นายยรรยงพวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ และสำนักปลัดกระทรวงพาณิชย์หารือกับภาคเอกชนในการร่วมกันจัดงานมหกรรมจำหน่ายสินค้าลดราคา ในช่วงเทศกาลกาลปีใหม่เพื่อช่วยกระตุ้นกำลังซื้อของผู้บริโภคและลดภาระค่าครองชีพแก่ประชาชน โดยสินค้าที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นสินค้าโอทอปสินค้าอุปโภค และบริโภคทั่วไปซึ่งสินค้าที่ลดราคาไม่ควรเป็นสินค้าเก่าที่ใกล้หมดอายุ เป็นต้น สำหรับการจัดงานนั้นอาจเป็นการจัดงานรวมกันเป็นงานใหญ่หรือจัดแยกกันก็ได้ตามความเหมาะสม โดยกรมการค้าภายในก็จะดูแลเรื่องการจัดงานทั่วไปและการจัดธงฟ้าราคาถูก, กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศก็จะดูแลเรื่องขอความร่วมมือกับผู้ส่งออกนำสินค้าส่งออกมาจำหน่ายในราคาถูก และสำนักงานปลัดฯ จะดูแลเรื่องของสินค้าโอท็อป ส่วนห้างสรรพสินค้าก็จะประสานงานให้มีการจัดการจำหน่ายสินค้าโปรโมชั่นมากขึ้น ขณะเดียวกันกระทรวงพาณิชย์ก็จะประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในดูแลราคาสินค้าประเภทสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาล โดยจะส่งเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ขนส่งตามสถานีขนส่งทั้งทางรถโดยสาร และรถไฟทั่วประเทศ เพื่อไม่ให้มีการปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างตั๋วโดยสาร รวมถึงยาดม ยาหม่องและอาหารขบเคี้ยวในระหว่างการเดินทางด้วย นอกจากนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ออกไปตรวจสอบสินค้าประเภทของขวัญของชำร่วยที่ประชาชนจะนำมาใช้เป็นของขวัญช่วงปีใหม่เพื่อไม่ให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าฉวยโอกาสปรับราคาในช่วงที่มีความต้องการสูง พร้อมทั้งติดตามการแสดงป้ายราคาสินค้าให้ผู้บริโภครับทราบอย่างละเอียดโดยเฉพาะกระเช้าของขวัญที่มีสินค้าหลายชนิดรวมกัน ทั้งนี้ในส่วนของประเภทของขวัญในกระเช้านั้นต้องไม่เป็นสินค้าที่หมดอายุน้อยกว่า 3 เดือนและต้องมีการแจ้งราคาของกระเช้าและสินค้าที่อยู่ในกระเช้าด้วย หากไม่มีการปิดป้ายแสดงราคาโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่หากจำหน่ายสินค้าที่สูงเกินความเป็นในทุกประเภทก็จะมีโทษปรับไม่เกิน140,000 บาทหรือจำคุกไม่เกิน 7 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ “ในปีใหม่นี้กระทรวงพาณิชย์จะให้ความสำคัญในการดูแลราคาสินค้า 3 แนวทางใหญ่ๆคือ การจัดมหกรรมขายสินค้าราคาถูก, การดูแลของขวัญของชำร่วย และการดูแลราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับการเดินทาง เพื่อจะช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพของประชาชน และที่สำคัญยังสามารถกระตุ้นยอดขายของผู้บริโภคได้ทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เตรียมจัดงานมหกรรมสินค้าลดราคาต้อนรับปีใหม่
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายสมชายหาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ สศอ.อยู่ระหว่างศึกษาแนวทางการย้ายฐานการผลิตให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ประเภทอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่ใช้แรงงานเข้มข้น เช่น สิ่งทอเครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และอัญมณีเครื่องประดับ ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากอุตฯกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าแรงงาน 300 บาท ทำให้กำไรลดลงมาก โดยโครงสร้างต้นทุน และกำไรต่อยอดขายสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม เหลือ 1.9 % ลดลงจาก6.8% และยังสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร(จีเอสพี) ของประเทศเพื่อนบ้าน หลังจากไทยถูกตัดสิทธิซึ่งจะทำให้ต้นทุนผู้ประอบการลดลง เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันได้ ทั้งนี้หากผลการศึกษาแล้วเสร็จ สศอ.จะนำมาเผยแพร่ให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีใช้ตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ ก่อนไปลงทุน เช่น รูปแบบทางเลือกที่เหมาะสม รูปแบบการลงทุน การร่วมทุนหาพันธมิตร พร้อมคู่มือแนวปฏิบัติ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ประอบการอุตฯ แฟชั่น ขนาดใหญ่ หลายแห่งได้ย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้วหลายราย นอกจากนี้ในปี57 สศอ.จะผลักดันโครงการต่างๆภายใต้งบประมาณ 21 ล้านบาท เพื่อเพิ่มศักยภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับอุต ฯ แฟชั่น เช่น โครงการพัฒนาการรวมกลุ่มเครือข่ายอุตสาหกรรมแฟชั่น และรูปแบบการเชื่อมโยงเชิงสร้างสรรค์อย่างครบวงจร ซึ่งจะทำให้เกิดรูปแบบการเชื่อมโยงเครือข่ายรูปแบบใหม่ในอุตสาหกรรมแฟชั่นครบวงจรอยู่ในกลุ่มเดียวกันที่ครอบคลุมทั้งเสื้อผ้าเครื่องหนัง รองเท้า และเครื่องประดับรวมทั้งจะดำเนินโครงการศูนย์สารสนเทศอัจฉริยะอุตสาหกรรมแฟชั่นซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการมีแหล่งข้อมูลเชิงลึกที่สมบูรณ์ นำมาใช้ประกอบการวิเคราะห์วางแผน และกำหนดกลยุทธ์ให้กับอุตสาหกรรมแฟชั่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นายชัชวาลย์บุญเจริญกิจ อธิบดีกรมทางหลวงเปิดเผยว่า วันที่ 11ธ.ค.56สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานในพิธีเปิดสะพานมิตรภาพ4เชียงของ– ห้วยทราย ร่วมกับ นายบุนยังวอละจิตรองประธานประเทศแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในการนี้ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการมิตรภาพไร้พรมแดนของกรมทางหลวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องณ อาคารด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพ4ฝั่งไทยจังหวัดเชียงราย โดยมีน.ส.ยิ่งลักษณ์ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกราบบังคมทูลรายงานพร้อมด้วยหน่วยงานจากภาครัฐเอกชน พ่อค้า ประชาชนและแขกผู้มีเกียรติเฝ้ารอรับเสด็จและเข้าร่วมในพิธีเป็นจำนวนมาก“สะพานมิตรภาพ4 เชียงของ– ห้วยทรายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจแนวเหนือ-ใต้เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมขนส่งของประเทศไทยลาว และจีนเข้าด้วยกันภายใต้กรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง(จีเอ็มเอส)ซึ่งรัฐบาลไทยรัฐบาลสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีนร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย(ADB)ได้ร่วมกันดำเนินการขึ้นโดยการก่อสร้างสะพานมิตรภาพ4รัฐบาลไทยโดยกระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างครึ่งหนึ่ง1,569.4ล้านบาทส่วนอีกครึ่งหนึ่งรัฐบาลจีนเป็นผู้ให้การสนับสนุนร่วมรับผิดชอบ” สำหรับสะพานมิตรภาพ4เชียงของ-ห้วยทรายตั้งอยู่ในพื้นที่ฝั่งไทยที่บ้านดอนมหาวันตำบลเวียง อำเภอเชียงของจังหวัดเชียงราย และบ้านดอนเมืองห้วยทราย แขวงบ่อแก้วสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวสะพานมิตรภาพ4เชียงของ-ห้วยทรายมีความยาว 1.2กิโลเมตรลักษณะงานประกอบด้วย 4ส่วนได้แก่ ส่วนที่ 1ถนนฝั่งไทยเป็นถนนลาดยางขนาด 4ช่องจราจรเขตทางกว้าง 60เมตรระยะทาง 5กิโลเมตรส่วนถนนในประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเป็นถนนลาดยางขนาด 2ช่องจราจรเขตทางกว้าง 50เมตรระยะทาง 6กิโลเมตรส่วนที่2สะพานข้ามแม่น้ำโขง เป็นสะพานคอนกรีตอัดแรงขนาด2ช่องจราจรพร้อมทางเท้าทั้ง 2ข้างความกว้างสะพานรวม 14.70เมตรความยาวสะพานช่วงข้ามแม่น้ำโขง480เมตรและสะพานต่อเนื่องบนบกในประเทศไทยอีก150เมตรรวมทั้งสิ้น 630เมตรมีตอม่อในแม่น้ำโขง 4ตอม่อส่วนที่ 3ด่านพรมแดนฝั่งไทยและฝั่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวซึ่งรวมพื้นที่สำหรับการตรวจปล่อยร่วมกันณ จุดเดียว และส่วนที่ 4จุดเปลี่ยนทิศทางการจราจรในฝั่งไทยซึ่งอยู่ระหว่างด่านพรมแดนไทยกับสะพานข้ามแม่น้ำโขง“สะพานมิตรภาพไทย-ลาว”เป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างไทยและลาวโดยมีการก่อสร้างแล้วเสร็จ4แห่งประกอบด้วย สะพานมิตรภาพ(หนองคาย-เวียงจันทน์)สะพานมิตรภาพ2(มุกดาหาร-สะหวันนะเขต)สะพานมิตรภาพ3(นครพนม-คำม่วน)และสะพานมิตรภาพ4(เชียงของ-ห้วยทราย)สะพานมิตรภาพทั้ง4แห่งจึงเป็นอีกปัจจัยในการเสริมสร้างศักยภาพไทย– ลาว ในอาเซียนและส่งเสริมบทบาทของอาเซียนในเวทีโลกท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้น”