เดือน: เมษายน 2014

  • ไมโครซอฟท์บอกลาวินโดวส์ เอ็กซ์พี ย้ำไม่ได้ชัทดาวน์ซอฟต์แวร

    ไมโครซอฟท์บอกลาวินโดวส์ เอ็กซ์พี ย้ำไม่ได้ชัทดาวน์ซอฟต์แวร

    วันนี้( 2เมษายน ) ที่เดอะมูส บาร์  เอกมัย  ไมโครซอฟท์(ประเทศไทย)จัดแถลงข่าว บอกลาระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ เอ็กซ์พีและชุดโปรแกรมสำนักงาน ออฟฟิศ 2003 ก่อนสิ้นสุดการสนับสนุนในวันที่ 8เมษายนนี้  โดยนายรชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยาผู้จัดการกลุ่มธุรกิจและการตลาดวินโดวส์และเซอร์เฟซ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่า ไมโครซอฟท์ได้เปิดตัววินโดวส์เอ็กซ์พี และ ออฟฟิศ 2003 ออกสู่ตลาดในปี 2544และ 2546 ตามลำดับ  ซึ่งในยุคนั้นเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตยังเป็นเรื่องใหม่ ในขณะที่สมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์มีความสามารถที่เทียบไม่ได้กับอุปกรณ์ในปัจจุบัน ดังนั้นซอฟต์แวร์ทั้งสองจึงไม่สามารถรับมือกับความต้องการของผู้ใช้ในปัจจุบันได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นการทำงานผ่านระบบคลาวด์การใช้งานในรูปแบบทัชสกรีน หรือการใช้ดีไวซ์แบบพกพาในขณะที่ซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ๆ ไม่อาจรองรับวินโดวส์ เอ็กซ์พีได้อีกต่อไป  นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านความปลอดภัยและเสถียรภาพยังอาจทำให้ผู้ใช้วินโดวส์เอ็กซ์พี ในภาคธุรกิจต้องประสบกับความเสียหายที่มีมูลค่ามหาศาล ทำให้การอัพเกรดระบบสู่วินโดวส์และออฟฟิศรุ่นใหม่ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และเสริมสร้างศักยภาพขององค์กรให้พร้อมกับการแข่งขันโดยเฉพาะในยุคของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2558จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ธุรกิจไทยต้องมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยทั้งนี้ปัจจุบันมีผู้ใช้วินโดวส์เอ็กซ์พี ในประเทศไทยประมาณ 2.5 ล้านราย และมีประมาณ 25.32  %  ที่ยังคงใช้งานอย่างต่อเนื่อง  แม้จะทราบล่วงหน้าแล้วว่าทางไมโครซอฟท์ได้ประกาศการหยุดให้การสนับสนุนระบบปฎิการดังกล่าวในวันที่8 เมษายนนี้นายรชฏ กล่าวว่า หลังจากวันที่ 8เมษายนไปแล้ว ผู้ใช้ยังคงใช้งานระบบวินโดวส์ เอ็กซ์พีและออฟฟิศ2003ได้อย่างต่อนื่อง เพียงแต่จะไม่มีการอัพเดทซอฟต์แวร์อีกต่อไป  ซึ่งเป็นการเสี่ยงต่อการโจมตีของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์แม้ว่าจะมีโปรแกรมแอนตี้ไวรัสก็ตามอย่างไรก็ดีแนะนำให้อัพเกรดมาใช้ดีไวซ์และซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากไมโครซอฟท์และเครือข่ายพันธมิตรผู้ให้บริการทั่วประเทศไทยพร้อมรับข้อเสนอพิเศษ คือ ส่วนลด 20%สำหรับลูกค้าภาคธุรกิจที่อัพเกรดสู่วินโดวส์ 8.1 Pro หรือสมัครสมาชิกออฟฟิศ 365 เป็นเวลาหนึ่งปี   ส่วนผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการติดตั้งวินโดวส์7 หรือ 8.1ลงบนดีไวซ์ที่ใช้งานอยู่สามารถใช้งานสองเครื่องมือฟรีจากไมโครซอฟท์เพื่ออำนวยความสะดวกได้โดยเริ่มจากตรวจสอบรุ่นระบบปฏิบัติการที่ใช้งานอยู่ที่เว็บไซต์ http://amirunningxp.com/ก่อนจะโอนย้ายข้อมูลจากวินโดวส์ เอ็กซ์พีไปสู่วินโดวส์เวอร์ชั่นใหม่ด้วยเครื่องมือ PCmover Express ซึ่งดาวน์โหลดได้ที่http://bit.ly/1nmgL3c ขณะที่กลุ่มลูกค้าองค์กรก็สามารถค้นหาผู้ให้บริการด้านไอทีที่รับรองโดยไมโครซอฟท์ได้ด้วยบริการPinpoint ที่เว็บไซต์ http://bit.ly/1olsDX2  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไมโครซอฟท์บอกลาวินโดวส์ เอ็กซ์พี ย้ำไม่ได้ชัทดาวน์ซอฟต์แวร

  • ชงแนวทางแก้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ

    ชงแนวทางแก้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ

    นายสมชาติ สร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยหลังประชุมมาตรการรักษาเสถียรภาพราคาตลาดข้าวภายในประเทศและการช่วยเหลือเกษตรกรว่าในสัปดาห์หน้ากรมฯ จะเสนอแนวทางให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.)ที่มีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์เป็นประธานแก้ไขปัญหาราคาข้าวในตลาดตกต่ำโดยการชะลอระบายข้าวผ่านวิธีขายตรงให้กับผู้ส่งออกข้าว เนื่องจากภาคเอกชนมองว่าวิธีการดังกล่าวทำให้ไม่ทราบปริมาณข้าวจะเข้าสู่ตลาดมากเท่าไหร่ และยิ่งทำให้ราคาข้าวในตลาดตกต่ำดังนั้นจึงใช้วิธีระบายข้าวผ่านการประมูลทั่วไปและการประมูลผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(เอเฟต) แทน“ประเด็นที่คุยในการแก้ปัญหาข้าวราคาตกต่ำครั้งนี้ซึ่งมีตัวแทนจากโรงสีข้าว ผู้ส่งออกข้าวพ่อค้าคนกลาง เสนอมาหลายแนวทาง แต่แนวทางที่เป็นไปได้มากสุดและไม่ขัดกฎหมายคือชะลอการขายข้าวทางตรงไว้ก่อน และให้ใช้การประมูลทั่วไปกับเอเฟตโดยขอให้ผู้ส่งออกมาเข้าร่วมประมูลในวิธีดังกล่าวมากกว่าการเข้าไปซื้อข้าวตรงกับรัฐบาล” สำหรับแนวทางอื่นๆที่มีการเสนอคือให้โรงสีและผู้ส่งออกสำรองข้าวในสต๊อกเพิ่มมากขึ้น และให้รัฐบาลจ่ายดอกเบี้ยชดเชยนั้นเป็นแนวทางที่ทำไม่ได้เพราะอาจผิดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญที่รัฐบาลรักษาการณ์ไม่สามารถใช้งบประมาณเพิ่มเติมได้อีกจึงตัดประเด็นนี้ออกไปและเชื่อว่าหากมีการชะลอการขายข้าวทางตรงก็จะไม่กระทบแผนการส่งเงินคืนคลังเพื่อใช้คืนงบกลาง 20,000 ล้านบาทที่ยืมมาจ่ายชาวนาเพราะยังสามารถระบายข้าวผ่านประมูลและเอเฟตได้อยู่ อย่างไรก็ตามขณะนี้ราคาข้าวสารในตลาดปัจจุบันได้ปรับขึ้นมาเล็กน้อย 30-40 สตางค์ต่อกก.โดยราคาข้าวขาว 5%อยู่ที่ 11.40-11.70 บาทต่อกก.และราคาข้าวเปลือกในตลาดปรับขึ้นมาอยู่ที่ตันละ 7,400-7,800 บาท จากช่วงเดือนมี.ค.ที่ราคาข้าวเปลือดลดลงไปอยู่ที่ตันละ 6,700-6,800 บาทเนื่องจากมีกระแสข่าวว่าประเทศไนจีเรียจะลดภาษีนำเข้าข้าวทำให้ราคาข้าวในตลาดจึงกระเตื้องขึ้นมา และหากชะลอการระบายข้าวทางตรงได้ก็เชื่อว่าราคาข้าวจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงแนวทางแก้ราคาข้าวเปลือกตกต่ำ

  • บีโอไอเร่งตั้งบอร์ดชุดใหม่

    บีโอไอเร่งตั้งบอร์ดชุดใหม่

    นายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า วันที่ 3เม.ย. ตนพร้อมนายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) จะเปิดเผยความคืบหน้าในการแต่งตั้งคณะกรรมการบีโอไอชุดใหม่ หลังจากที่ประชุมครม. มีมติให้เดินหน้าแต่งตั้ง บอร์ดบีโอไอชุดใหม่ได้ เพื่อให้การส่งเสริมการลงทุนที่ยังรอการอนุมัติจากบอร์ดชุดใหม่ เดินหน้าต่อไป รวมทั้งจะชี้แจงสถานการณ์การลงทุนในช่วง 3 เดือน และความคืบหน้าโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่ 2 (อีโคคาร์ 2)แหล่งข่าวจากบีโอไอ กล่าวว่า โครงการที่รออนุมัติส่งเสริมการลงทุน จากบอร์ดบีโอไอ มีประมาณ 400 โครงการ มูลค่าการลงทุน 540,000 ล้านบาท หากรวมยอดคำขอรับการส่งเสริมการลงทุน ในโครงการอีโคคาร์ 2 ที่มีจำนวน 138,889 ล้านบาท จะทำให้มีมูลค่าโครงการที่รอขอรับการส่งเสริมการลงทุน กว่า 670,000 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการผลิตไฟฟ้า อุตสาหกรรมยานยนต์ ปิโตรเคมี ฮาร์ดดิสก์ เคมีภัณฑ์ และสินค้าแปรรูปเกษตร ส่วนเป้าเหมายทั้งปี คาดว่า โครงการที่ขอรับส่งเสริมการลงทุน จะไม่ถึง 1 ล้านล้านบาทแน่นอน คาดว่า จะเหลือประมาณ 8-9 แสนล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าปี 56 ที่มีมูลค่าถึง 1.1 ล้านล้านบาทนางอัชณา ลิมปไพฑูรย์ นายกสมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย กล่าวว่า มูลค่าการลงทุนอีโคคาร์ 2 ของผู้ผลิตรถยนต์ทั้ง 10 ค่าย จะส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งจากการผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น และชิ้นส่วนยานยนต์ คาดว่า ตลอดการลงทุนจะมีมูลค่าไม่ต่ำกว่า 738,00 ล้านบาท เนื่องจากรถยนต์อีโคคาร์ 2 ที่จะออกสู่ตลาดประมาณ 1.5 ล้านคัน จะใช้ชิ้นส่วนในประเทศเป็นหลัก ทำให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย ส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้รับประโยชน์ต่อเนื่อง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บีโอไอเร่งตั้งบอร์ดชุดใหม่