รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ(สสช.) เปิดเผยผลสำรวจยอดขายไตรมาสที่ 1-2 ปี 56 โดยเก็บตัวอย่างสถานประกอบการที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการขายปลีกสินค้าและบริการทั่วประเทศ12,684 แห่ง จากทั้งหมด 1.3 ล้านแห่ง พบว่า ผู้ประกอบการกว่า51.6%แสดงความเห็นว่า ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจมีปัญหาและอุปสรรคหลายอย่างเนื่องจากแข่งขันทางการค้าเพิ่มมากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจก็ยังชะลอตัวทำให้ลูกค้ามีกำลังซื้อลดลงโดยผู้ประกอบการส่วนใหญ่ต้องการให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือ ทั้งอยากให้กำหนดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหม่พร้อมทั้งกำหนดมาตรการควบคุมราคาสินค้าให้เข้มงวดมากขึ้นและต้องการให้รัฐสนับสนุนแหล่งเงินทุนที่ชัดเจนในการดำเนินธุรกิจ สำหรับภาพรวมของธุรกิจทั่วประเทศเมื่อเปรียบเทียบไตรมาสเดียวกันปีก่อน พบว่า ผู้ประกอบการมีรายรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยเพิ่มขึ้น 5.8% ในไตรมาสแรก และยังโตต่อเนื่องที่ 6.4% ในไตรมาสที่ 2 และเมื่อพิจารณาตามประเภทธุรกิจพบว่า ธุรกิจการบริการอาหารและเครื่องดื่ม มีมูลค่ารายรับเพิ่มขึ้นถึง 13.7% และ 15.7% ตามลําดับ ,ธุรกิจการซ่อมของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือนรายรับเพิ่มขึ้น 9.8% และ 17.5% ตามลําดับ,ธุรกิจการให้เช่าของใช้ส่วนบุคคลและของใช้ในครัวเรือนรายรับเพิ่มขึ้น 7.6% และ 14.7%ตามลําดับ ขณะที่ธุรกิจที่พักแรม พบว่า ไตรมาสแรกมีรายรับลดลง 1.9% จากนั้นในไตรมาสที่ 2 ก็ปรับตัวดีขึ้นเป็น 7.1% อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาตามขนาดของสถานประกอบการ พบว่ากิจการที่มีคนทำงาน 1-50 คน มีมูลค่ารายรับเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อนส่วนกิจการที่มีคนทำงาน 51 คนขึ้นไป กลับมีมูลค่ารายรับลดลงโดยในแต่ละไตรมาสลดลงไม่เกิน 5%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สสช.เผยผลสำรวจยอดขาย 2 ไตรมาส ปี 56
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายกิตติรัตน์ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เปิดเผยภายหลังการประชุมนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในช่วงวิกฤตทางการเมืองว่า รัฐบาลต้องการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่ทำรายได้เข้าประเทศโดยเบื้องต้นต้องมีการจัดงานเทศกาลดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างๆ เช่น ฟู้ดเฟสติวัลโดยให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นหน่วยงานหลักพร้อมดึงเอกชนที่สนใจมาเข้าร่วมรวมทั้ง มาตรการการลดภาษีสินค้าต่างๆ เพื่อดึงนักท่องเที่ยวชอบการช็อปปิ้ง โดยภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องควรจะหารือกันให้ชัดเจนว่าต้องการให้รัฐบาลพิจารณาลดอะไร“เชื่อว่าภาคการท่องเที่ยวแม้จะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง แต่ไทยก็มีสินค้าที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทำให้กลับมาได้โดยเร็ว ซึ่งสิ่งที่สำคัญ คือต้องสร้างความเชื่อมั่นด้านภาพลักษณ์ให้นักท่องเที่ยวมั่นใจก่อนเพราะหากหยุดการนำเสนอไปนักท่องเที่ยวรับรู้ก็จะกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวแน่นอน”นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า จะจัดงานไทยแลนด์แกรนด์เซลล์ในระหว่างวันที่16ธ.ค.56-15ก.พ.57 เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายด้านช็อปปิ้ง รวมถึง กระทรวงการคลังจะพิจารณาการคิดสูตรลดภาษีเพื่อลดค่าภาษีสินค้าแบรนด์เนมซึ่งหากทันภายในช่วงที่จัดงานก็เปลี่ยนมาใช้ชื่องานเป็น ไทยแลนด์แบรนด์เซลล์ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 6 ธ.ค. ดัชนีปรับลดลงทันทีที่เปิดตลาดจากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบอย่างหนักในช่วงบ่ายจนท้ายตลาดตามแรงเทขายเพื่อลดความเสี่ยงจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่อาจกลับมาร้อนแรงอีกครั้งหลังกลุ่ม กปปส. ยังคงปักหลักชุมนุมทางการเมืองต่อเนื่องจนกว่าจะได้ชัยชนะรวมถึงนักลงทุนกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี)เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ระหว่างวันหุ้นไทยลดลงต่ำสุดที่ 1,355.02 จุด ทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,376.71 จุดจนมาปิดตลาดที่ 1,361.57 จุด ลดลง 15.06 จุด หรือ 1.09% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 30,147.90 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5อันดับแรก 1. เอไอเอส ปิดที่ 220.00 บาท ลดลง 3.00 บาท 2. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 166.50 บาท ลดลง 1.00 บาท 3. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 155.00 บาท ลดลง 1.00 บาท 4. จัสมิน ปิดที่ 7.75 บาท ลดลง 0.15 บาท 5. ทรู ปิดที่ 9.05 บาทไม่เปลี่ยนแปลง