นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยหลังมอบนโยบายให้กับข้าราชการ และหน่วยงานสังกัดกระทรวงพลังงานว่า นโยบายที่จะเร่งดำเนินการ คือทยอยปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ให้สะท้อนต้นทุน และเกิดความเป็นธรรม รวมถึงการปรับโครงสร้างภาษีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล จะต้องสูงขึ้น และกลุ่มน้ำมันเบนซิน จะต้องลดลง รวมทั้งราคาก๊าซแอลพีจี เอ็นจีวี ที่ยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง โดยจะทยอยปรับขึ้น คาดว่าดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 1 ปี “ขณะนี้ราคาน้ำมันดีเซล ราคาก๊าซแอลพีจี โดยเฉพาะภาคขนส่ง และก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) ถูกกว่าความเป็นจริงมาก หลายคนบอกว่า ทำไมรัฐไม่ขึ้นราคาแอลพีจีขนส่งไปเลยทีเดียวเลย ก็ต้องเข้าใจว่า คนซื้อรถเขาตัดสินใจลงทุนเปลี่ยนเป็นก๊าซแอลพีจีแล้ว เพราะคิดว่าราคาจะถูกอย่างนี้ไปตลอด ก็ไม่ใช่ความผิดของเขา เราก็กำลังให้สัญญาณกับเขาใหม่ เพื่อที่จะได้มีเวลาปรับตัว เราจะค่อย ๆ ขยับราคาพลังงานที่ต่ำกว่าเป็นจริงไปเรื่อย ๆ ไปสู่ราคาที่ถูกต้อง ดังนั้นราคาเบนซิน และแก๊สโซฮอล์ อนาคตจะต้องถูกลง และดีเซลจะต้องแพงขึ้น”นอกจากนี้ จะเน้นการดูแลความมั่นคงด้านพลังงานต่อไป โดยภายใน 1 ปี เตรียมเร่งดำเนินการตัดสินใจในเรื่องการสำรวจ และผลิตปิโตรเลียม ทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ หรือรอบ 21 และการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน ในเรื่องของการแสวงหาแหล่งพลังงาน เช่น กรณีแหล่งปิโตรเลียมทับซ้อนไทย-กัมพูชา ที่ล่าสุดการประชุมรัฐมนตรีพลังงานอาเซียนที่สปป.ลาวเมื่อเร็ว ๆ นี้ ไทยและกัมพูชา ได้มีข้อตกลงตั้งคณะทำงานร่วมกันขึ้นมา เพื่อหารือรายละเอียดในการกำหนดความร่วมมือในการพัฒนา โดยเฉพาะการกำหนดความชัดเจนในพื้นที่สัมปทาน รวมทั้งการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่ต้องให้ได้ตามแผนภายในปีงบประมาณ 58 เพราะหากต้องการค่าไฟที่ถูก ก็ต้องใช้พลังงานจากถ่านหิน ซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่ถูกที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ส่งสัญญาณ1ปีขึ้นดีเซล-แอลพีจี-เอ็นจีวี
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้ติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทในช่วง2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า อ่อนค่าลง 0.6% แต่ทั้งนี้ มาจากปัจจัยภายนอกเป็นหลักเนื่องจากเงินดอลลาร์ปรับตัวแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของสหรัฐอเมริกาไตรมาสที่ 2ปรับตัวดีขึ้นจาก 4.2% เป็น 4.6%ขณะที่เศรษฐกิจสหภาพยุโรปนั้น ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจึงเป็นแรงสนับสนุนให้มีแรงซื้อดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง “เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นในภูมิภาค ก็ล้วนอ่อนค่าลงทั้งหมด ซึ่งเงินบาทไทยก็อ่อนค่าอยู่ระดับกลาง ๆ และปัจจัยในประเทศไม่ได้มีผลอย่างมีนัยสำคัญแต่อย่างใด แม้ตัวเลขการนำเข้า และส่งออกของไทย จะชะลอลงต่อเนื่องก็ตามแต่ขณะนี้ คงเป็นเรื่องของยุโรป และสหรัฐมากกว่า” ส่วนการประชุมธนาคารกลางโลก (เวิล์ดแบงก์) ที่จะหารือกันในเร็วๆนี้นั้น มองว่าคงมีการพูดคุย และถกเถียงกันถึงเรื่องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศต่าง ๆที่แตกต่างกัน รวมถึงประสิทธิภาพของมาตรการในการดูแลเศรษฐกิจของแต่ละประเทศด้วยว่าจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน ทั้งนี้ ธปท.ได้ติดตามสถานการณ์ในยุโรปโดยเฉพาะความไม่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจว่าจะส่งผลกระทบต่อเงินทุนเคลื่อนย้ายหรือไม่ แต่จากการประเมินเบื้องต้นแล้ว พบว่าขณะนี้ยังไม่เห็นการไหลออกของเงินทุนเคลื่อนย้ายที่ผิดปกติแต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ โดยธปทา.ยังติดตามดูอย่างใกล้ชิด ขณะเดียวกัน ยังต้องติดตามการเติบโตของเศรษฐกิจจีนในระยะต่อไปด้วย “คงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เรื่องเงินทุนไหลเข้าไหลออกแต่ขณะนี้ยังไม่เห็นเงินไหลออกจากไทยที่ชัดเจนแต่มองว่าจากรายละเอียดของมาตรการยุโรปที่ไม่ชัดเจนนั้น ทำให้ตลาดประเมินว่าประสิทธิภาพและนโยบายก็จะไม่ชัดเจนตามไปด้วย คงต้องติดตามดูระยะหนึ่งก่อน”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (3 ต.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนในแดนลบตลอดช่วงเช้า โดยภาพรวมที่ขาดปัจจัยบวกที่โดดเด่นกดดันตลาดปรับฐานต่อเนื่อง และมีการปรับตัวลงแรงตามดัชนีต่างประเทศที่กังวลเรื่องภาวะเศรษฐกิจโลก ประกอบกับนักลงทุนต่างชาติยังคงมีทิศทางการขายทั้งในหุ้นและอนุพันธ์อีกระยะหนึ่ง ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,560.76จุด ลดลง 8.97 จุด หรือ 0.57% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 23,506.47ล้านบาท