นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า การจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท จะดำเนินการจ่ายเงินให้ชาวนา 3 .49 ล้านรายเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 พ.ย.57 นี้โดยล่าสุดมีชาวนาขึ้นทะเบียนและตรวจสอบสิทธิแล้ว 300,000 ราย เชื่อว่าอีก 2-3สัปดาห์ข้างหน้าจะจ่ายเงินรวดเร็วยิ่งขึ้น เพราะ ธ.ก.ส.สามารถจ่ายเงินชาวนาได้สูงสุดถึง 3,000 ล้านบาทต่อวันทั้งนี้กระบวนการขึ้นทะเบียนชาวนามีความรัดกุมมากและตรวจสอบอีก 2 ขั้นตอน ประกอบกับธ.ก.ส.จะโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของเกษตรกรแต่ละราย ดังนั้นปัญหาการสวมสิทธิ์จึงเกิดขึ้นได้ยาก ซึ่งที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้ให้ข้อมูลกับกระทรวงยุติธรรมเกี่ยวกับการจ่ายเงินชาวนากว่า 20,000 ราย เพื่อตรวจสอบการรับเงินช่วยเหลือว่าเป็นชาวนาตัวจริงสำหรับมาตรการเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้มีรายได้น้อยปีการผลิต 57/58 ผ่านโครงการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ1,000 บาทตามพื้นที่ปลูกข้าวจริงแต่ไม่เกินครัวเรือนละ15ไร่ผลการดำเนินงานวันที่30 ต.ค.ที่ผ่านมาจ่ายให้เกษตรกรแล้ว 88,364 ราย คิดเป็นพื้นที่ 1.09 ล้านไร่ จำนวน 38 จังหวัด คิดเป็นวงเงินรวมทั้งสิ้น 1,091 ล้านบาทนายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขณะนี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะอยู่ระหว่างการตรวจสอบความเป็นไปได้เกี่ยวกับการออกพันธบัตรระยะยาวอายุประมาณ 30 ปี ที่จะทยอยออกในสัดส่วนประมาณ 10% ของวงเงินหนี้เพื่อชดเชยภาระหนี้ที่เกิดขึ้นจากโครงการจำนำข้าวที่ผ่านมาทั้งหมดซึ่งคงต้องศึกษาให้ข้อดีและข้อเสียให้รอบครอบว่าจะดำเนินการได้อย่างไรบ้าง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยันจ่ายเงินชาวนาครบสิ้นเดือนพ.ย. แน่นอน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่าธนาคารปรับเป้าหมายการขยายตัวของสินเชื่อทั้งปีบัญชี 57 อยู่ที่ 8% จากเดิมที่ตั้งเป้าหมายไว้ที่ 10-11% เนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและเหตุการณ์ทางการเมือง ทำให้เกษตรกรหรือผู้ใช้บริการระมัดระวังการขอสินเชื่อมากขึ้นโดยการเติบโตของสินเชื่อนี้ไม่นับรวมจากโครงการตามมติของรัฐบาลจากปัจจุบันสินเชื่อ 6 เดือน เพิ่มขึ้นจากต้นปีบัญชีกว่า 32,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 3.3% เท่านั้นทำให้มียอดสินเชื่อรวมที่กระจายตัวลงสู่ภาคชนบทจำนวน 1 ล้านล้านบาทขณะที่สินเชื่อที่เข้าไปสนับสนุนโครงการตามนโยบายของรัฐบาล หรือพีเอสเอ มีจำนวนกว่า 771,000ล้านบาทแบ่งเป็นเงินทุนของ ธ.ก.ส.วงเงิน 242,000 ล้านบาท และเงินทุนที่กระทรวงการคลังค้ำประกันซึ่งอยู่นอกงบการเงิน 528,000 ล้านบาท ส่งผลให้สินเชื่อคงค้างที่รวมทั้ง 2 บัญชีของ ธ.ก.ส.อยู่ที่ 1.77ล้านล้านบาทเพิ่มขึ้นจากต้นปี 8.38%มีเกษตรกร 7.5ล้านครัวเรือนสำหรับช่วง6 เดือนหลังของปีบัญชี ธ.ก.ส.จะดำเนินนโยบายช่วยเกษตรกร เช่นโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวเปลือกนาปีซึ่งเป็นสินเชื่อที่เข้าไปช่วยเกษตรกรในช่วงที่ผลผลิตออกมาเป็นปริมาณมากและมีราคาตกต่ำโดยสามารถนำผลผลิตคือข้าวเปลือกหอมมะลิและข้าวเปลือกเหนียวมาขอกู้กับ ธ.ก.ส.ในอัตรา 80% ของราคาตลาด และยังมีอีกหลายมาตรการ รวมถึงช่วยเกษตรกรชาวสวนยางมันสำปะหลัง และข้าวโพดเลี้ยงสัตว์
นายคิโยชิ อุเอดะ ผู้ว่าราชการจังหวัดไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยภายหลังเข้าพบนายปราโมทย์วิทยาสุข ผู้ช่วยรมต.อุตสาหกรรมว่า ได้ขอความร่วมมือกระทรวงอุตฯให้ประสานผ่อนปรนหลักเกณฑ์การจ้างงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในไทยจากเดิมหากมีการจ้างงานต่างด้าว 1 คน ต้องจ้างคนไทยด้วย 4 คน เนื่องจากขณะนี้ธุรกิจเอสเอ็มอี เข้ามาลงทุนในประเทศไทยต้องการจ้างผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่นที่เกษียณอายุแล้วเข้ามาทำงานในไทย แต่หากต้องจ้างคนไทยด้วย 4 คน จะมีภาระสูงมาก เพราะเป็นเพียงธุรกิจเอสเอ็มอีมีเงินลงทุนไม่สูง“ตอนนี้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีของญี่ปุ่น มีความต้องการจ้างผู้เชี่ยวชาญที่เกษียณอายุ ชาวญี่ปุ่นซึ่งยังมีศักยภาพในการทำงาน เข้ามาทำงานในไทยแต่ยังติดปัญหาที่ต้องจ้างคนไทยด้วยถึง 4 คน เพราะมีเงินลงทุนไม่สูงมากต่างจากธุรกิจใหญ่อย่างฮอนด้า ซึ่งเป็นธุรกิจใหญ่ของจังหวัดไซตามะ ที่เข้ามาลงทุนในไทยมีเงินทุนสูงมากหากไทยผ่อนปรนเงื่อนไขตรงจุดนี้เป็นกรณี ๆ ไป เชื่อว่าจะเป็นข้อดีของทั้ง 2 ฝ่ายคือ ฝ่ายไทย จะได้ความรู้ จากผู้เชี่ยวชาญชาวญี่ปุ่น และได้ในแง่การท่องเที่ยวเพราะครอบครัวจะเดินทางมาด้วย ขณะที่ผ่ายญี่ปุ่น จะได้ลดต้นทุนไม่สูงมาก” นายปราโมทย์ วิทยาสุข ผู้ช่วยรมต.อุตสาหกรรม กล่าวว่ากระทรวงอุต ฯ จะประสานไปยังหน่วยงานทีเกี่ยวข้องเพื่อขอพิจารณาผ่อนผันใบอนุญาตตามที่ญี่ปุ่นขอมารวมถึงประสานไปยังการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)ดูในเรื่องการพัฒนาพื้นที่ลงทุนโดยเฉพาะสำหรับเอสเอ็มอีซึ่งคงจะต้องเป็นลักษณะของการสร้างโรงงานสำเร็จรูปให้เช่า