shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

shoplri.com ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกิจขนาดย่อม ธุรกิจsme

Archives for ธุรกิจ SME

แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี


แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี

คุณเหมาะกับการ ” ทำธุรกิจอะไรดี “

“He who knows others is wise. He who knows himself is enlighten.”
Lao Tzu

“คนที่เข้าถึงคนอื่นได้ เป็นคนเฉลียวฉลาด แต่คนที่เข้าถึงตัวเองได้ เป็นคนที่ตื่นรู้” เป็นคำพูดของ Lao Tzu หรือที่คนไทยเรียกว่า เล่าจื้อ ปราชญ์ชาวจีน

การเป็นเจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้เป็นอย่างที่คนทั่วไปคิด เช่น ต้องเป็นคนกล้าได้กล้าเสีย พร้อมที่จะรับความเสี่ยง และมีพลังที่จะลุยแหลก

เพียงแค่ความปรารถนาอย่างแรงกล้า และไอเดียในการสร้างธุรกิจ อาจจะยังไม่พอ คุณต้องอย่าลืมว่าการทำธุรกิจต้องใช้พลังชีวิตมหาศาล และข่าวร้ายคือพลังชีวิตของคุณมีจำกัด

คุณคงไม่อยากเสียเวลาไปกับธุรกิจที่ไม่เหมาะกับคุณ สุดท้ายทำไปแล้วไม่ work ไม่ขึ้น ไม่โดนใจ คุณจำเป็นที่จะต้องรู้ว่าจุดแข็งของคุณอยู่ที่ไหน และจะนำจุดแข็งของคุณไปใช้สร้างธุรกิจได้อย่างไร

แบบประเมินที่คุณจะได้เจอนี้ ดูผิวเผินอาจจะเหมือนกับแบบประเมินบุคลิกภาพทั่วๆไป แต่มันก็พอจะบ่งบอกภาพกว้างๆ ได้ว่า คุณควรจะ ทำธุรกิจอะไรดี

มันยิ่งจะมีประโยชน์ถ้าคุณยังไม่ได้เริ่มต้นทำธุรกิจ เพราะคุณก็จะได้รู้ตัวเองก่อน และจะได้ทำธุรกิจที่ใช้จุดแข็งของคุณเป็นหลัก ไม่ต้องหลงทางไปทำในสิ่งที่คุณไม่เชี่ยวชาญ

แบบประเมิน คุณเป็นใคร และจะทำธุรกิจอะไรดี?

“Mastering others is strength. Mastering yourself is true power.”
Lao Tzu

“การรู้แจ้งเป็นจุดแข็ง แต่การรู้แจ้งในตัวเองเป็นพลังที่แท้จริง” เป็นคำพูดของ Lao Tzu หรือที่คนไทยเรียกว่า เล่าจื้อ ปราชญ์ชาวจีน

แบบประเมินที่คุณกำลังจะได้ทำนี้ เป็นแบบประเมินที่มีที่มาจากเวปไซต์ www.entrepreneur.com ซึ่งดัดแปลงมาจาก แบบประเมินบุคลิกภาพของ Center of Applied Cognitive Studies ในเมือง Charlotte มลรัฐ North Carolina

สำหรับวิธีทำแบบประเมินนี้ คุณคงต้องหาดินสอ หรือปากกา และกระดาษ มาจดสักหน่อยว่าคุณได้คะแนนเท่าไหร่ในแต่ละข้อ

โดยเลือก 5 เมื่อคุณรู้สึกว่าข้อความฝั่งซ้าย ตรงกับตัวคุณมากที่สุด หรือเลือก 1 เมื่อคุณรู้สึกว่าข้อความฝั่งขวา ตรงกับตัวคุณมากที่สุด ส่วน 2 กับ 4 นั้น หมายถึง คุณรู้สึกว่าค่อนข้างตรง และ 3 คือ ไม่แตกต่างระหว่าง 2 ข้อความ

อย่างไรก็ดี ถ้าคุณทำได้ พยายามอย่าเลือกข้อ 3 นะครับ เพราะว่ามันอาจจะทำให้ผลที่แปลออกมา ไม่ตรงกับความเป็นจริง และใช้แบบประเมินนี้ ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

แล้วเดี๋ยวเรามาดูกันว่า คุณมีบุคลิก และจุดแข็งตรงกับนักธุรกิจแบบไหน ควรจะ ทำธุรกิจอะไรดี รวมถึงเหมาะที่จะทำธุรกิจแบบไหน

1. กระตือรือร้น 5 4 3 2 1 นิ่งๆ
2. ชอบอยู่กับคนอื่น 5 4 3 2 1 ชอบอยู่กับตัวเอง
3. ช่างฝัน 5 4 3 2 1 อยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง
4. พูดถนอมน้ำใจคน 5 4 3 2 1 พูดตรง
5. เป็นระเบียบเรียบร้อย 5 4 3 2 1 ระเกะระกะ
6. ระมัดระวังในการตัดสินใจ 5 4 3 2 1 มั่นใจในความคิดแวบแรก
7. มองโลกในแง่ดี 5 4 3 2 1 มองโลกในแง่ร้าย
8. ทฤษฎี 5 4 3 2 1 ปฏิบัติ
9. ใจกว้าง 5 4 3 2 1 ใจแคบ
10. เด็ดเดี่ยว 5 4 3 2 1 เปิดกว้าง
11. ท้อแท้ 5 4 3 2 1 มีความหวัง
12. ชอบแสดงออก 5 4 3 2 1 ชอบความเป็นส่วนตัว
13. ทำตามจินตนาการ 5 4 3 2 1 ทำตามคำสั่ง
14. อบอุ่น 5 4 3 2 1 เยือกเย็น
15. จดจ่อ 5 4 3 2 1 วอกแวก
16. เขินอาย 5 4 3 2 1 กล้าแสดงออก
17. เข้ากับคนอื่นได้ง่าย 5 4 3 2 1 เข้ากับคนอื่นได้ยาก
18. มองหาความแปลกใหม่ 5 4 3 2 1 ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง
19. ทำงานเป็นทีม 5 4 3 2 1 ฉายเดี่ยว
20. ชอบความเป็นระเบียบ 5 4 3 2 1 วุ่นวายหน่อยก็ไม่เป็นไร
21. ไขว้เขว 5 4 3 2 1 หนักแน่น
22. ช่างพูด 5 4 3 2 1 ช่างคิด
23. คลุมเครือซักนิดก็ไม่เป็นไร 5 4 3 2 1 ต้องการความชัดเจน
24. ไว้วางใจได้ 5 4 3 2 1 ลึกลับเป็นที่สงสัย
25. ตรงต่อเวลา 5 4 3 2 1 ผลัดวันประกันพรุ่ง

ผลของการทำแบบประเมิน ” ทำธุรกิจอะไรดี “

“It’s hard for me to measure them, or to assess my books because I’m so close to them.”
Roddy Doyle

Read the rest of this entry »


Posts related

ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ

ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ

การทำธุรกิจส่วนตัว แตกต่างจากสิ่งอื่นๆ ที่คุณทำมาตลอดชีวิตอย่างไร?

และการทำธุรกิจส่วนตัวจะให้อะไรกับชีวิตคุณ?

เราจะมาค้นหาคำตอบกันว่า การทำธุรกิจส่วนตัวส่งผลดีกับชีวิตคุณอย่างไร

การทำธุรกิจส่วนตัว เหมือนหรือต่างจากอาชีพอื่นอย่างไร

หลายต่อหลายคน คงมีข้อสงสัยว่า การทำธุรกิจมันเหมือนหรือต่าง จากการทำงานประจำ หรืออาชีพอิสระอย่างไร เราจะมาคลายข้อสงสัยนี้ ด้วยการเปรียบเทียบหา สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเหนือกว่า และสิ่งที่ทำให้ธุรกิจด้อยกว่า ระหว่างการทำธุรกิจ กับงานทั้ง 2 อย่าง

1. ธุรกิจส่วนตัว  VS งานประจำ

ธุรกิจส่วนตัวกับงานประจำ มีความเหมือนที่ชัดเจนมากอย่างนึง นั่นคือ ถ้าคุณจะประสบความสำเร็จ คุณต้องใช้ความตั้งใจ และใส่ความพยายามเข้าไปในสิ่งที่คุณทำ เพื่อที่จะประสบความสำเร็จ

ไม่ว่าจะเป็นความร่ำรวย ยศฐาบรรดาศักดิ์ หรือชื่อเสียง หากคุณไม่ได้ทำงานชั้นเลิศ สักแต่ว่าทำแบบส่งๆไป เช้าชามเย็นชาม สุกเอาเผากิน คุณก็จะไม่มีทางที่จะได้ผลลัพธ์ที่คณปรารถนาได้เลย

สิ่งที่ทำให้ธุรกิจเหนือกว่า

  • ทำมากได้มาก: หากคุณเป็นคนที่ตั้งใจทำงานเต็มความสามารถ ธุรกิจจะทำให้คุณมีรายได้ที่มากกว่า เพราะธุรกิจทำให้เกิดกำไร ซึ่งทำมากก็ได้มาก ต่างจากรายได้ของงานประจำ ที่คุณต้องรอให้เจ้านายพิจารณาขึ้นเงินเดือนตอนปลายปี
  • ได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่: การทำธุรกิจเปิดโอกาสให้คุณ แสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่ มีอิสระในการควบคุมชะตาชีวิตของคุณเอง ถ้าคุณเป็นพนักงาน คุณแสดงความคิดของตัวเองได้ไม่เต็มที่ เพราะจะถูกมองว่าข้ามหน้าข้ามตาเจ้านาย และงานของคุณ ก็อาจจะถูกขโมยไปเป็นงานของคนอื่นก็ได้

สิ่งที่ทำให้ธุรกิจด้อยกว่า

  • รู้สึกว่าไม่มั่นคงเท่างานประจำ: คนส่วนใหญ่ที่ไม่กล้าเริ่มทำธุรกิจ เพราะรู้สึกว่ามันเสี่ยง และไม่มั่นคงเท่ากับงานประจำ แต่ที่จริงแล้ว ไม่เริ่มทำธุรกิจอะไรเลยกลับเผชิญกับความเสี่ยงที่มากกว่า เพราะการทำธุรกิจเป็นเรื่องของทักษะ ถ้าวันนึงธุรกิจคุณล้ม คุณก็ยังมีทักษะที่จะสร้างใหม่ได้ แต่คนทำงานประจำจะไม่มีทักษะนี้ หากโดนไล่ออกจากงาน ตอนอายุ 50 ก็เตรียมตัวเตะฝุ่นยาวได้เลย
  • ต้องตั้งใจและจริงจังกับมัน: การทำงานประจำนั้น คุณขี้เกียจทำงานได้ อู้งานได้ หรือทำงานไม่เต็มที่ก็ได้ แต่สำหรับธุรกิจส่วนตัว นั่นหมายถึงหายนะ ยิ่งถ้าเป็นช่วงเริ่มต้น คุณต้องใส่พลังให้กับธุรกิจเกิน 100% ด้วยซ้ำ เพื่อที่จะสร้างระบบให้มันเดินได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่คุณเป็นทาสของมัน ส่วนช่วงที่อยู่ตัวแล้ว คุณก็ยังต้องดูแลความเป็นไปอย่างห่างๆ เพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่เจ๊ง หรือโดนโกง

2. ธุรกิจส่วนตัว VS อาชีพอิสระ

Read the rest of this entry »

จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร

จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร

พบกับ ความแตกต่างระหว่าง ขายของออนไลน์ กับร้านค้าออนไลน์ และ 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นขายของออนไลน์ แบบ Step by Step และสิ่งที่คุณจำเป็นต้องมี ได้ที่นี่

ขายของออนไลน์ แตกต่างจากร้านค้าออนไลน์อย่างไร

ขายของออนไลน์: คือ การที่คุณนำสินค้า ไปประกาศขายตาม Website ที่เป็น Marketplace ที่คนซื้อกับคนขายมาเจอกัน ไม่ว่าจะเป็น Website ในไทย เช่น tarad.com และ weloveshopping.com หรือในต่างประเทศ เช่น amazon.com และ ebay.com

ซึ่งเป็นรูปแบบของ Website สำเร็จรูป ข้อดี คือ สามารถลงประกาศขายได้ทันที มีคนเข้ามาดูสินค้า หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมวันนึงมหาศาล เพราะเป็น Website ขนาดใหญ่ และมีค่าใช้จ่ายน้อย เพราะคุณไม่ต้องเสียเวลาสร้าง Website ขึ้นมาเอง

แต่คุณก็ต้องแลกกับข้อเสีย นั่นคือคุณต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้บริการ Website เหล่านี้ โดยอาจจะอยู่ในรูปของ ส่วนแบ่งเมื่อคุณขายสินค้าได้ ค่าประกาศขายสินค้าต่อชิ้น หรืออาจจะมีค่าบริการทั้งสองอย่างพร้อมกัน เป็นต้น

ร้านค้าออนไลน์: คือ การที่คุณสร้าง Website ขึ้นมาเองเพื่อขายสินค้า แทนที่จะไปลงประกาศขายตาม Marketplace ต่างๆ วิธีนี้อาจจะต้องเสียเวลาในการพัฒนา Website ของคุณเองซักหน่อย แต่ก็คุ้มค่าสำหรับการทำธุรกิจในระยะยาว

ข้อดีของวิธีนี้ คือ คุณไม่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับ Marketplace และคุณก็มีอิสระในการออกแบบ Website ในแบบที่คุณต้องการ ไม่ต้องผูกติดกับรูปแบบที่มีการบังคับจาก Marketplace และเหมาะกับการทำธุรกิจในระยะยาว เพราะอย่างน้อยคุณก็มีการสร้างแบรนด์ของตัวเอง

ส่วนข้อเสียของวิธีนี้ คือ คุณยังไม่รู้ว่าสินค้าของคุณมีอนาคตหรือเปล่า จะขายได้หรือไม่ เงินทุนก็อาจจะจมไปกับการสร้าง Website ขึ้นมา และต้องนำเงินไปใช้กับการโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อให้เป็นที่รู้จักอีกด้วย

เพราะฉะนั้น คุณควรจะเลือกรูปแบบธุรกิจให้เหมาะสมกับตัวคุณ ถ้าคุณเพิ่งจะเริ่มต้นทำธุรกิจส่วนตัว ไม่เคยทำธุรกิจออฟไลน์ แบบมีหน้าร้านมาก่อน ตัวเลือกแบบ “ขายของออนไลน์” อาจจะเหมาะกว่า

แต่ถ้าคุณมีหน้าร้านเป็นของตัวเอง ขายสินค้าแบบออฟไลน์มา ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง สินค้าได้รับการพิสูจน์แล้วว่า ตลาดต้องการ คุณก็เหมาะกับการสร้าง “ร้านค้าออนไลน์” มากกว่า ซึ่งวิธีการสร้าง “ร้านค้าออนไลน์” คร่าวๆ ก็คงอย่างที่ทุกคนทราบ คือ

ต้องมีการเช่า Host จด Domain โดยมากมือใหม่ก็มักจะต้องเลือกใช้บริการ Web Hosting ที่มีปัญหาตามมาน้อย อย่าง Bluehost.com หรือ Hostgator.com ส่วนรายละเอียดอื่นๆ จะมีการพูดถึงในบทความต่อๆ ไป

5 ขั้นตอนการเริ่มต้น ขายของออนไลน์

เมื่อคุณตัดสินใจที่จะเริ่มต้นธุรกิจขายของออนไลน์ คุณก็คงอยากจะรู้ว่า ต้องทำอะไรบ้างถึงจะขายของได้ ควรจะเตรียมตัวอย่างไร สิ่งสำคัญที่ต้องมี คืออะไร และต้องทำอะไรก่อนหลัง ซึ่งคำถามเหล่านี้ จะถูกไขผ่านทาง 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นธุรกิจ ดังนี้

1. เลือกสินค้า

“You can spend all the money in the world.
If you’ve got a bad product, it doesn’t matter.”

Harvey Weinstein

Read the rest of this entry »

Page 7 of 10:« First« 4 5 6 7 8 9 10 »