Blog

  • คลังลุยล้างคณะกรรมการแบงก์รัฐทั้งหมด

    คลังลุยล้างคณะกรรมการแบงก์รัฐทั้งหมด

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภายในสัปดาห์นี้ กระทรวงการคลังจะเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (แบงก์รัฐ) ทั้งหมด โดยในส่วนของคณะกรรมการธนาคารออมสิน จะแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ ซึ่งมีรายชื่อกรรมการชุดใหม่ทั้งหมดแล้ว อยู่ระหว่างการลงนามแต่งตั้ง เพราะกำลังเจรจาให้กรรมการชุดเก่าลาออกจากตำแหน่งก่อนขณะเดียวกัน คณะกรรมการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ก็ได้รายชื่อกรรมการทั้งหมดแล้ว และจะเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบในวันที่ 22 ก.ค.57 โดยบุคคลที่เข้ามาเป็นประธาน ธพว.คนใหม่จะมาจากคนนอกที่มีความรู้และความเชี่ยวชาญในวงการสถาบันการเงินรายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หากกรรมการธนาคารออมสินชุดเก่าไม่ลาออก ในวันที่ 22 ก.ค.57 กระทรวงการคลังจะเสนอให้ คสช. ปลดกรรมการชุดเก่า และแต่งตั้งกรรมการชุดใหม่ รวมถึงจะเสนอคณะกรรมการ ธพว. รายชื่อกรรมการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ชุดใหม่ให้ คสช. พิจารณาและเห็นชอบทันที รวมถึงจะเสนอชื่อแต่งตั้งกรรมการของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ธอท.) เพิ่มเติม เนื่องจากมีกรรมการบางส่วนลาออกไปจนทำให้กรรมการไม่ครบองค์ประชุมนอกจากนี้ กระทรวงคลังยังจะเสนอรายชื่อคณะกรรมการของรัฐวิสาหกิจอีกหลายแห่งให้ คสช. เห็นชอบแต่งตั้งในวันที่ 22 ก.ค.นี้ เพื่อที่จะให้การทำงานของรัฐวิสาหกิจต่างๆ เดินหน้าต่อไปได้ เพราะตอนนี้มีรัฐวิสาหกิจต้องให้กรรมการเข้าไปสรรหากรรมการผู้จัดการที่ยังว่างอยู่ให้เสร็จภายใน 1 เดือน จากเดิมที่ต้องใช้เวลาถึง 3-4 เดือน เพื่อไม่ให้การทำงานของรัฐวิสาหกิจชะงักไปมากกว่านี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังลุยล้างคณะกรรมการแบงก์รัฐทั้งหมด

  • เร่งแผนย้ายขนส่งหมอชิต2

    เร่งแผนย้ายขนส่งหมอชิต2

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยหลังประชุมแก้ไขปัญหาการจัดสรรพื้นที่บริเวณย่านพหลโยธินร่วมกับการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และบริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.)ว่า ที่ประชุมได้ให้ ขสมก. และบขส. ไปจัดทำกรอบระยะเวลาการย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ(จตุจักร)หรือหมอชิต 2 และอู่จอดรถ ขสมก.ที่อยู่ติดกันออกจากพื้นที่ เนื่องจาก ร.ฟ.ท.ในฐานะเจ้าของพื้นที่ต้องนำไปพัฒนาพื้นที่เพื่อรองรับการให้บริการรถไฟฟ้าสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต  “ตามแผนงานที่กำหนดจะต้องทยอยย้ายออกตั้งปี 58 แต่คาดว่าจะไม่ทัน เพราะขณะนี้ยังไม่มีการอนุมัติเลย จึงคาดว่าจะเริ่มได้จริงในปีถัดไป โดยมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกับการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีแดงให้ล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนด ซึ่งการก่อสร้างงานโยธาต้องเสร็จภายในปี 60 โดยปัจจุบัน บขส.ใช้พื้นที่บริเวณนี้ 73 ไร่ ส่วน ขสมก.ประมาณ 25ไร่”  นางสร้อยทิพย์ กล่าวว่า พื้นที่ บขส. และ ขสมก.ในปัจจุบัน ทาง ร.ฟ.ท.จะก่อสร้างเป็นโรงซ่อมและที่พักรถของรถไฟชานเมืองสายสีแดง นอกจากนั้น ร.ฟ.ท.ได้มอบพื้นที่ 12.5 ไร่ ให้ ขสมก.  แบ่งเป็นบริเวณทิศใต้ของสถานีกลางบางซื่อฝั่งตรงข้ามอู่เดินรถ ขสมก.ในปัจจุบัน 9 ไร่ และบริเวณศาลเยาวชนเด็กเป็นสถานีก๊าช 3.5 ไร่   นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. กล่าวว่า ขสมก.ได้รับงบประมาณ 89.9 ล้านบาท เพื่อใช้ย้ายอู่จอดรถ ขสมก.ที่หมอชิต 2 ในปี 58-59 โดยประกวดราคาหาผู้รับจ้างออกแบบในเดือนก.ย.นี้ ใช้เวลาออกแบบ 6 เดือน จากนั้นเดือนมี.ค.58 จะประกาศประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างอู่จอดรถ คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้างประมาณ 1 ปี หรือแล้วเสร็จภายในเดือนมี.ค.59 โดยอู่จอดรถใหม่ในพื้นที่ 9 ไร่ จอดรถได้ 220 คัน ส่วนอีก 3.5 ไร่ มีแผนจะก่อสร้างเป็นสถานีเติมแก๊สภายในปี 60 ขณะที่การจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน อยู่ระหว่างรอการพิจารณาของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)   นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่บขส. กล่าวว่า ได้นำผลการศึกษาโครงการย้ายสถานีขนส่งหมอชิต 2เสนอให้ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ.รองหัวหน้า คสช. แล้ว ขณะนี้รอการอนุมัติจากคสช.อยู่หาก คสช.อนุมัติ บขส.จะเปิดให้เอกชนเข้าร่วมเสนอที่ดินในการก่อสร้างภายในเดือนส.ค.นี้และใช้ระยะเวลาการออกแบบ ก่อสร้าง และเปิดให้บริการได้ภายใน 3 ปี  สำหรับโครงการย้ายสถานีขนส่งหมอชิต 2 จะใช้พื้นที่ก่อสร้างรวม150 ไร่ มูลค่ารวม 5,000ล้านบาท แบ่งออกเป็นค่าใช้จ่ายในการซื้อที่ดิน 1,500ล้านบาท เฉลี่ยไร่ละ10 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายก่อสร้าง 3,500ล้านบาท สำหรับการจัดหาพื้นที่เบื้องต้นเปิดให้เอกชนเสนอที่ดินก่อสร้าง4 พื้นที่ คือ ย่านเมืองทองธานี ย่านดอนเมืองฝั่งขาเข้าฝั่งขาออก และย่านรังสิตช่วงมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งแผนย้ายขนส่งหมอชิต2

  • ชงยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน เข้าคสช.22ก.ค.นี้

    ชงยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน เข้าคสช.22ก.ค.นี้

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้สรุปร่างยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งเรียบร้อยแล้ว และในวันที่ 22 ก.ค.นี้ กระทรวงคมนาคมจะเสนอให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวคณะ คสช.พิจารณาอนุมัติร่างยุทธศาสตร์อย่างเป็นทางการ “รายละเอียดของแต่ละโครงการ ให้แต่ละหน่วยงานไปจับคู่ทำงานเพื่อให้สอดคล้องกัน ส่วนรายละเอียดยุทธศาสตร์จะมีเรื่องอะไรบ้างหรือใช้วงเงินเท่าไรคงต้องรอให้ผ่านการพิจารณาและให้ทาง คสช.เป็นผู้แถลงก่อน กระทรวงคมนาคมถึงจะเปิดเผยในรายละเอียดแต่ละโครงการได้เพื่อป้องกันประชาชนสับสนในข้อมูล” นางสร้อยทิพย์ กล่าวหลังประชุมหัวหน้าส่วนราชการในสังกัดว่า ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงแนวนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ที่เน้นรวดเร็ว รอบคอบ โปร่งใส ขณะที่การใช้จ่ายงบประมาณต่างๆก็ต้องผ่านความเห็นชอบจาก คสช. และคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.)ซึ่งหลายโครงการก็ได้มีการตรวจสอบแล้วเสร็จแล้ว จึงคาดว่าจะสามารถเดินหน้าได้ตามแผนงานที่กำหนด ส่วนการใช้งบประมาณปี 57 ในส่วนของงบลงทุน ขณะนี้ใช้ไปใกล้เคียงกับปีที่แล้ว คือ ประมาณ 70-75% ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดดคาดว่าตลอดทั้งปีอาจจะใช้จ่ายได้ถึง 80%  ส่วนของงบประมาณปี 58 ได้สรุปแล้วว่ากระทรวงคมนาคมได้รับการจัดสรร 146,781 ล้านบาท มากกว่าปี 57 ที่ได้รับการจัดสรร 133,015 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 10.35% ส่วนวาระเรื่องอื่นได้เน้นให้ดำเนินการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน โดยที่ผ่านมาได้ให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทไปตรวจสอบโครงข่ายถนนที่เชื่อมด่านชายแดนต่างๆในปี 58 รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) แล้ว คือ ด่านแม่สอด จังหวัดตาก ด่านมุกดาหาร ด่านสะเดา และด่านปาดังเบซาร์ จังหวัดสงขลา ด่านคลองใหญ่และด่านคลองลึก จังหวัดตราด โดยจะต้องเริ่มดำเนินการภายในปีนี้ ซึ่งนอกจากการเชื่อมโยงถนนแล้ว ก็ยังจะเข้าไปบริหารจัดการบริเวณด่าน รวมทั้งการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคต่างๆด้วย “นอกจากเรื่องด่านชายแดนซึ่งเป็นการพัฒนาช่องทางเข้าออกประเทศแล้ว การป้องกันโรคอุบัติใหม่และเก่าที่ด่านชายแดนต่างๆก็ต้องดูแลเพิ่มด้วย เพราะเมื่อช่องทางการขนส่งมีประสิทธิภาพ ยานพาหนะก็จะเข้ามามากขึ้น ซึ่งอาจจะมีเชื้อโรคต่างๆเข้ามาด้วย ก็จะต้องร่วมมือกับหน่วยงานด้านอนามัยในการดำเนินงานให้เป็นไปตามกฎอนามัยระหว่างประเทศด้วย ซึ่งในเรื่องนี้ให้กรมทางหลวง กรมเจ้าท่า และกรมการบินพลเรือน โดยปัจจุบันมีด่านชายแดนที่อยู่ในการบริหารจัดการของกระทรวงคมนาคม 18 แห่ง และมีแผนจะเพิ่มอีก 50 แห่ง รวมเป็น 68 แห่งในปี 58” 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐาน เข้าคสช.22ก.ค.นี้