นายวัลลภ วิตนากร รองประธาน สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ได้สำรวจแรงงานในภาคอุตสาหกรรม พบว่า ในปี 57 ยังขาดแคลนแรงงานประมาณ 500,000 คน โดยเป็นการขาดแคลนในแรงงานพื้นฐาน 400,000 คน และแรงงานวิชาชีพ 100,000 คน ซึ่งประมาณการณ์ บนพื้นฐาน เศรษฐกิจโลก มีการฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง และภาคการส่งออกของไทย จะขยายตัวประมาณ 5% และยังกังวล หากเกิดการเปลี่ยนแปลงการเมือง แล้วพรรคการเมือง หาเสียงด้วยการปรับขึ้นค่าแรง อาจสูงถึง 400-500 บาท จากปัจจุบันค่าแรงอยู่ที่ 300 บาท จะยิ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อผุ้ประกอบการอย่างแน่นอน ทั้งนี้ต้นทุนค่าแรงที่ปรับสูงขึ้นเป็น 300 บาทนั้น ที่ผ่านมาผู้ประกอบการ โดยเฉพาะเอสเอ็มอี ต้องปรับตัวอย่างมาก เพื่อไม่ให้ต้องปิดกิจการ บางรายแบกรับภาวะไม่ไหว ปิดกิจการแล้วก็มี จึงทำให้นโยบาย ด้านแรงงานของ ส.อ.ท. ในปี 57 จะเน้นไปที่การให้ความรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดการใช้แรงงานให้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีโดยเฉพาะในกลุ่มต่างจังหวัด “ตั้งแต่ค่าแรงขั้นต่ำเพิ่มมาเป็น 300 บาทเราได้ใช้การให้ความรู้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเข้ามาช่วยเอสเอ็มอีปรับตัวซึ่งก็ได้ผลจริง และปี 57 จะทำมากขึ้นและเน้นไปที่ผู้ประกอบการในต่างจังหวัดที่ความรู้ด้านการจัดการอาจจะยังน้อยกว่าผู้ประกอบการในส่วนกลาง”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปีหน้าแรงงานขาดตลาด 5 แสนคน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กรมการค้าภายในติดตาม และตรวจสอบโครงการรับจำนำข้าวฤดูผลิต 56/57 ตั้งแต่เริ่มมาตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 56 และล่าสุดมีปริมาณข้าวเข้าโครงการแล้ว 5.91 ล้านตัน หรือเฉลี่ยเดือนละเกือบ 3 ล้านตัน ว่าเป็นปริมาณที่ผิดปกติและแอบสวมสิทธิ์หรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนของโรงสีที่บางรายอาจแอบใช้โควตาหรือร่วมมือกับเกษตรกรในการนำข้าวในโรงสีมาเพิ่มส่วนต่างของเกษตรกรเพื่อให้เต็มปริมาณที่สามารถใช้สิทธิ์แต่ละครัวเรือนที่มีวงเงินจำนำข้าว 350,000 บาทต่อครัวเรือน เนื่องจากบางพื้นที่ปริมาณข้าวเต็มโควตาเร็วเกินไป “ในฤดูการผลิต 56/57 รัฐบาลกำหนดเงื่อนไขรับจำนำข้าวที่ราคา 15,000 บาทต่อตัน แต่จำกัดวงเงินไม่เกินครัวเรือนละ 350,000 บาท ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เกรงว่าอาจมีโรงสีนำข้าวที่มีอยู่ซึ่งอาจไปซื้อนอกโครงการในราคาไม่สูงเข้ามาสวมสิทธิ์ชาวนาที่นำข้าวเข้ามาในโครงการรับจำนำข้าวไม่ถึงเพดาน 350,000 บาทต่อครัวเรือน ซึ่งนอกจากจะมีการตรวจสอบโรงสีที่รับจำนำข้าวแล้ว ยังต้องตรวจสอบการออกใบรับรองเกษตรกรปีนี้เทียบกับปีที่แล้วเป็นอย่างไรเพื่อป้องกันไม่ให้มีการสวมสิทธิ์เกษตรกร” นายยรรยง กล่าวว่า ขณะนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีความเป็นห่วงมาก พร้อมทั้งมอบหมายให้กระทรวงการคลังไปตรวจสอบในเบื้องต้นด้วย เพราะเป้าหมายของโครงการรับจำนำต้องการช่วยเหลือเกษตรกร และให้เกษตรกรได้ใช้สิทธิ์เต็มที่ แต่บางพื้นที่มันเต็มเร็วเกินไป เหมือนทำข้อสอบ ถ้าทำข้อสอบได้เต็ม 100 เหมือนกันหมด ก็น่าสงสัยเช่นกัน นอกจากนี้ ยังได้กำชับให้กรมการค้าภายใน เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ ณ จุดรับจำนำ เพื่อป้องกันไม่ให้มีการสวมสิทธิ์เกษตรกร โดยเฉพาะการรับจำนำข้ามเขต ต้องมีการตรวจสอบเป็นพิเศษ
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา เปิดเผยว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจากประเทศ สวีเดน ฟินแลนด์ นอร์เวย์ เดนมาร์ก (สแกนดิเนเวีย) มีสัญญาณชะลอตัว 5% เนื่องจากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวมีการเปลี่ยนแปลง จากเดิมนิยมเดินทางมากับบริษัททัวร์และนั่งเครื่องบินแบบเช่าเหมาลำ(ชาร์เตอร์ไฟล์ท) มาลงที่แหล่งท่องเที่ยวโดยตรง แต่เปลี่ยนเป็นเดินทางเข้ามาด้วยตัวเอง(เอฟไอที)มากขึ้น เพราะมีการเปิดเส้นทางบินตรงจากเมืองหลักๆ สแกนดิเนเวียไปลงที่ภูเก็ต กระบี่ “ขณะนี้การบินไทย เปิดเส้นทางบินตรงไปเมืองรองๆ ในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย เช่น เมืองโคเปนเฮเก้น ออสโลว์ เป็นต้น จึงทำให้นักท่องเที่ยวมองเห็นถึงการประหยัดค่าใช้จ่ายด้านแพ็กเกจทัวร์ได้ด้วย และนักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนจะชอบเดินทางแบบแบ็กแพ็ค อยู่พำนักในประเทศไทยนานไม่ต่ำกว่า 14 วัน และยังใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวสูง จึงมองความคุ้มค่าจากการเดินทางเองว่าควบคุมค่าใช้จ่ายได้มากว่า” นายสุชาติ หิรัญกนกกุล นายกสมาคมโรงแรมไทย (ทีเอชเอ) ภาคใต้ กล่าวว่า นักท่องเที่ยวกลุ่มสแกนดิเนเวีย เริ่มเปลี่ยนเส้นทางไปท่องเที่ยวที่กระบี่แทนภูเก็ตมากขึ้น จนทำให้ชาร์เตอร์ไฟล์ทที่มาลงภูเก็ตแทบจะไม่มีแล้ว โดยปัจจัยหลักคาดว่ามาจาก พฤติกรรมการท่องเที่ยวที่ชื่นชอบความสงบ แต่ระยะหลังภูเก็ตมีชาวจีนกับรัสเซียเข้ามามากขึ้น และพฤติกรรมชอบส่งเสียงดังเป็นการรบกวนนักท่องเที่ยวที่ต้องการความสงบ ทั้งนี้มีรายงานจากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ถึงตัวเลขตลาดสแกนดิเนเวียที่เดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวลดลง 21.47% สำหรับช่วง 1 ม.ค.-20 พ.ย. โดยมีจำนวนเพียง 15,307 คน และยังนับว่าลดลงราว 31.28% เมื่อเทียบกับปี 54 ที่มีตลาดสแกนดิเนเวียสูงถึง 22,274 คน