นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานกรรมการ บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.) เปิดเผยว่า ผลดำเนินการของโรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ในปีงบประมาณ 57 (ต.ค.56-ก.ย.57) มีรายได้ในปีนี้สูงถึง 840 ล้านบาท โดยคิดเป็นกำไร105 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าปีที่ผ่านมาถึง 4 เท่าตัว และมีอัตราเข้าพักสูงเฉลี่ยทั้งปี 76% แบ่งเป็นในช่วงไฮซีซั่นมีอัตราเข้าพักถึง 90% และช่วงโลว์ซีซั่นมีอัตราเข้าพัก 60%ทั้งนี้สาเหตุที่บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีกำไรเพิ่มขึ้น เนื่องจากได้จัดกิจกรรมเพิ่ม ทั้งการร่วมกับกองประกวด มิส แกรนด์ ไทยแลนด์ โดยเปิดให้บรรดาผู้ประกวดเข้าพักฟรีเพื่อประชาสัมพันธ์โรงแรม อีกทั้งยังมีผู้เข้ามาพักเพิ่มขึ้นกว่าเดิม โดยเฉพาะช่วงมีการชุมนุมทางการเมืองมีทั้งนักท่องเที่ยว และสายการบินที่ไม่ต้องการเดินทางเข้าเมือง ก็เข้ามาพักที่โรงแรมเป็นหลัก“นอกเหนือจากการจัดอีเว้นท์แล้ว โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ควบคุมค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยประหยัดอีกทางหนึ่งด้วย ซึ่งผมถือว่าปีนี้เป็นปีแรกที่มีกำไรสูงสุด จากเดิมที่เริ่มมีกำไรในปี 55 เพียง 15 ล้านบาท ปี 56 มีกำไร 23 ล้านบาท และปีนี้กำไรสูงสุดถึง 105 ล้านบาท”นางจารุวรรณ จันทิมาพงษ์ ที่ปรึกษาคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำกัด (รทส.) กล่าวว่า ขณะนี้โรงแรมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อยู่ระหว่างการปรับปรุงและเพิ่มห้องประชุมอีก 4 ห้อง วงเงิน 11 ล้านบาท บนพื้นที่ 350 ตรม. แบ่งเป็นห้องประชุมที่รองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ 100 คน จำนวน 3 ห้อง และอีก 1 ห้องรองรับผู้เข้าร่วมประชุมได้ 50 คน คาดก่อสร้างเสร็จในเดือนธ.ค.57“การก่อสร้างห้องประชุม 4 ห้อง จะทำบริเวณข้างร้านอาหารจีนเพื่อเพิ่มที่ประชุมสัมมนา คาดว่าการลงทุนครั้งนี้ไม่เกิน 2 ปีจะคืนทุน แต่ในส่วนกำไรที่ได้เพิ่มมากขึ้นในปีนี้ หลักๆ มากจากการเข้าพัก การเข้ามารับประทานอาหารร้านอาหารไทย-จีน รวมทั้งการจัดกิจกรรมต่างๆ ภายในโรงแรม”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โรงแรมสุวรรณภูมิมีกำไร
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาคการส่งออกของไทย ยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับตกต่ำ แต่เป็นเพียงความผันผวนชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากมีแรงกดดันในหลายด้าน อาทิ ตลาดคู่ค้าหลักทั้งจีน ,ยุโรป และสหรัฐ ยังมีความผันผวนด้านเศรษฐกิจค่อนข้างมาก โดยเฉพาะในยุโรป ที่มีแรงกดดันเรื่องค่าเงินบาทเข้ามาสมทบเป็นระยะ ๆ แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าแนวโน้มการฟื้นตัว จะมีให้เห็นอย่างชัดเจนได้ภายในต้น ปี 58 ตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลก“ธุรกิจชิ้นส่วนอิเล็คทรอนิกส์ ยังเป็นภาคการส่งออกที่ปรับตัวได้ดีที่สุดในช่วงนี้ เนื่องจากมีความต้องการรองรับได้อย่างต่อเนื่อง แต่ขณะที่กลุ่มชิ้นส่วนรถยนต์ ได้รับผลกระทบจากอินโดนีเซีย ที่เริ่มมีการผลิตรถยนต์ภายในประเทศ กดดันยอดคำสั่งซื้อลดลง รวมทั้งสินค้าเกษตร ที่ยังมีราคาตกต่ำ ซึ่งต้องเร่งแก้ไขให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นในระยะต่อไป”ด้านนายเผดิมภพ สงเคราะห์ กรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการเงินลงทุนบุคคล บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ถึงแม้ภาพรวมการส่งออกภายในประเทศจะอยู่ในขั้นติดลบ ตามความผันผวนของทิศทางเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าหลัก แต่จากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มที่มีการส่งออก สะท้อนให้เห็นว่ายังเติบโตได้ในระดับหนึ่ง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่า อาจเห็นการฟื้นตัวของภาพรวมเติบโตที่เด่นชัดได้ ภายในไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งจะสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ที่คาดว่าจะเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ
รายงานข่าวจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำนักงานสลากฯได้แจ้งเตือนตัวแทนจำหน่าย ที่รับซื้อรางวัลให้มีความรอบคอบตรวจพิสูจน์สลากฯ เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีกลุ่มมิจฉาชีพพิมพ์สลากฯ ปลอม เพื่อนำมาขึ้นเงินรางวัล โดยล่าสุดช่วงก่อนออกรางวัลในงวดวันที่ 1 ต.ค.นี้ สำนักงานสลากฯพบว่ามีอยู่ 8-9 ใบ ซึ่งย้ำเตือนให้ ตัวแทนจำหน่ายที่รับซื้อรางวัลสลากฯ ตรวจสอบสลากฯ ที่นำมาขอขึ้นเงินรางวัลให้แน่ใจก่อนจะจ่ายเงิน และหากไม่มั่นใจ อย่ารับซื้อรางวัลเด็ดขาด เพื่อป้องกันการสูญเสียเงินทองและอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทั้งนี้ ตัวแทนจำหน่ายที่รับซื้อรางวัล สามารถตรวจสอบสลากก่อนรับซื้อรางวัล ทั้งสังเกตุรหัสบาร์โค้ด 16 หลัก แต่ละฉบับ ต้องไม่ซ้ำกัน และต้องมีสลากฉบับจริง ของแต่ละงวดไว้เปรียบเทียบความคมชัดของภาพ สี ตัวอักษร และตัวเลขบนตัวสลาก โดยผู้รับซื้อรางวัลสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่เบอร์โทรของสำนักงานสลากฯ 0-2528-9642, 0-2528-9644, 0-2528-9621 ในเวลาทำการ 08.00-15.00 น.รายงานข่าวจากผู้ค้าสลากฯ กล่าวว่า ขณะนี้ กลุ่มมิจฉาชีพเริ่มกลับมาพิมพ์สลากฯปลอม เพื่อขึ้นรางวัลมากขึ้น ซึ่งต่างจากทุกครั้งที่พิมพ์เพื่อขายส่งและขายปลีก ทำให้ตัวแทนจำหน่ายที่รับซื้อรางวัล ต้องตรวจสอบก่อนที่จะรับซื้ออย่างเข้มงวดมากขึ้น เพื่อป้องกันสลากฯ ปลอม และไม่ให้กลุ่มดังกล่าวมาหลอกลวงสำหรับบรรยากาศซื้อขายสลากฯ งวดวันที่ 1 ต.ค.นี้ ไม่คึกคักอย่างมาก เพราะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศที่มีฝนตกทั่วทุกพื้นที่ ทำให้การขายสลากจากพ่อค้า แม่ค้าไม่สามารถขายสลากฯ ได้เท่าที่ควร และเซียนหวยก็ไม่ได้ออกมาซื้อสลากฯมากนัก ประกอบกับราคาสลากฯที่มีราคาแพงเกินกว่าราคาที่ควบคุมไว้ โดยอยู่ที่ใบละ 105-110 บาท เนื่องจากราคาขายส่งเปิดสูงถึงใบละ 93-94 บาท ทำให้พ่อค้า แม่ค้าที่หาบเร่ และจักรยาน ต้องปรับเพิ่มราคาสลากฯ ตามไปด้วย เพราะต้นทุนที่รับมาสูง“แม้สำนักงานสลากฯจะประทับตาสัญญาลักษณ์สีน้ำเงิน บนหน้าสลากฯ และกำหนดให้ขายในราคาควบคุมใบละ 90 บาท แต่ก็ไม่ได้ช่วยให้ราคาสลากฯ ปรับลดลง เพราะตั้งแต่เปิดให้รับสลากฯไปจำหน่ายจนถึงใกล้ช่วงเวลาออกรางวัลราคาขายส่ง เพื่อให้พ่อค้า แม่ค้า รับไปจำหน่ายมีราคาที่สูงขึ้น ใบละ 93-94 บาท เมื่อผู้ที่หาบเร่และจักรยาน ซื้อสลากฯ ทำให้ต้องปรับราคาต้นทุน”