นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 30 เปิดเผยว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ในช่วง3 วันแรกของการจัดงานที่ทำไปได้ 8,631 คันแม้จะหดตัวไปจากปีที่ผ่านมา แต่ก็ถือเป็นแนวโน้มที่ดีในแง่ของเศรษฐกิจว่าภาพรวมของเศรษฐกิจยังเข้มแข็ง และตลาดรถยนต์ยังมียอดจำหน่ายอย่างต่อเนื่องทั้งนี้สิ่งที่ต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ทางการเมืองว่าจะมีความรุนแรงมากขึ้นหรือไม่ขณะเดียวกันยอมรับว่าประชาชนเองก็ติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกันอย่างไรก็ตามยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะมีการปรับเป้าหมายการจำหน่ายลงมาหรือไม่เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองยังไม่มีความชัดเจน ประกอบกับภาพรวมของเศรษฐกิจที่ยังแข็งแกร่งซึ่งเชื่อว่าในช่วงกึ่งกลางของการจัดงานในวันที่ 4 ธันวาคมนี้น่าจะชัดเจนว่าจำเป็นต้องปรับเป้าหมายการจำหน่ายหรือไม่สำหรับยอดจำหน่ายในช่วง 3 วันแรก(29พ.ย.-2ธ.ค.) อยู่ที่ 8,631 คัน ยอดจำหน่ายรถยนต์ 5 อันดับแรก โตโยต้าที่ 1,889 คัน ฮอนด้า 1,574 คัน นิสสัน 1,084 คัน อีซูซุ 1,005 คัน และฟอร์ด 638 คัน ส่วนของค่ายอื่นๆ เช่น บีเอ็มดับเบิลยู 168 คัน เชฟโรเลต 178 คัน ฮุนได 166 คัน มาสด้า 453 คัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ 246 คัน มิตซูบิชิ 617 คัน ซูซูกิ 214 คัน เป็นต้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มอเตอร์เอ็กซโป 3 วันขายเฉียดหมื่นคัน
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นางปนัดดา เจณณวาสินรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เปิดเผยว่าสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อตลาดรถยนต์มากนักและในส่วนของอีซูซุได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่แนะนำสู่ตลาด อีซูซุ มิว-เอ็กซ์ ที่ได้ผู้บริโภคให้การตอบรับดีมากโดยทั้งปีนี้คาดว่าจะมียอดขาย 200,000 คัน ส่วนปัจจัยที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือเศรษฐกิจ ธุรกิจส่งออก รวมไปถึงภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระยะหลังนี้ที่เกิดขึ้นและส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้น ด้านนายพิทักษ์ พฤทธิสาริกรรองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าบริษัทยังดำเนินนโยบายตามแผนเดิม พร้อมเปิดตัวรถใหม่อย่างต่อเนื่องและประเมินว่าตลาดรถยนต์เมืองไทยปีนี้ จะปิดยอดขาย 1,300,000คัน ในจำนวนนี้เป็นของฮอนด้า 200,000 คันส่วนงานมอเตอร์เอ็กซ์โป 2013 จะเป็นตัวชี้วัดอะไรได้หลายอย่างทั้งยอดจองและผู้เข้าชมงาน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ใช้วิเคราะห์ตลาดต่อไปได้ส่วนปัจจัยที่มีผลกระทบต้องมองไปที่เศรษฐกิจในภาพรวม และปัญหาทางการเมืองแต่หากสถานการณ์ไม่แย่ลงไปกว่านี้ คงไม่มีผลกับความเชื่อมั่นของนักลงทุน ส่วนนางสาวสุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดีรองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท มาสด้า เซลส์(ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าขณะนี้ยังไม่มีสัญญาณที่มีผลกระทบต่อตลาดรถยนต์คนไทยเริ่มชินกับการชุมนุมทางการเมืองจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแต่อาจจะมีผลต่อการเดินทางหรือขนส่งบ้าง แต่ไม่ทำให้ความต้องการซื้อรถชะลอลงขณะที่ในส่วนของมาสด้าคาดว่าจะมียอดจองในงาน 3,000 คันเพราะมีรถใหม่ที่ได้รับความนิยมมากอย่างมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 และยังมีแคมเปญรถรุ่นต่างๆ ทั้งดอกเบี้ย 0%หรือในรุ่นมาสด้า 3 ที่มีแพ็คเกจรับข้อเสนอสูงสุด175,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 ธ.ค. ดัชนีปรับลดลงแรงกว่า 12จุดทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบอย่างหนัก ตามแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุนเพราะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น แต่หลังจากนั้นดัชนีสามารถฟื้นตัวทางเทคนิค(รีบาวน์) ยืนในแดนบวกเล็กน้อยช่วงท้ายตลาด ตามแรงเข้าซื้อกลับ หลังดัชนีปรับลดลงมาค่อนข้างมากส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,374.46 จุด ลดลงต่ำสุดที่ 1,351.67 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,374.26 จุด เพิ่มขึ้น 3.13 จุด หรือ 0.23% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32,455.14 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด5 อันดับแรก 1.ธ.กรุงศรีอยุธยา ปิดที่ 38.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท 2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 166.50 บาท ลดลง 2.50 บาท 3.ทอท. ปิดที่ 183.00 บาท ลดลง 4.50 บาท 4.ทรู ปิดที่ 8.75 บาท ลดลง 0.05 บาท 5.ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่ 155.00 บาท ลดลง 2.00 บาท