วันที่ 2 เม.ย.นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมฯเตรียมทบทวนราคาแนะนำอาหารปรุงสำเร็จ (จานด่วน) ใหม่ที่กำหนดไว้ 10 เมนู เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ และเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย จากเดิมกำหนดราคาแนะนำไว้ที่ 25-30 บาทต่อจาน จะปรับเพิ่มเป็น 30-35 บาทต่อจานหรือ เพิ่มขึ้น 5-10 บาทต่อจาน เนื่องจากต้นทุนอาหารจานด่วนมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะการปรับขึ้นของราคาก๊าซหุงต้มที่จะทยอยขึ้นราคาจนครบ 6 บาทต่อกก. ในเดือนส.ค.นี้ และราคาเนื้อสัตว์กับผักสดที่มีราคาสูงขึ้นจากผลกระทบของภัยแล้งสำหรับเนื้อหมูที่มีราคาปรับเพิ่มขึ้นนั้นกรมจะส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบราคาเนื้อหมูในตลาดสดทั่วกรุงเทพฯหลังมีการร้องเรียนว่าบางตลาดได้ขายปลีกเนื้อหมูสูงถึงกก.ละ 160-165 บาทซึ่งเกินกว่าราคาที่คณะกรรมการนโยบายพัฒนาสุกรและผลิตภัณฑ์ (พิกบอร์ด)ได้กำหนดมาตรการดูแลราคาหมู ด้วยการขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้จำหน่ายหมูหน้าฟาร์มให้จำหน่ายไม่เกินกก.78 บาท และราคาขายปลีกปลีกในตลาดไม่เกิน กก. 150-155 บาททั้งนี้หากพบว่าผู้ประกอบการเขียงหมูมีการขายเนื้อหมูในราคาสูงเกินจริงก็จะเรียกมาชี้แจงข้อเท็จจริง หากพบว่ามีการรับหมูเป็นหน้าฟาร์มหรือหมูต้นทางมาในราคา 78 บาท แต่นำมาขายปลีกสูงเกินกว่าราคา 150-155 บาทจะถือว่าจงใจทำให้ตลาดปั่นป่วนและขายเกินราคาจะดำเนินคดีมาตรา 29 พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 จำคุก 7 ปี ปรับ 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับอย่างไรก็ตามหากตรวจพบว่าผู้ประกอบการเขียงหมูรับหมูต้นทางมาในราคาสูงเกินกว่า 78 บาทกรมจะใช้มาตรการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุด้วยการกำกับดูแลการขนย้ายหมู เพื่อไม่ให้มีการลักลอบส่งออกหมูไปยังประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ปริมาณหมูไม่เพียงพอต่อความต้องการบริโภคจนกระทบต่อราคาขายปลีกให้สูงขึ้น“ต้องลงไปดูที่สาเหตุก่อนว่าเป็นเพราะอะไรหากเกิดปัญหาจากต้นทางไม่สามารถขายหมูได้ตามที่ขอความร่วมมือก็อาจต้องใช้มาตรการกฎหมาย คือห้ามการขนย้ายหมู เข้ามาดูแลส่วนจะกำหนดราคาเพดานหมูสูงสุดหรือไม่ อาจไม่จำเป็นต้องใช้วิธีนี้เพราะเชื่อว่าหลังเดือนเม.ย.ราคาหมูจะปรับตัวลดลง”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ผู้บริโภคเดือดร้อนหนักอาหารจานด่วนปรับราคาขึั้นอีก 5-10 บาท
เดือน: เมษายน 2014
-

ผู้บริโภคเดือดร้อนหนักอาหารจานด่วนปรับราคาขึั้นอีก 5-10 บาท
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 เมษายน 2557 ปิดบวก 9.14 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 เม.ย. ดัชนีปรับตัวลดลงเล็กน้อยเมื่อเปิดตลาด จากนั้นจึงทยายขึ้นสูงและยืนในแดนบวกได้ตลอดการซื้อขาย เป็นไปตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปิดบวกสดใส เนื่องจากได้รับอานิสงค์จากเม็ดเงินทุนจากต่างชาติที่ไหลเข้ามา ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,397.48 จุด และ ลดลงต่ำสุด 1,385.28 จุด จนมาปิดตลาด 1,396.62 จุด เพิ่มขึ้น 9.14 จุด หรือ 0.66 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย 36,192.83 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1. ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 183.50 บาท เพิ่มขึ้น 2.50 บาท2. ทอท. ปิดที่ 197.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.00 บาท3. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 162.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท4. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 183.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท5. ซีพีเอฟ ปิดที่ 28.00 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 เมษายน 2557 ปิดบวก 9.14 จุด -

คปภ.รณรงค์ทั่วไทยไร้อุบัติเหตุ
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการ คปภ. เปิดเผยว่า ขณะนี้ คปภ.เตรียมปลูกฝังให้ประชาชนให้ตระหนักถึงความปลอดภัยทางท้องถนน โดยร่วมกับภาคธุรกิจประกันภัยดำเนินโครงการรณรงค์ความปลอดภัยทางถนนภายในองค์กรของภาคอุตสาหกรรมประกันภัย เนื่องจากอุบัติเหตุบนท้องถนนเกิดขึ้นได้สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตและทรัพย์ของประชาชนจำนวนมาก ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจะแบ่งเป็น 2 ส่วน โดยสร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัยภายในองค์กรของภาคอุตสาหกรรมประกันภัย ซึ่งร่วมมือกับสมาคมประกันวินาศภัยไทย สมาคมประกันชีวิตไทย และบริษัทประกันภัยที่เข้าร่วมโครงการ สนับสนุนให้ทุกฝ่ายตกลงร่วมกันรณรงค์ส่งเสริมให้บุคลากรทุกระดับ มีจิตสำนึกและตระหนักรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนน โดยให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์สวมใส่หมวกนิรภัย ผู้ใช้รถยนต์คาดเข็มขัดนิรภัยทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และให้ยึดถือปฏิบัติเป็นวัฒนธรรมขับขี่ในองค์กรต่อไป ขณะเดียวกัน ยังรณรงค์ลดอุบัติเหตุทางถนนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปี 57 โดยจัดกิจกรรมรณรงค์ให้ถนนรัชดาภิเษก เป็นถนนแห่งการสร้างวัฒนธรรมขับขี่ปลอดภัย คาดเข็มขัดและสวมหมวกนิรภัย 100% ซึ่งจะมีพิธีปล่อยขบวนแห่รถจักรยานยนต์ของผู้บริหารและพนักงานของบริษัทประกันภัย วิ่งรณรงค์ และประชาสัมพันธ์ไปตามถนนรัชดาภิเษก จากหน้าสำนักงาน คปภ. ไปจนถึงแยกพระราม 9 และจากแยกพระราม 9 วิ่งผ่านแยกรัชโยธิน และมาสิ้นสุดที่หน้าสำนักงาน คปภ. นอกจากนี้ จะมีการตรวจรถจักรยานยนต์โดยให้บริการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และหลอดไฟฟรี โดย บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด รวมทั้งตรวจสภาพการทำงานของรถยนต์ฟรี 20 รายการ โดยอู่ซ่อมรถยนต์ในเครือสมาคมสหมิตรการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการฯ ในเขตกรุงเทพและปริมณฑล ซึ่งสามารถดูรายชื่ออู่ดังกล่าวได้จาก www.oic.or.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนถึงวันที่ 11 เม.ย.57 อย่างไรก็ตาม อุบัติเหตุทางถนนมักเกิดขึ้นโดยที่เราไม่คาดคิดจึงฝากเตือนให้ประชาชนไม่ควรประมาท ก่อนออกเดินทางทุกครั้งควรตรวจสอบสภาพรถให้พร้อมใช้งาน และตรวจสอบวันหมดอายุของการทำประกันภัย พ.ร.บ. ที่สำคัญประชาชนไม่ควรมองข้ามความสำคัญของการทำประกันภัย หากมีข้อสงสัยสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนประกันภัย 1186 /////////////
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คปภ.รณรงค์ทั่วไทยไร้อุบัติเหตุ