นายสมศักดิ์ สุวัฒิกะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า เตรียมเสนอครม. อนุมัติให้กระทรวงฯ เร่งรัดผู้ประกอบการที่ได้รับการอนุมัติตั้งโรงน้ำตาล เร่งลงทุนเพื่อรองรับนโยบายรัฐบาล ที่จะสนับสนุนเกษตรกรปลูกข้าวมาปลูกอ้อยแทน เพราะต้องการให้พื้นที่ปลูกอ้อยเพิ่มขึ้นเท่าตัว หรือ 10 ล้านไร่ หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีโรงงานน้ำตาล 11 แห่งที่ได้รับการอนุมัติจากครม.แล้ว แต่ผ่านไป 2-3 ปียังไม่มีการลงทุนเพิ่ม จากเกณฑ์ที่กำหนดให้ลงทุนภายใน 5 ปี นับตั้งแต่ได้รับใบอนุญาต เพราะโรงงานน้ำตาลบางแห่งอยู่ระหว่างรายงานผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม(อีไอเอ) และอีกหลายแห่งที่ยังหาพื้นที่ไม่ได้ จึงยังไม่ได้ถึงขั้นตอนยื่นขอใบประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) นอกจากนี้ได้เสนอให้ ครม. อนุมัติผ่อนคลายเกณฑ์ระยะห่างของที่ตั้งโรงงานน้ำตาล จากเดิมที่ต้องห่างกันไม่ต่ำกว่า 80 กม. เพื่อให้ผู้ประกอบการหาพื้นที่ตั้งโรงงานได้ง่ายขึ้น พร้อมกำหนดเกณฑ์ เพื่อไม่ให้เกิดการแย่งวัตถุดิบด้วย ซึ่งปัจจุบันทั่วประเทศมีการปลูกอ้อยอยู่ 9.49 ล้านไร่ มีโรงน้ำตาล 50 แห่ง กำลังการผลิตหีบอ้อย 9 แสนตันอ้อยต่อวัน แต่ปัจจุบันยังใช้กำลังการผลิตอยู่ 7.5 แสนตัน “โรงงานทั้ง 11 แห่ง ยังไม่รวม 2 แห่ง ของบริษัทน้ำตาลขอนแก่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทน้ำตาลมิตรผล จำกัด ที่จังหวัดเลย ที่ยังไม่ได้รับใบ รง.4 โดยทั้ง 2 แห่งอยู่ระหว่างการยื่นอุทธรณ์กับนายประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม คาดว่าหาก ครม. ผ่อนคลายเกณฑ์ระยะทาง 80 กม.แล้ว จะออกใบอนุญาตทั้ง 2 แห่งได้ เนื่องจากปัญหาของ 2 แห่งคือมีที่ตั้งห่างกันไม่ถึง 80 กม.” นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (กอน.) ได้ประชุมและประกาศเปิดหีบอ้อยฤดูกาล 2556/57 ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. เป็นต้นไป โดยจะใช้เวลาหีบอ้อยทั้งสิ้น 120 วัน ราคาอ้อยขั้นต้นอยู่ที่ 900 บาทต่อตันอ้อย โดยฤดูกาลนี้คาดว่าจะมีอ้อยเข้าสู่ระบบ 110 ล้านตันอ้อย ผลิตน้ำตาล 11 ล้านตัน โดยเป็นน้ำตาลโควตาก. (ขายในประเทศ) 2.5 ล้านตัน ส่วนที่เหลือส่งออกทั้งหมด สำหรับแนวโน้มราคาน้ำตาลทรายขณะนี้ หากเป็นในประเทศ กระทรวงพาณิชย์ยังควบคุมราคาอยู่ แต่หากเป็นราคาส่งออก จะขึ้นอยู่กับตลาดโลกที่มีแนวโน้มสูงขึ้นตามความต้องการที่สูงขึ้น ขณะที่ปริมาณน้ำตาลทรายออกสู่ตลาดโลกน้อยลงตามการผลิตของประเทศผู้ผลิตหลัก เช่นบราซิล โดยขณะนี้ราคาน้ำตาลเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 18-19 เซนต์ต่อปอนด์ จากที่เคยลงไปต่ำสุดในช่วงกลางปี 2556 ที่ 16 เซนต์ต่อปอนด์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้โรงงานน้ำตาลลงทุนเพิ่ม
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 ธ.ค. ดัชนีกลับมาฟื้นตัวและยืนในแดนบวกได้อย่างคึกคักตามแรงช้อนซื้อกระจายในหุ้นกลุ่มต่างๆ ทั้งพลังงาน ธนาคารพาณิชย์ และสื่อสารเนื่องจากนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเรื่องสถานการณ์การเมืองในประเทศไปในระดับหนึ่งเพราะคาดว่าปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุดที่ 18.68 จุด หรือไปอยู่ที่ระดับ 1,392.94 จุดลดลงต่ำสุดที่ 1,372.48 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,383.89 จุด เพิ่มขึ้น 9.63 จุด หรือ 0.70% ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น 48,546.36 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก 1.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 168.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท 2.ทรู ปิดที่ 9.20 บาท เพิ่มขึ้น 0.45บาท 3.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 158.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท 4.ทอท. ปิดที่ 186.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00บาท 5.จัสมิน ปิดที่ 8.05บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท
นายสมชัย ศิริวัฒนโชค ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว5 ธ.ค.56 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จออกมหาสมาคมในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษาศาลาราชประชาสมาคม วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในสังกัดได้ให้ความร่วมมืออำนวยความสะดวกประชาชนในการเดินทางไปร่วมพระราชพิธีฯ และถวายพระพรหลายด้านประกอบด้วย ทั้งนี้ให้กรมทางหลวงได้เตรียมความพร้อมเส้นทางเพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนที่จะเดินทางสู่หัวหินในทางหลวงหมายเลข 4 เพชรเกษม ทางหลวงหมายเลข 35 พระราม 2และ ทางหลวงหมายเลข 338 บรมราชชนนี โดยเร่งซ่อมแซม ปรับผิวการจราจรที่ชำรุด ปรับระดับคอสะพาน ทำความสะอาด และตัดหญ้าเพื่อความเรียบร้อยสองข้างทาง ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เช่น ป้ายจราจร ป้ายบอกทาง ไฟฟ้าส่องสว่าง ให้เสร็จภายในวันที่ 3 ธ.ค.56ก่อนมีการเดินทาง ส่วนการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้เพิ่มเดินขบวนรถพิเศษระหว่างกรุงเทพ- หัวหิน ไป – กลับ ระหว่างวันที่ 3– 5 ธ.ค.56 ใช้รถดีเซลรางธรรมดาลากจูง 8-10 คันต่อเที่ยวสามารถรองรับประชาชนได้วันละ 760 ที่นั่ง โดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่โทรศัพท์ 1690 นอกจากนี้ ได้จัดขบวนรถธรรมดาที่วิ่งเป็นประจำ โดยไม่เสียค่าโดยสาร (รถไฟฟรี)ไป – กลับวันละ 8 ขบวน สำหรับบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้จัดรถโดยสาร 20 คันระหว่างที่จอดรถกลาง–ลานท้องพระโรงทั้งไป–กลับโดยไม่คิดค่าโดยสารสำหรับประชาชนที่ไปร่วมพิธี อีกทั้งได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสารเส้นทางกรุงเทพฯ–หัวหิน กรุงเทพฯ – ปราณบุรี และกรุงเทพฯ–ประจวบคึรีขันธ์ ช่วงวันที่ 4-5 ธ.ค.56 รวมทุกเส้นทางเพิ่มขึ้นอีกวันละ 180เที่ยว จากปกติวิ่งวันละ 380 เที่ยวผู้โดยสารสามารถใช้บริการได้ที่สถานีขนส่งสายใต้และอนุสาวรีชัยสมรภูมิ สามารถสอบถามรายละเอียดได้โทร0 2936 2996 หรือสายด่วน 1490