รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลเปิดเผยว่า ในการประชุมครม.วันที่ 3 ธ.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์ จะเสนอขอความเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์และสินค้าฟุ่มเฟือยเป็นสินค้าที่ต้องห้ามส่งออกไปสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี(เกาหลีเหนือ) และกำหนดให้อาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ส่งมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีเป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักรไทย หรือมาตรการค่ำบาตรเกาหลีเหนือพร้อมทั้งให้รับความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)ไปพิจารณาด้วย สำหรับเรื่องดังกล่าวถือว่าเป็นการแก้ไขประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่อง การห้ามส่งออกอาวุธและยุทโธปกรณ์ไปเกาหลีเหนือ และการห้ามนำเข้าอาวุธและยุทโธปกรณ์ที่ส่งมาจากหรือมีแหล่งกำเนิดจากเกาหลีเหนือพ.ศ. 2550 ที่บังคับใช้ในปัจจุบัน ไม่ครอบคลุมรายการสินค้าฟุ่มเฟือย ตามมติครม. เมื่อวันที่30 เม.ย.56 ที่ผ่านมา จึงต้องแก้ไขให้เหมาะสมมากขึ้น โดยได้ปรับคำจำกัดความของสินค้าที่ต้องควบคุมคือ อาวุธและยุทโธปกรณ์ จากเดิมที่หมายความว่า รถถัง ยานรบหุ้มเกาะ เรือรบ ขีปนาวุธและระบบขีปนาวุธรวมทั้งวัสดุที่เกี่ยวข้อง อะไหล่และอุปกรณ์อื่น ๆ ตลอดจนสิ่งของ วัตถุดิบ อุปกรณ์สินค้าและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับอาวุธนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยไกล อาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงอื่นๆ อาวุธเคมีและชีวภาพ เปลี่ยนเป็น ยุทธภัณฑ์ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมยุทธภัณฑ์ ซึ่งเป็นไปตามคำจำกัดความภายใต้กฎหมายของกระทรวงกลาโหมที่เป็นหน่วยงานรับผิดชอบกำกับดูแลสินค้าดังกล่าวโดยตรง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คว่ำบาตรห้ามนำเข้า-ส่งออกอาวุธเกาหลีเหนือ
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายจาตุรงค์จันทรังษ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายนโยบายระบบการชำระเงินธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)เปิดเผยว่าขณะนี้เริ่มมีธนาคารพาณิชย์ปรับเปลี่ยนรูปแบบบัตรและตู้เอทีเอ็มใหม่จากระบบแถบแม่เหล็กเป็นระบบไมโครชิปแล้วหลังจากที่ธปท.ได้มอบนโยบายให้ปรับเปลี่ยนทั้งหมดภายในเดือนธ.ค.58เพื่อป้องกันปัญหาการโจรกรรมข้อมูลบัตร(สกิมมิ่ง)จากปัจจุบันธนาคารพาณิชย์มีตู้เอทีเอ็มทั่วประเทศ50,000ตู้เปลี่ยนเป็นระบบไมโครชิปแล้ว30,000ตู้ที่เหลือจะทยอยเปลี่ยนจนครบโดยระหว่างนี้ จะให้ใช้ทั้ง2ระบบดังกล่าวคู่ขนานกันไปก่อน ที่ผ่านมาธนาคารพาณิชย์ได้ทยอยติดเครื่องป้องกันการคัดลอกบัตรที่ตู้เอทีเอ็มแล้วแต่กรณีที่เกิดเรื่องสกิมมิ่งเมื่อเดือนพ.ย.เนื่องจากทั้งบัตรและตู้ดังกล่าวยังใช้ระบบแถบแม่เหล็กอยู่และอาจมีการใช้บัตรถอนเงินในจุดเสี่ยงอยู่บ้างอย่างไรก็ตามปัจจุบันมีหลายประเทศเช่นยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่นได้เปลี่ยนรูปแบบบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตมาเป็นไมโครชิปแล้วซึ่งถือว่าเป็นการป้องกันการคัดลอกข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยธนาคารกรุงเทพก็ได้นำร่องเปลี่ยนบัตรเดบิตและเอทีเอ็ม มาเป็นบัตรไมโครชิปแล้ว อย่างไรก็ตามยืนยันว่าค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนบัตรนั้นธนาคารพาณิชย์จะรับผิดชอบได้โดยไม่โยนภาระดังกล่าวให้ลูกค้าเพราะการเปลี่ยนบัตรเป็นไมโครชิปนั้นมีมูลค่าไม่มาก เมื่อแลกกับความปลอดภัยแม้จะมีต้นทุนเพิ่มขึ้นแต่อย่างไรก็ดี ที่ธปท.คาดหวังคือธนาคารจะลงทุนด้านเทคโนโลยีโดยเฉพาะการป้องกันและคงจะไม่คิดเรื่องผลตอบแทนว่าคุ้มหรือไม่คุ้มเพราะกระทบกับประชาชนทั่วไป “การเปลี่ยนบัตรดังกล่าวหากไม่ใช่ความผิดของลูกค้าธนาคารก็ต้องชดเชยให้โดยเหตุการณ์ดังกล่าวก็ชดเชยให้ภายใน 1-2วันรวมทั้ง ให้ความรู้กับประชาชนในการป้องกันตัวเองเพื่อให้รับทราบความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นขณะเดียวกันด้านประชาชนเองก็ต้องระมัดระวังการใช้บัตรด้วยเช่น เปลี่ยนรหัสบ่อย ๆไม่ใส่ข้อมูลส่วนตัวลงในอินเทอร์เน็ตเชื่อว่าหากทุกฝ่ายร่วมมือกันก็จะไม่เกิดปัญหาขึ้นอีก”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (2 ธ.ค.) ดัชนีปรับลงแรงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบอย่างหนักตลอดการซื้อขาย ตามแรงเทขายของนักลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง เนื่องจากนักลงทุนกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศที่เริ่มร้อนแรงมากขึ้น ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,355.81 จุด ลดลง 15.32 จุด หรือ 1.12% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,016.56 ล้านบาท