นางภัทรวดีกล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางเปิดเผยว่า ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำหรือรถร่วมขสมก.กำลังได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมืองมีรายได้ค่าบริการลดลงอย่างมากหลังจากระยะหลังมีจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการลดลงทำให้ต้องลดจำนวนเที่ยววิ่งลงและกระทบต่อรายได้ดังนั้นจึงต้องการให้หน่วยงานภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการรถโดยสารร่วมบริการเป็นการด่วน “ปกติไม่มีเหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองรถโดยสารร่วมบริการขสมก.ก็มีต้นทุนให้บริการที่สูงอยู่แล้วเมื่อมีเหตุการณ์ขึ้นก็ยิ่งทำให้จำนวนผู้โดยสารและรายได้ลดลงมากไปอีกโดยยืนยันว่าการออกมาเรียกร้องครั้งนี้ไม่ได้อิงกับเรื่องการเมืองและไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดเพราะการชุมนุมเป็นสิทธิส่วนบุคคลอยู่แล้วเพียงแต่บริษัทก็ต้องการดำเนินธุรกิจต่อไปได้เท่านั้นเองโดยปัจจุบันสมาคมมีรถที่ให้บริการรวมกันประมาณ2,000คันทุกรายมีปัญหาเหมือนกันหมดดังนั้นหากมีช่องทางไหนที่พอจะช่วยผู้ประกอบการได้ก็ขอเรียกร้องให้พิจารณาช่วยเหลือด้วย” ทั้งนี้รถร่วมบริการขสมก.ในบางเส้นทางไม่ได้วิ่งเต็มศักยภาพเหมือนปกติเพราะพนักงานขับรถบางคนก็ไม่อยากขับเข้าไปในเส้นทางที่มีความวุ่นวายหรือไม่สามารถวิ่งให้บริการได้จึงทำให้รถที่ให้บริการในบางเส้นทางลดลงไปด้วยยกตัวอย่าง ปกติในบางเส้นทางจะมีรถให้บริการประมาณ 30คันแต่ตอนนี้ลดลงเหลือ 15คันทำให้ยอดรายได้โดยรวมหายไปเป็นจำนวนมากถึงแม้ในบางเที่ยวจะมีผู้โดยสารใช้บริการเต็มคันรถเพราะเที่ยววิ่งลดลงจึงมีจำนวนผู้โดยสารรออยู่ป้ายรถเมล์มากยิ่งขึ้นแต่เมื่อเฉลี่ยออกมาแล้วรายได้โดยรวมถือว่าแย่มาก นายฉัตรไชยภู่อารีย์ประธานชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหมวด4เอกชนกรุงเทพฯหรือรถสองแถวและรถเมล์ขนาดเล็กกล่าวว่า ทางชมรมมีรถให้บริการประมาณ2,000คันเช่นเดียวกันโดยยืนว่าตั้งแต่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นผู้ประกอบการทุกรายได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากเนื่องจากผู้โดยสารลดลงประมาณ20%ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าประชาชนที่ไม่มีความจำเป็นจริงก็ไม่ต้องการออกจากบ้านหรือเดินทางไปไหนในช่วงเวลานี้ ทั้งนี้จึงขอวิงวอนให้ปัญหาการเมืองยุติลงโดยเร็วขอให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกันจะเป็นเรื่องที่ส่งผลดีมากกว่าและให้ทุกอย่างเดินหน้าต่อไปได้โดยในส่วนของผู้ประกอบการรถหมวด4จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผกระทบต่อธุรกิจไปมากกว่านี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รถร่วมเซ็งม็อบทำรายได้หด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















ว่าที่ร.ท.จตุรงคพลสดมณี ผู้อำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ปัจจุบันปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานดอนเมืองลดลงโดยเฉพาะผู้โดยสารระหว่างประเทศลดลง 20% ขณะที่ผู้โดยสารภายในประเทศคงเป็นปกติ นอกจากนี้จำนวนเที่ยวบินเช่าเหมาลำที่ทำการขึ้นลงที่ท่าอากาศยานดอนเมืองยังลดลง20% ด้วย “สายการบินได้ทำการบินตามตารางบินฤดูหนาวตั้งแต่วันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งจำนวนเที่ยวบินของสายการบินประจำคงเป็นไปตามตารางการบินไม่ได้ลดลง แต่ปริมาณผู้โดยสารลดลง เนื่องจากสถานการณ์การชุมนุมภายในประเทศทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางลดลงซึ่งท่าอากาศยานดอนเมืองอยู่ระหว่างรวบรวมรายละเอียดปริมาณตัวเลขผู้โดยสารที่ลดลงอย่างใกล้ชิด” ด้านนางระวีวรรณเนตระคเวสนะ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทอท. กล่าวว่า การชุมนุมทางการเมือง ไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณผู้โดยสารที่ใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยพบช่วงที่ชุมนุมวันที่ 26 พ.ย.-1 ธ.ค.ที่ผ่านมา มีผู้โดยสารเพิ่มขึ้น0.15-8.59%
นายศุกรีย์สิทธิวาณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.)เปิดเผยว่า เดือน ธ.ค.นี้ อัตราการจองบริการท่องเที่ยว(ฟอร์เวิร์ดบุ๊คกิ้ง) เติบโตในอัตราที่ลดลง เหลือเพียง 2.2% เท่านั้น จากเดิมที่แนวโน้มเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลัก โดยเอเชียนเนียเติบโต3.6% เอชียใต้เติบโต 9.6% นอกจากนี้ยังมีสัญญาณว่าจะลดลงต่อเนื่องอีกในเดือนม.ค.57 และหากเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง ยังคงยืดเยื้อ จะยิ่งทำให้สัดส่วนนักท่องเที่ยวแบบการท่องเที่ยวด้วยตัวเอง(เอฟไอที) ลดลงด้วย นอกจากนี้ยังมีอีก2 ประเทศ ที่ประกาศเตือนนักท่องเที่ยวเพิ่มเติมในระดับ 2 คือโรมาเนีย และนิวซีแลนด์ทำให้ขณะนี้ มี 30 ประเทศที่ประกาศเตือนในระดับ 2 ที่ให้หลีกเลี่ยงพื้นที่การชุมนุมคือ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส สวีเดน ญี่ปุ่น ไต้หวันแคนาดา ออสเตรีย บราซิล สิงคโปร์ เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ เยอรมนี ฮังการี อิตาลีฟินแลนด์ เบลเยี่ยม สเปน เดนมาร์ก จีน เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา ไอร์แลนด์สวิสเซอร์แลนด์ ฮ่องกง ลักเซมเบิร์ก อินเดีย เม็กซิโก สาธารณรัฐเช็ก ฟินแลนด์และอิตาลี อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 26พ.ย.ได้มีอีก 1 ประเทศที่ยกระดับการเตือนเป็นระดับที่ 3 คือให้ระมัดระวังตัวสูงได้แก่ รัสเซีย จากเดิมที่มี สโลวาเกียกับอิสราเอล “ยอมรับว่ารัสเซียถือเป็นตลาดหลักของการท่องเที่ยวไทย แต่การเพิ่มระดับการแจ้งเตือนยังไม่มีผลต่อภาคการท่องเที่ยวเท่าใดนักเนื่องจากพฤติกรรมการท่องเที่ยวของชาวรัสเซียไม่ได้ชอบท่องเที่ยวในกรุงเทพอยู่แล้ว และมักจะไปท่องเที่ยวต่างจังหวัดแทน เช่น อยุธยา หัวหิน พัทยา ภูเก็ตเชียงใหม่ ซึ่งมีสายการบินตรง (ชาร์เตอร์ไฟล์ท) อยู่แล้ว จึงไม่เป็นกังวลมากนัก” นายเกษียร วัฒนเชาวน์พิสุทธิ์นายกสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวสัมพันธ์ไทยจีน กล่าวว่าขณะนี้มีนักท่องเที่ยวจีน เอฟไอทีเดินทางมาไทยลดลง 10% เนื่องจากเหตุการณ์ทางการเมืองที่เริ่มรุนแรงมากขึ้นจึงทำให้ไม่มั่นใจในการมาท่องเที่ยวประกอบกับกลุ่มดังกล่าวมักจะตัดสินใจยกเลิกโปรแกรมได้ง่ายกว่าเพราะไม่ต้องเสียค่ามัดจำใด ๆ ต่างจากการมาแบบกรุ๊ปทัวร์ที่ต้องตัดสินใจล่วงหน้าอย่างน้อย1 เดือน ซึ่งขณะนี้สมาคมฯ ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแบบวันต่อวันและรายงานจุดต่าง ๆ ที่มีการชุมนุมให้มัคคุเทศก์บริษัททัวร์ทราบ เพื่อให้จัดโปรแกรมหลีกเลี่ยงเส้นทางได้ นายธวัชชัย อรัญญิกรองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่าแม้ว่าสถานการณ์การเมืองยังอยู่ในช่วงตึงเครียดแต่ยังคงยืนยันแผนจัดโครงการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเนื่องในวโรกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ 86 พรรษาในรูปแบบแจ๊สมินิคอนเสิร์ต และนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ภายใต้แนวคิดรักพ่อให้โลกรู้ตามกำหนดเดิมวันที่ 5-7 ธ.ค. ที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์เนื่องจากถือเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการแสดงออกความจงรักภักดีของคนไทยซึ่งจัดเป็นประจำในช่วง ธ.ค.ของทุกปี “ขณะนี้จะถือโอกาสส่งเสริมกระตุ้นการเดินทางของคนไทยเป็นหลักทั้งจากกรุงเทพฯ และพื้นที่ใกล้เคียงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์เพราะแม้การเมืองมีความวุ่นวาย แต่ก็เป็นการจำกัดวงเฉพาะพื้นที่ในกรุงเทพฯเท่านั้น ขณะที่ ททท.สั่งการมอนิเตอร์เหตุการณ์ตลอดเวลา และในส่วนกิจกรรมอื่นๆก็ยังจะเดินหน้าตามปรกติ เนื่องจากไม่ให้เกิดผลกระทบการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ”