เดือน: เมษายน 2014

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 เมษายน 2557 ปิดบวก 0.4 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 เมษายน 2557 ปิดบวก 0.4 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 18 เม.ย. ดัชนีปรับตัวขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นแกว่งตัวบนแดนบวกได้ตลอดการซื้อขาย โดยในช่วงบ่ายดัชนีถูกเทขายไปมากเนื่องจากตลาดค่อนข้างนิ่ง หลังไร้ปัจจัยที่ส่งผลต่อตลาดอย่างชัดเจน ขณะเดียวกันยังอยู่ในช่วงวันหยุดของตลาดหุ้นต่างชาติหลายแห่ง ทำให้ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างเบาบาง ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,414.97  จุด และลดลงต่ำสุด 1,407.89 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,409.18 จุด เพิ่มขึ้น 0.40 จุด หรือ 0.03% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 25,137.06 ล้านบาท    สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. เอไอเอส ปิดที่ 240.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท 2. จัสมิน ปิดที่ 8.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.15 บาท 3.ทรู ปิดที่ 6.90 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง 4.ธ.กรุงเทพ ปิดที่ 190.00 บาท ลดลง 4.50 บาท 5. ธ.กรุงไทย ปิดที่ 19.60 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 18 เมษายน 2557 ปิดบวก 0.4 จุด

  • แนะไทยส่งไก่ตีตลาดญี่ปุ่น

    แนะไทยส่งไก่ตีตลาดญี่ปุ่น

    นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ  เปิดเผยว่า แนะนำให้ผู้ประกอบการไทยเร่งทำตลาดส่งออกไก่ไปญี่ปุ่นเพิ่มขึ้น หลังจากที่ผ่านมาในประเทศญี่ปุ่นได้ตรวจพบโรคไข้หวัดนกระบาด จนส่งผลให้ปริมาณการผลิตไก่ในประเทศลดลง แต่ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรสชาติ คุณภาพ ความปลอดภัย รวมถึงสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักแก่ผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นด้วย ดังเช่นไก่ของออสเตรเลีย ทำแบรนด์ออสซี่ บีฟ จนเป็นที่รู้จักและนิยมในชาวญี่ปุ่นมาก ทั้งนี้ยังได้รับรายงานจากสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรุงโตเกียว ถึงการระบาดของโรคไข้หวัดนกในญี่ปุ่นโดยสถานการณ์ขณะนี้อยู่ระหว่างเฝ้าระวังพื้นที่ใกล้เคียง แต่ทางการญี่ปุ่นรับมือได้รวดเร็ว ตรวจพบเชื้อและสามารถกำจัดไก่ติดเชื้อไวรัสได้ใน 2 วันนับจากพบเชื้อ   “ประเทศไทยถือเป็นแหล่งผลิตที่สำคัญในการส่งออกสินค้าไก่ทั้งแปรรูปและไก่สด และที่สำคัญเมื่อวันที่ 25 ธ.ค.56 ทีผ่านมา กระทรวงเกษตร ป่าไม้ และประมงของญี่ปุ่นประกาศยกเลิกมาตรการระงับการนำเข้าเนื้อสัตว์ปีกสดจากไทย ส่งผลให้ไก่ไทยมีโอกาสเข้าไปทดแทนภาคการผลิตที่ขาดหายไปในตลาดญี่ปุ่นได้” ด้านนายไผท สุขสมหมาย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กรุงโตเกียว กล่าวว่า ภาคธุรกิจค้าปลีก และธุรกิจที่ไม่ใช่ภาคการผลิตของญี่ปุ่นกำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นผู้นำขยายการลงทุนในญี่ปุ่น โดยปี 56 มีสัดส่วนลงทุนสูงถึง 60%ของการลงทุนรวม หรือคิดเป็นมูลค่า 5.67 ล้านล้านเยน เติบโตขึ้น 9.7% โดยเฉพาะภาคธุรกิจบริการได้ขยายการลงทุนเพื่อรองรับการบริโภคภายในประเทศเติบโต เช่น ธุรกิจค้าปลีกร้านสะดวกซื้อ 3 ราย มีแผนการลงทุนขยายสาขาในญี่ปุ่น ในปีงบประมาณ 57- 58  รวมมากกว่า 9,300 สาขา  ขณะที่ธุรกิจเกี่ยวกับภาคการผลิตมีมูลค่าการลงทุน 3.68 ล้านล้านเยน ขยายตัวเพียง 0.7% ทั้งนี้มูลค่าการลงทุนของธุรกิจที่ไม่ใช่ภาคการผลิตในปี 56 ขยายตัวในระดับเดียวกับมูลค่าการลงทุนใน ปี 49  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นขยายตัว  แต่ก็ต้องระวังผลกระทบจากการขึ้นภาษีบริโภคในเดือนเม.ย.57 อาจกระทบต่อการขยายตัวในธุรกิจกลุ่มนี้ได้  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แนะไทยส่งไก่ตีตลาดญี่ปุ่น

  • วอนม็อบเลิกขัดขวางแผนกู้เงินจ่ายชาวนา

    วอนม็อบเลิกขัดขวางแผนกู้เงินจ่ายชาวนา

    นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รักษาการ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ รัฐบาลเห็นด้วยกับข้อเสนอของชาวนาที่เรียกร้องให้นำเงินงบกลาง 40,000 ล้านบาท ออกมาจ่ายให้ชาวนาที่ยังรอเงินจากโครงการรับจำนำข้าว ซึ่งค้างอยู่กว่า 90,000 ล้านบาท แต่ในหลักการแล้วคงไม่สามารถปฏิบัติได้ เพราะอยู่ในช่วงรัฐบาลรักษาการ ดังนั้นหากจะนำเงินดังกล่าวออกมาใช้จะต้องทำเรื่องขอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนด้วย รวมทั้งมองว่า วงเงิน 40,000 ล้านบาท จะเพียงพอจ่ายให้กับชาวนาที่นำข้าวเข้าร่วมโครงการในช่วงเดือน ธ.ค.56 – ม.ค.57 เท่านั้น ส่วนชาวนาที่เหลือยังคงต้องรอต่อไป ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากให้ กกต. พิจารณาในแง่ของกฎหมายอย่างละเอียด โดยเฉพาะมาตรา 118 ที่กำหนดไม่ให้รัฐบาลรักษาการดำเนินโครงการใหม่ที่จะผูกพันกับรัฐบาลชุดต่อไป แต่สำหรับโครงการรับจำนำข้าวเป็นโครงการเดิมที่ทำอยู่แล้ว แต่มีปัญหาเรื่องการจ่ายเงินที่เกิดจากโรคแทรกซ้อนทางการเมือง ทำให้กระทรวงการคลังหาเงินไม่ได้ตามวิธีปกติ ซึ่งความเดือนร้อนทั้งหมดจึงตกอยู่ที่ชาวนา นอกจากนี้ อยากเรียกร้องให้ม็อบยุติกระบวนการขัดขวางการกู้เงินของกระทรวงการคลังในโครงการรับจำนำข้าว ที่ยังค้างจ่ายอยู่ทั้งหมด 90,000 ล้านบาท เนื่องจากที่ผ่านมากระทรวงการคลังไม่สามารถจัดหาแหล่งเงินได้ตามวิธีที่เคยปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการนี้ในปี 54 เพราะสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ทั้งหมดมีความกังวลว่ากลุ่มบุคคล หรือองค์กรที่ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้จะถูกคัดค้าน เช่นเดียวกับ ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย ซึ่งเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐให้ไม่กล้าเข้าร่วมปล่อยกู้ในโครงการดังกล่าว “อยากเรียกร้องให้ม็อบผู้ขัดขวางปล่อยให้ธนาคารกลับมาปล่อยกู้ให้กระทรวงการคลังเหมือนเดิม จะทำให้มีเงินส่งให้ชาวนาได้รวดเร็วตามปกติเหมือนเดิม หากไม่ขัดขวาง ภายในสัปดาห์เดียวก็สามารถกู้ได้ ส่วนกรณีหลายฝ่ายให้เร่งระบายข้าว เพื่อนำเงินมาจ่ายค่าจำนำข้าวนั้น ตามศักยภาพการขนส่งข้าวระบบขนส่งของไทยนั้น การขนส่งข้าวเพื่อการส่งออกได้เพียงเดือนละ1 ล้านตัน  ได้เงินไม่เกินเดือนละ 10,000 ล้านบาท ดังนั้นหากต้องรอนำเงินในส่วนนี้มาใช้จ่ายให้ชาวนาคงมีระยะเวลานาน ต่างจากการกู้เงินตามช่องทางปกติ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนม็อบเลิกขัดขวางแผนกู้เงินจ่ายชาวนา