เดือน: ตุลาคม 2013

  • เครื่องเตือนภัย – รู้หลบ

    เครื่องเตือนภัย – รู้หลบ

    อาทิตย์ที่ผ่านมา ฟ้าฝนไม่เป็นใจกับคนกรุง แต่แท้จริง สภาพฝนที่ตกหนัก เกิดขึ้นคลุมพื้นที่ภาคกลาง รวมถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือก็หนักไม่น้อยหน้า ที่ทำให้ระอาใจ ก็จากสภาพการจราจรติดขัด เนื่องจากรถใช้ความเร็วไม่ได้ มีน้ำท่วมขังผิวทางหลายจุดและสัญญาณไฟจราจรชำรุด รวมถึงท่อประปาย่านประตูน้ำ แตก เลยร่วมเป็นกองหนุนให้เดือดร้อนกันทั้งเมือง น่าศึกษาปัญหาให้ถ่องแท้แล้วหาทางแก้ไขให้เป็นระบบ เพราะความเดือดร้อนมาจากรถติด แต่สาเหตุที่รถติด เนื่องจากถนนเปียก รถไม่กล้าใช้ความเร็ว  ประกอบกับมีน้ำนองขังบนผิวทาง หากฝนตกต่อเนื่องและปริมาณมากขึ้น ระบบสูบน้ำ มาตรฐานการทำงาน เพื่อระบายน้ำอย่างเดียวไม่พอ ทำอย่างไรให้บูรณาการร่วมกันเพื่อทำให้ถนนลื่น น้ำท่วม ก็ยังเลื่อนไหลไปได้ ช่วงครึ่งหลังของเดือนตุลาคม เป็นระยะเริ่มเข้าหน้าหนาว ซึ่งอาจมีความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงแผ่เข้ามา ยังไม่หนักหนาถึงขั้นต้องเตรียมชุดรับความหนาวเหน็บ และบางวันอาจมีฝนได้            ลมหนาวที่จะมาระลอกใหม่ 19-23 ต.ค. กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า จะทำให้ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก มีฝนลดลง อากาศจะเย็นให้สัก 3-5 องศาเซลเซียส แน่นอน ถ้าลมเย็นมาถึงกรุงเทพฯ ภาคใต้ กับอ่าวไทย ก็จะมีลมตะวันออกจากทะเลจีนใต้พัดเข้ามาปกคลุม พื้นที่ด้ามขวานทองของไทย จึงมีฝนเพิ่มขึ้น และตกหนักบางแห่ง            ที่มาพร้อมกับลมหนาว ก็คือ สัญญาณความแห้งแล้ง เพราะนับจากกลางเดือน ต.ค. ปีนี้ ถึงกลางเดือน พ.ค.ปีหน้า จะเป็นช่วงฤดูแล้ง กรมอุตุฯ แนะว่า ตอนนี้ ยังมีน้ำอยู่บ้าง เกษตรกรควรวางแผนการใช้น้ำ และการเก็บกักให้มีประสิทธิภาพ จะได้มีน้ำใช้ในช่วงที่มีฝนตกน้อย พยากรณ์อากาศภาคการเกษตร บอกว่า ระยะนี้ อากาศจะเปลี่ยนแปลง เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ ควรควบคุมอุณหภูมิในโรงเรือน อย่าให้เปลี่ยนเร็ว เพื่อป้องกันสัตว์ปรับตัวไม่ทัน จะอ่อนแอและเป็นโรคง่าย บางช่วงมีลมแรงอุณหภูมิลดลง ก็ต้องเตรียมความอบอุ่นในโรงเรือน พร้อมกับทำแผงกำบังลมหนาว โดยเฉพาะสัตว์ที่ยังเล็ก ถ้าเป็นกลุ่มอาชีพเลี้ยงสัตว์น้ำ บางช่วงจะเจอปัญหาอุณหภูมิลดลง ก็ควรลดอาหาร เพราะสัตว์จะกินได้น้อย ให้ไปมาก กลายเป็นของเหลือที่ทำให้น้ำเน่าเสียได้ กลุ่มผู้ปลูกพืชไร่ ตอนนี้ ถ้าจะปลูกยังทำได้ เพราะความชื้นในดินมีอยู่ แต่ต้องคำนวณปริมาณน้ำสำรองให้มีมากพอ สำหรับพืชระยะเจริญเติบโต และผลิดอกออกผล  โดยต้องระวังการขาดแคลนน้ำ เพราะถ้าพืชได้รับน้ำไม่พอ ผลผลิตก็ลดลง หรือหากขาดน้ำก็อาจไม่ได้ผลผลิตเลย สำหรับไม้ผล กรมอุตุฯ ฟันธงว่า จากนี้ไปฝนจะลดลง อากาศจะแห้ง ไม้ผลที่อยู่ในระยะพักตัว เพื่อแตกตาดอก อาจเจอการระบาดของศัตรูพืชจำพวกปากดูด ที่จะมีตัวอ่อนและตัวเต็มวัย แย่งดูดกินน้ำเลี้ยง จนต้นชะงักการเจริญเติบโต ส่งผลต่อการแตกตาดอกในระยะต่อไป อากาศกับการดำรงชีวิต โดยเฉพาะผู้ประกอบอาชีพการเกษตร ต้องรับผลอย่างช่วยไม่ได้ การใส่ใจติดตามข่าวอากาศอย่างใกล้ชิดจึงจำเป็นอย่างยิ่ง ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ช่วยให้การติดตามข่าวสารสะดวกมากขึ้น การพยากรณ์ของกรมอุตุฯ และหน่วยงานอื่นก็แม่นยำมากขึ้น โดยหน่วยหลักที่เชื่อถืออ้างอิงได้ มีเพียงกรมอุตุฯ เท่านั้น เวลานี้กรมอุตุฯ ได้พัฒนาระบบ เฝ้าระวังติดตามและพยากรณ์อากาศ โดยนำข้อมูลต่าง เช่นเส้นทางพายุและการเตือนภัย มารายงานไว้บนเว็บไซต์ที่เพิ่งเปิดขึ้น www.metalarm.tmd.go.th ซึ่งยินดีรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อนำมาปรับปรุงให้ดี น่าชื่นชมกับระบบที่จัดทำขึ้นใหม่ แต่ในปัจจุบัน จำนวนการใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือแพร่หลายมากขึ้น แทนการเปิดเว็บไซต์ควรเร่งให้มีแอพบนมือถือ เพื่อรายงานข้อมูลให้ติดตามแบบเรียลไทม์ โซเชียลมีเดีย ซึ่งเป็นแหล่งรายงานข่าวสารชั้นดี ควรมีชื่อของกรมอุตุฯ ไปเสนอตัวรายงานข้อมูลบ้าง เช่นเวลาฝนฟ้าไม่เป็นใจ คนอยากทราบสถานการณ์ล่าสุด เพื่อการปรับตัว ก็ควรมีคำตอบ กรมอุตุฯน่าจะทำเรื่องทันสมัยได้ดีไม่แพ้ใครอยู่แล้วไม่ใช่รึ. หยาดน้ำฟ้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เครื่องเตือนภัย – รู้หลบ

  • วินโดวส์ 8.1 คืนปุ่มสตาร์ตให้

    วินโดวส์ 8.1 คืนปุ่มสตาร์ตให้

    ถ้าใช้วินโดวส์ 8 บนพีซีหรือโน้ตบุ๊ก จะเข้าใจความหมายปุ่มสตาร์ตหายไปไหนทันที แม้ว่าไมโครซอฟท์ยืนยันว่า ปุ่มสตาร์ต บนวินโดวส์ 8 ไม่ได้หายไปไหน เพียงแอบไว้ แต่ผู้คนก็ยังไม่คุ้นเคย เมื่อวันที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา ไมโครซอฟท์ เปิดให้ผู้ใช้วินโดวส์ 8 อัพเกรดเป็นวินโดวส์ 8.1 ได้ฟรีพร้อมกันทั่วโลก เหล่าผู้บริหารไมโครซอฟท์ในประเทศต่าง ๆ ก็ช่วยกันพูดในทิศทางเดียวกันว่า เอาปุ่มสตาร์ตที่ผู้ใช้อยากได้กลับคืนมาให้แล้ว หากใช้งานวิน โดวส์ที่ต่ำกว่า 8 ไปซื้อวินโดวส์ 8.1 ในรูปแบบแผ่นดีวีดี ราคาเริ่มต้น 4,590 บาท นายรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา  ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์และเซอร์เฟซ บริษัทไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เล่าให้ฟังว่า ไมโครซอฟท์กำลังเข้าสู่ดีไวซ์หรืออุปกรณ์และบริการต่าง ๆ ต้องการให้อุปกรณ์พกพาคู่กาย ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 เอาความคุ้นเคยของผู้ใช้งานกลับคืนมาตามคำเรียกร้อง โดยเฉพาะปุ่มสตาร์ต ได้เอากลับคืนมาให้เหมือนเดิม แต่เก่งมากกว่าเดิม เพราะแค่คลิกหรือสัมผัสปุ่มสตาร์ตก็เข้าถึงโปรแกรมต่าง ๆ ในเครื่องได้ทันที  หรือเข้าถึงหน้าเดสก์ทอปได้เลย แถมยังให้ตั้งค่าต่าง ๆ บนหน้าจอได้เอง ตามความต้องการใช้งาน กดหรือแตะค้างเอาไว้ก็เหมือนคลิกขวาการใช้งานเมาส์ ผู้บริหารไมโครซอฟท์ บอกว่า  เดิมผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ เวลาจะดาวน์โหลดหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ ต้องไปซื้อแผ่น แต่ในยุคปัจจุบัน แค่เข้าไปที่สโตร์ของผู้ให้บริการก็ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่ต้องการมาใช้งานได้ทันที  วินโดวส์ 8.1 ได้ผสมผสานการใช้งานแบบเดิมและระบบสัมผัสมารวมไว้ด้วยกัน แต่เพิ่มความสวยงาม และมีแอพให้ดาวน์ โหลด ความเก่งกาจของระบบบิง (Bing) และไออี หรืออินเทอร์เน็ตเอ็กซโพลเรอร์ จะเห็นได้ชัดเจนทั้งความเร็ว จะรู้สึกเหมือนเว็บไซต์เป็นแอพพลิเคชั่น เพราะระบบจะคาดการณ์ว่า  ผู้ใช้จะค้นหาอะไรต่อไป อีกไม่นาน จะเริ่มเห็นระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 8.1 บนหน้าตั้งแต่ 7 นิ้วขึ้นไป   และเชื่อมต่อการทำงานบนทุกอุปกรณ์ใหม่ผ่านบริการคลาวด์ ที่เรียกว่า สกายไดรฟ์ ของไมโครซอฟท์   ไม่ว่าจะอุปกรณ์ขนาดเล็ก กลาง  และใหญ่ ก็ใช้วินโดวส์ 8.1 ได้  เชื่อมต่อข้อมูลทั้งภาพและเสียงโดยไม่ต้องใช้สาย  แต่ผ่านไว-ไฟ และเอ็นเอฟซีสำหรับวินโดวส์ สโตร์ ของผู้ใช้งานวินโดวส์ 8 และ 8.1 นับจากเปิดตัวมาปีกว่า ๆ มีแอพพลิเคชั่นให้บริการแล้วมากกว่า 160,000 แอพ ในจำนวนนี้เป็นแอพของนักพัฒนาชาวไทยประมาณ 2,000 แอพ มีปริมาณการดาวน์โหลดไปใช้งานแล้วมากกว่า 1 ล้านครั้ง วินโดวส์ สโตร์ ของไมโครซอฟท์  แบ่งรายได้ให้นักพัฒนาในอัตรา 70/30 เช่น  มีรายได้ 100 บาท นักพัฒนาได้ไป 70 บาท ไมโครซอฟท์ 30 บาท แต่หากแอพพลิเคชั่นนั้น ๆ มีรายได้ถึงเพดานที่กำหนด ส่วนแบ่งรายได้จะเปลี่ยน 80/20 ทันที สำหรับผู้ใช้งานวินโดวส์ เอ็กซพี (XP) ซึ่งไมโครซอฟท์ ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า จะยุติการบริการและหยุดการสนับสนุนตั้งแต่วันที่ 8 เมษายน 2557 เป็นต้นไป เนื่องจากวินโดวส์ เอ็กซพี ใช้งานมานานกว่า 10 ปี ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้เข้าถึงอินเทอร์เน็ตในปริมาณมาก ๆ เหมือนในยุคนี้ จึงมีความเสี่ยงต่อการโจมตีที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ในประเทศไทยยังมีผู้ใช้งานวินโดวส์ เอ็กซพี มากกว่า 5.7 ล้านเครื่อง  เป็นหนึ่งในประเทศที่มีผู้ใช้งานวินโดวส์ เอ็กซพีสูงสุดในเอเชียแปซิฟิก แนะนำว่า ถ้าจะใช้งานวินโดวส์ 8.1 ให้สนุก ต้องใช้งานผ่านอุปกรณ์ระบบสัมผัส ถึงจะได้สัมผัสประสิทธิภาพเต็ม ๆ ของซอฟต์แวร์. ปรารถนา ฉายประเสริฐ prathana.chai@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วินโดวส์ 8.1 คืนปุ่มสตาร์ตให้

  • สรอ.มั่นใจปี 57 ผุดแอพเพื่อคนไทยเพียบ

    สรอ.มั่นใจปี 57 ผุดแอพเพื่อคนไทยเพียบ

    หลายหน่วยงานอาจสงสัยว่า สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ สรอ. หรือชื่อเรียกภาษาอังกฤษว่า EGA ภายใต้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่ปัจจุบันดำเนินงานมาแล้ว 3 ปี แต่ไม่ค่อยมีการประชาสัมพันธ์และมีข่าวเผยแพร่มากนักทั้ง ๆ ที่งบประมาณได้มากกว่าหลายหน่วยงานด้วยซ้ำ โดยปี 57 ได้รับงบประมาณที่ 1,500 ล้านบาท ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการ สรอ.เล่าว่า ที่ผ่านมา สรอ.ทำในเรื่องของระบบหลังบ้านและการนำร่องโครงการมากกว่า แต่ในปี 57 นี้ จะเห็นผลงานชัดเจนขึ้น ทั้งนี้ ที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ดูได้จากตัวเลขการใช้งานบริการของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น ที่เฉพาะในปี 56 ปีเดียว มีการใช้งานระบบจิน (GIN) เพิ่มขึ้น 1,000 ลิงค์ ส่วนบริการคลาวด์ภาครัฐ ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ พ.ค. 55 แต่ ก.ย. 56 มีถึง 150 หน่วยงาน รวม 260 ระบบงาน ส่วนเมล์โกไทย (mailgothai) ตอนนี้มีผู้ใช้งานประมาณ 220,000 บัญชีแล้ว สำหรับการดำเนินงานในงบประมาณปี 57 สรอ.จะเน้นเพิ่มแอพพลิเคชั่นและเพิ่มระบบความปลอดภัย เนื่องจากปี 56 ได้นำร่องหลายเรื่อง เช่น บริการซอฟต์แวร์ออนไลน์ภาครัฐ ถือเป็นการตอบโจทย์ว่าการใช้งาน และให้ภาครัฐได้ใช้ซอฟต์แวร์ที่มีคุณภาพ ซึ่งการนำร่องระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์บนซอฟต์แวร์ออนไลน์ภาครัฐ ปีนี้จะเร่งขยายซอฟต์แวร์อื่น ๆ เช่น เรื่องของ office on cloud โดยอยู่ระหว่างเจรจากับผู้มีส่วนร่วม และปีหน้าจะเห็นชัดเจนขึ้น เพื่อให้ภาครัฐได้ใช้งานซอฟต์แวร์ได้อย่างถูกกฎหมายและใช้งบอย่างคุ้มค่า และตั้งเป้าปีหน้าจะมีซอฟต์แวร์ออนไลน์ภาครัฐ อย่างน้อย 10 ประเภท สำหรับการนำร่องอีกอย่าง คือการนำร่อง อี-กัฟเวอร์นเม้นท์สู่ท้องถิ่น เพราะผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในประเทศไทยขณะนี้มีแค่ 1 ใน 3 โดยปัจจุบัน สรอ.จะนำร่องอุปกรณ์ สมาร์ท บ็อกซ์ (smart box) สู่ท้องถิ่น ที่ขณะนี้ได้เริ่มนำร่องที่ 4 หมู่บ้าน ใน จ.นครนายก ให้สามารถเข้าถึงข้อมูลของรัฐด้วยอุปกรณ์ที่ใช้งานง่าย “เราหาข้อมูลความต้องการประชาชนโดยการร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) เพื่อวิเคราะห์ความต้องการของประชาชน มีความเป็นไปได้ว่าอาจมีการนำร่องที่ องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) คาดว่าสิ้นปีจะมีความคืบหน้าว่าประชาชนต้องการอะไรเพิ่มเติม เพื่อขยายขอบเขตการนำร่องที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น” ดร.ศักดิ์ กล่าว นอกจากนี้ สรอ.จะเปิดตัว กัฟเวอร์นเม้นท์ แอพพลิเคชั่น เซ็นเตอร์ (Government Application Center) เป็นการรวมโมบาย แอพพลิเคชั่นหน่วยงานภาครัฐ เช่น แอพพลิเคชั่นที่เช็กหมายเลข อย. หรือที่ สรอ. หารือกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเรื่องของทะเบียนรถสำหรับตรวจเช็กข้อมูลในการซื้อรถมือสอง เป็นต้น “สิ่งที่เรามองไว้คืออยากให้มีมาตรฐานการเข้าถึงข้อมูลอย่างสะดวกสบายสำหรับประชาชน เพราะบางแอพพลิเคชั่นต้องลงทะเบียน จึงอยากให้สามารถเข้าใช้งานได้ในแอพเดียวครั้งเดียวเป็นต้น ดังนั้น จะจัดเวทีเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชนด้วยว่าอยากได้แอพพลิเคชั่นในเรื่องใดบ้าง” ดร.ศักดิ์ กล่าว ปัจจุบันมี โมบาย แอพพลิเคชั่นภาครัฐประมาณ 100 แอพพลิเคชั่น สรอ.จะรวบรวมและประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบ และเปิดเวทีให้มีส่วนร่วมเพื่อให้รัฐบาลรับทราบและสั่งการให้หน่วยงานมีการพัฒนาแอพพลิเคชั่นเพื่อประชาชน โดยแอพพลิเคชั่นจะต้องโดนใจประชาชนมากที่สุด “EGA ไม่ใช่พระเอก เราเป็นพระรอง และในปีหน้า EGA จะตอบโจทย์ว่าประชาชนจะได้อะไรจากรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์” ดร.ศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย ต้องจับตาดูว่าปี 57 นี้ โครงการที่ สรอ.นำร่องในหลาย ๆ เรื่อง จะเห็นผลชัดเจนได้มากน้อยแค่ไหน แต่เชื่อว่า สรอ.เดินมาถูกทางตรงที่ดึงความคิดเห็นภาคประชาชนมาร่วมพัฒนาระบบการดำเนินงานขององค์กร. กัญณัฏฐ์ บุตรดี Kanyanat25@gmail.com

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรอ.มั่นใจปี 57 ผุดแอพเพื่อคนไทยเพียบ