จัดเก็บเบี้ยประกันกลุ่มครัวเรือน 0.5% ต่อปี ธุรกิจขนาดกลางและย่อม 1% ต่อปี และกลุ่มอุตสาหกรรม 1.25% ต่อปี” สำหรับยอดขายกรมธรรม์ประกันภัยพิบัติตั้งแต่วันที่ 28 มี.ค.55 – 20 ก.ย.56 มีจำนวน 1.69 ล้านฉบับ เป็นกรมธรรม์ที่ยังมีความคุ้มครองอยู่จำนวน 1.38 ล้านฉบับ โดยมีทุนประกันภัยพิบัติ 84,792 ล้านบาท เป็นทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯ ที่ยังมีความคุ้มครองอยู่จำนวน 44,719 ล้านบาท โดยธุรกิจเอสเอ็มอี และกลุ่มอุตสาหกรรมทำประกัน 15,560 ล้านบาทแบ่งเป็นนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม 13,504 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน87% และในเขตนิคมอุตสาหกรรม 2,056 ล้านบาทคิดเป็น 13 % ขณะที่ทุนประกันภัยต่อตามสัดส่วนของกองทุนฯของเอสเอ็มอีมี 6,635 ล้านบาท ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมี 8,925 ล้านบาท แบ่งเป็นนอกเขตนิคมอุตสาหกรรม 6,960 ล้านบาท และในเขตนิคมอุตสาหกรรม 1,965 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คปภ. ยืนยันไม่ขึ้นค่าเบี้ยประกันภัยพิบัติ

  • อพาร์ตเมนท์-คอนโดให้ต่างชาติเช่าขาดตลาดรอบ20ปี

    อพาร์ตเมนท์-คอนโดให้ต่างชาติเช่าขาดตลาดรอบ20ปี

    นายเจมส์ พิทชอน กรรมการบริหาร ซีบีอาร์อี ประเทศไทย ที่ปรึกษาด้านอสังหาริมทรัพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ค่าเช่าที่พักอาศัยในกรุงเทพฯ ประเภทอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมสำหรับชาวต่างชาตินั้น มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 20 ปี เนื่องจากความต้องการสูงขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมหรือห้องขุดที่มีขนาด 2-3 ห้องนอน “ปัจจุบันชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานในไทย เดินทางมาพร้อมครอบครัวมากขึ้น ขณะที่จำนวนที่พักอาศัยประเภทอพาร์ตเมนต์และคอนโดมิเนียมให้เช่าขนาด 2 และ 3 ห้องนอนนั้น ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 1 ห้องนอน ขณะที่ทำเลพักอาศัยที่ต่างชาติให้ความนิยมจะอยู่ในย่าน ถนน สุขุมวิท ซ.1 – 63 และ สุขุมวิท ซ.2 – 42 ย่านลุมพินี รวมทั้งบางพื้นที่ในย่านสีสมและสาทร นายพิทชอน กล่าวว่า ตลาดคอนโดมิเนียมหรืออพาร์ตเมนต์ให้เช่า โดยเฉพาะขนาด 2-3 ห้องนอน กำลังขาดตลาดเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี ทำให้แนวโน้มราคาที่อยู่อาศัยประเภทดังกล่าวนี้มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้น โดยอพาร์ตเมนต์ในทำเลที่ชาวต่างชาติให้ความนิยม มีโครงการใหม่ที่กำลังก่อสร้างกว่า 22,000 ยูนิต แต่เป็นที่พักขนาด 2-3 ห้องนอนไม่ถึง 100 ยูนิต หรือ 30% เท่านั้น ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมการจัดหางานเมื่อสิ้นไตรมาส 2 ที่ผ่านมา พบว่า มีชาวต่างชาติกว่า 65,000 คนที่ได้รับใบอนุญาตให้ทำงานในกรุงเทพฯ เพิ่ม 10% ต่อปี ไม่รวมถึงนักการทูต และชาวต่างชาติที่ได้รับอนุญาตให้ทำงานในจังหวัดอื่นที่ไม่ใช่กรุงเทพฯ แต่พักอาศัยในกรุงเทพฯ โดยบางส่วนซื้อที่พักอาศัยเป็นของตนเอง และบางส่วนโดยเฉพาะกลุ่มคนโสดนิยมเช่าที่พักอาศัยใจกลางเมือง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อพาร์ตเมนท์-คอนโดให้ต่างชาติเช่าขาดตลาดรอบ20ปี