ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 28 พ.ย. ดัชนียังคงแกว่งตัวผันผวนอย่างหนัก ซึ่งช่วงเช้าเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆทั้งแดนบวกและลบ แต่ปรับลดลงแรงในช่วงบ่ายจนท้ายตลาด ตามแรงเทขายทำกำไรเพื่อลดความเสี่ยง จากสถานการณ์การเมืองในประเทศ ที่มีความเข้มข้นมากขึ้น ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีลดลงต่ำสุดที่ 1,356.91 จุด ทะยานขึ้นสูงสุดที่ 1,379.01 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,359.45 จุด ลดลง 13.66 จุด หรือ 0.99% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 33,613.59 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. บีเจซีเฮฟวี่ ปิดที่ 38.25 บาท เพิ่มขึ้น 8.25 บาท 2. ทรู ปิดที่ 8.90บาท ลดลง 0.20 บาท 3. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 168.00 บาท ลดลง 3.00 บาท 4. จัสมิน ปิดที่ 7.70 บาท ลดลง 0.25 บาท 5. บ้านปู ปิดที่ 30.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.25 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยวันที่ 28 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 13.66 จุด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในปี 63 กระทรวงคมนาคมตั้งเป้าหมายลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนลง 50% จากปัจจุบันมีจำนวนผู้เสียชีวิตสูงถึง 14,059 คนในปี 55 ให้เหลือไม่เกิน 7,000 คน ตามแผนของสหประชาชาติ เนื่องจากอุบัติเหตุได้ส่งผลกระทบต่อฐานะครอบครัวของผู้ประสบอุบัติเหตุ และยังสร้างความสูญเสียต่อระบบเศรษฐกิจ ตลอดจนกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวในประเทศ “ทุกๆวันมีคนไทย 38 คน เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนน โดย 1 ใน 3 ของผู้เสียชีวิตเป็นกำลังหลักของครอบครัว ทำให้คนไทย 4,000 ครอบครัวอยู่ในสภาวะที่ล่มสลาย ซ้ำร้ายยังมีผู้พิการใหม่เกิดขึ้นอีกปีละไม่ต่ำกว่า5-6 พันคน กระทบต่อความสูญเสียทางเศรษฐกิจ 2.3 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 2.8% ของจีดีพี ขณะที่องค์การอนามัยโลกยังคาดการณ์ไทยเป็นประเทศที่มีผู้เสียชีวิตมากเป็นอันดับ 3 ของโลก และที่น่าตกใจ สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุ ส่วนใหญ่มาจากความเชื่อของคนไทยในเรื่องเวรกรรม จึงขาดความระมัดระวังซึ่งเป็นเรื่องน่าเป็นห่วง” สำหรับแนวทางแก้ไขเบื้องต้น จะบูรณาการการทำงานตามแผนทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน พ.ศ.2554-2563 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงมหาดไทย หน่วยงานระดับจังหวัด องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น รวมถึงภาคีป้องกันอุบัติเหตุต่างๆ โดยจะร่วมผลักดันส่งเสริมการเรียนรู้การเดินทางละการขนส่งอย่างปลอดภัยให้เป็นวาระแห่งชาติ นอกจากนี้วันที่ 11-12 ธ.ค. นี้ กระทรวงจะจัดการสัมมนาระดับชาติเรื่อง ความปลอดภัยทางถนนครั้งที่11 ในหัวข้อ สิทธิกับความปลอดภัยทางถนน เพื่อให้เป็นเวทีให้ผู้บริหารนักวิชาการ และผู้ปฏิบัติงานจากส่วนกลางและท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมเสนอนโยบายสาธารณะร่วมกัน
วันนี้ (28 พ.ย.) นายสมชาย หาญหิรัญ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เปิดเผยว่า ดัชนีผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (เอ็มพีไอ) ของปีนี้ คาดว่า จะติดลบ 2.8 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ 0.5 – 1 % ส่วนผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ภาคอุตสาหกรรม คาดว่า ขยายตัว 0.2 % ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 3 – 4 % เนื่องจากการผลิตรายอุตสาหกรรมสำคัญ ปรับลดลง โดยเฉพาะอุตฯ ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปรับลดลง 2% เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว ทำให้คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และโน๊สบุค หันไปใช้สมาร์ทโฟนแทน อุตฯอาหาร ในภาพรวมลดลง 0.4% เนื่องจากการผลิตสินค้าสำคัญส่วนใหญ่ ประสบปัญหาวัตถุดิบ ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ และการระบาดของโรค นอกจากนี้อุต ฯรถยนต์ ขยายตัวเพียงเล็กน้อย เพราะผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ทยอยส่งมอบรถยนต์จากนโยบายรถคันแรกไปแล้ว ทำให้ยอดการจำหน่ายในประเทศติดลบ 5.72 % ส่วนการผลิตอุต ฯ เหล็กและเหล็กกล้า คาดว่า ขยายตัว 9.94 % แต่ ขยายตัวอัตราลดลง เป็นผลจากตลาดเหล็กในประเทศช่วงครึ่งปีหลัง มีทิศทางทรงตัวของอุตฯ ต่อเนื่องหลายอุตฯ เช่น การก่อสร้าง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องจักรกล ขณะที่สถานการณ์ตลาดเหล็กโลก มีทิศทางถดถอย เพราะเศรษฐกิจโลกชะลอลง “ ได้ปรับลดเป้าเอ็มพีไอ และจีดีพีอุตฯลง เนื่องจากตัวเลขเอ็มพีไอในเดือน ต.ค. ติดลบ 4 % ทำให้ดัชนีโดยรวมในช่วง 10 เดือน ติดลบ 2.1 % ส่วนเดือนพ.ย. คาดว่า ติบลบ 7% และเดือนธ.ค.ติดลบ 7 % เป็นผลจากอุตฯ รถยนต์ปรับลดลงจากฐานการผลิตที่สูงในช่วง รวมทั้งอุตฯ อาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเลกระป๋อง และแช่แข็ง จากผลกระทบโรคระบาดกุ้ง ส่วนสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ เชื่อว่า จะไม่ส่งผลต่อการผลิตมากนัก แต่จะส่งผลมในเรื่องการท่องเทีองมากกว่า”