รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า สคบ.จะประชุมคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการใช้บริการสถานเสริมความงาม เพื่อพิจารณาเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันมีเรื่องรัองเรียนอยู่จำนวนมาก โดยเฉพาะเรื่องของการศัลยกรรมความงามที่กำลังได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน ขณะเดียวกันเมื่อเร็วๆนี้ ยังมีเหตุการณ์ที่ผู้บริโภคไปใช้บริการศัลกรรมแล้วเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าในการประชุมครั้งนี้จะหารือถึงแนวทางการป้องกันปัญหาดังกล่าว เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่เข้าไปใช้บริการทั้งนี้ที่ผ่านมาสคบ.เคยได้รับการร้องเรียนถึงเรื่องการใช้บริการสถานเสริมความงามหลายครั้ง ซึ่งผู้บริโภคเห็นว่า หลังจากเข้ารับบริการแล้วรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยเฉพาะอัตราค่าบริการทางการแพทย์ ที่ค่อนข้างสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งสคบ.ได้ประสานทางแพทยสภารับไปพิจารณาแก้ไขแล้ว และกำหนดเกณฑ์ค่าบริการให้เหมาะสมขึ้นก่อนแจ้งให้ผู้ประกอบการรับทราบ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ถกแก้ปัญหาคลินิกทำสวย
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยถึงกรณีผู้ประกอบการเรือด่วนเจ้าพระยา ขอปรับค่าเรือโดยสารเพิ่มอีก 1–2 บาทว่า เรื่องนี้ขอไปดูรายละเอียดก่อน และได้มอบหมายให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมช.คมนาคม ไปพิจารณาเรื่องนี้ ส่วนที่ว่าหากไม่ได้รับค่าโดยสารและผู้ประกอบการอาจปรับลดจำนวนเที่ยววิ่งบางเส้นทางนั้นคงจะต้องมีการพูดคุยกันก่อน น.ท.ปริญญา รักวาทิน กรรมการผู้จัดการบริษัทเรือด่วนเจ้าพระยา จำกัด กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ขอขึ้นค่าเรือโดยสารระยะละ 2 บาท มาตั้งแต่ปี 55 แล้วแต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ ทั้งที่ราคาน้ำมันดีเซลสูงกว่าเพดานที่กำหนด 25 บาทมานานแล้ว แต่ต่อไปถ้าน้ำมันดีเซลเพิ่มจนเกิน 30 บาทต่อลิตร บริษัทคงอยู่ไม่ได้แน่นอน และถ้าไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นค่าโดยสารในเดือนธ.ค.57 อาจจะหาทางออกด้วยการลดให้บริการเที่ยวเรือบางเส้นทางแทน ด้านนายชวลิต เมธยะประภาส เจ้าของบริษัท ครอบครัวขนส่ง จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ขอขึ้นค่าโดยสาร เพราะน้ำมันดีเซลยังราคาเดิมไม่เกินลิตรละ 30 บาท แต่ต่อไปถ้าน้ำมันดีเซลขยับเกินเพดาน 30 บาท จะขอขึ้นราคาแน่นอนเพราะไม่สามารถรับมือกับต้นทุนที่เพิ่มได้ หลังจากไม่ได้ขึ้นค่าโดยสาร 12-20 บาทมานานถึง 3 ปี ทั้งที่ต้นทุนค่าแรงงานขั้นต่ำ ค่าบำรุงรักษา และอุปกรณ์อะไหล่แพงขึ้นหมดแล้ว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้อนุมัติคำขอส่งเสริมการลงทุนของเอกชน 18 โครงการ วงเงินรวม 89,713 ล้านบาท ทำให้ล่าสุดมีโครงการที่ได้รับการส่งเสริมรวม 603 โครงการ คิดเป็นวงเงินลงทุนรวม 458,600 ล้านบาท จากเดิมที่ค้างอยู่กว่า 700 โครงการวงเงินลงทุนรวมประมาณ 740,000 ล้านบาท โดยการอนุมัติครั้งนี้ มีโครงการสำคัญ คือ โครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล ระยะที่2 (อีโคคาร์2) ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีโอกาสขึ้นเป็นที่หนึ่งด้านการส่งออกรถยนต์ และเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ของโลกอย่างแน่นอน ทั้งนี้ที่ประชุมยังให้ปรับยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุน โดยให้จัดกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีความสำคัญ และเป็นที่ต้องการของประเทศ ก่อนเสนอเข้าบอร์ดบีโอไอพิจารณาส่งเสริมการลงทุน เช่น อุตสาหกรรมยางพารา เพราะปัจจุบันการใช้ยางพาราในประเทศมีน้อยมาก ต่อไปจึงต้องเน้นการแปรรูปใช้ในประเทศเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันในอุตสาหกรรมทั่วไป จะให้ความสำคัญน้อยลง เนื่องจากปัจจุบันไทยมีโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องเลือกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องการจริงๆ เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นหนึ่งในผู้นำด้านอุตสาหกรรมนั้นๆของโลกให้ได้ คาดว่า จะสรุปผลได้เสร็จใน 3 เดือน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าวว่า นายกฯยังมอบหมายให้บีโอไอ พิจารณาแนวทางการส่งเสริมที่นอกเหนือจากภาษีให้กับเอสเอ็มอี เช่น การให้สินเชื่อ อัตราดอกเบี้ย การจัดหาแรงงาน และการพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการไทยขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายผลิตสินค้าป้อนให้อุตสาหกรรมหลักในตลาดโลก รวมทั้งให้เตรียมความพร้อมรองรับนโยบายเศรษฐกิจติจิทัล โดยให้มีบีโอไอภาคดิจิทัลเทคโนโลยี ซึ่งล่าสุดมีกิจการหลายประเภทที่เข้าข่ายได้รับการส่งเสริม แต่ขอกลับไปสรุปรายละเอียด ก่อนเสนอให้ที่ประชุมพิจารณาอีกครั้ง