นายยรรยง พวงราช รมช.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ในวันที่ 2 ธ.ค.นี้ กระทรวงพาณิชย์จะเปิดตัวโครงการขายข้าวสารหอมมะลิบรรจุถุงขนาดเล็ก เพื่อเป็นของฝาก ของที่ระลึกสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางมาไทย ตามแนวคิดของตน บริเวณประตู 1 สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งจะทำให้ชาวต่างชาติรู้จักและบริโภคข้าวหอมมะลิไทยมากขึ้น คาดว่าจะได้การตอบรับจากนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวไทยในช่วงปีใหม่นี้ พร้อมทั้งจะขยายจุดขายข้าวถุงเป็นของฝาก ของที่ระลึกที่สนามบินเชียงใหม่ด้วย สำหรับการเปิดตัวโครงการจะแบ่งเป็นการเปิดซุ้มจำหน่ายข้าวถุงขนาดครึ่งกิโลกรัม (กก.) และ 1 กก. จากผู้ผลิต 6 ราย 6 แบรนด์ เช่น แบรนด์อคส. (องค์การคลังสินค้า), มาบุญครอง, ซีพี และอีก 3 แบรนด์ที่วางขายอยู่แล้วในคิงเพาเวอร์ รวมถึงการเสิร์ฟข้าวหอมมะลิและอาหารไทยในเลาจ์ (ร้านอาหาร) ของการบินไทย และบนเครื่องบินของการบินไทย ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้มอบตราสัญลักษณ์ไทยซีเลกต์ ให้กับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ชาวต่างชาติได้รับรู้ว่าคุณภาพของอาหารไทยที่เสิร์ฟบนเครื่องบินมีมาตรฐาน และใช้ข้าวหอมมะลิ ซึ่งเป็นข้าวระดับพรีเมียมของไทย ผู้่สื่อข่าวรายงานว่า การจัดทำข้าวถุงเพื่อเป็นของฝากดังกล่าว เป็นแนวคิดของนายยรรยง หลังจากมีกระแสข่าวข้าวไทยมีสารปนเปื้อน จนส่งผลให้ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่นบริโภค จึงต้องจัดทำโครงการเพื่อประชาสัมพันธ์ข้าวไทย และเสริมสร้างการรับรู้ และการบริโภคของชาวต่างชาติ โดยได้ขอความร่วมมือกับบริษัท การบินไทย บริษัท การท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท คิงพาวเวอร์ และผู้ผลิตข้าวถุงจัดทำข้าวถุงบรรจุหีบห่อสวยงามเพื่อวางขาย และร่วมโปรโมตทั้งสนามบินในไทยและต่างประเทศ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เล็งขายข้าวถุงสนามบินฯดีเดย์2ธ.ค.นี้
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขอเตือนให้เจ้าขอรถยนต์ที่มีการแก้ไข หรือปรับแต่งอุปกรณ์รถยนต์โดยไม่รับอนุญาต อาจเข้าข่ายผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ และกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก อีกทั้งยังไม่ผ่านการตรวจสภาพรถประจำปีด้วย เพราะจากสถิติการตรวจสภาพรถของกรมการขนส่งทางบก และส านักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย.56 ที่ผ่านมา มีรถเข้าตรวจสภาพทั้งสิ้น 1.4 ล้านคัน แต่ไม่ผ่านการตรวจสภาพรถถึง 11,145 คัน ทั้งนี้สาเหตุส่วนใหญ่ของรถยนต์ที่ไม่ผ่านการตรวจสอบกว่า 8,152 คัน เกิดจากการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถก่อนได้รับอนุญาต ส่วนความผิดรองลงมาส่วนใหญ่เป็นเรื่องระบบเบรกชำรุดบกพร่อง หรือประสิทธิภาพไม่ถูกต้องตามเกณฑ์ที่กำหนด “เจ้าของรถที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงเครื่องอุปกรณ์ หรือส่วนควบของรถโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น แก้ไขปรับแต่งระบบไฟฟ้าของรถยนต์ ระบบไฟส่องสว่าง ระบบสัญญาณ ระบบเบรก มีระดับเสียงดังของรถเกินกำหนด รวมทั้งมีการแก้ไขสภาพตัวถัง เช่น โครงรถ สีรถ อาจมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์มาตรา 12 ฐานใช้รถที่ จดทะเบียนแล้วแต่ปรากฏในภายหลังว่า รถนั้นมีส่วนควบหรืออุปกรณ์ส าหรับรถไม่ครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนด จนอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจของผู้อื่นมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท” นอกจากนี้อาจมีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกตามมาตรา 71 ฐานใช้รถที่มีสภาพไม่มั่นคงแข็งแรงไม่มีเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบตามที่กำหนดในกฎกระทรวง มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท โดยกรมการขนส่งทางบกจะเข้มงวดตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อรณรงค์ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ขณะเดียวกันหากประชาชนพบรถโดยสารสาธารณะไม่ปลอดภัย เอาเปรียบผู้โดยสาร สภาพรถไม่สมบูรณ์ แจ้งศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน โทร 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง
นายขจร วีระใจ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ กว่า 100 ล้านบาทเพื่อนำมาพัฒนาสาธารณูปโภคในแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะหลีเป๊ะ โดยงบประมาณดังกล่าวเป็นงบที่ได้รับอย่างเร่งด่วนจากครม.แบ่งเป็นการพัฒนา 3 เรื่องหลักได้แก่ 1.การซื้อเรือขนขยะจำนวน 2 ลำสำหรับใช้ขนขยะบนเกาะเพื่อนำไปกำจัด ซึ่งจะรักษาภาพลักษณ์ของเกาะให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์(กรีน ทราเวล) ที่นักท่องเที่ยวจากยุโรปให้ความนิยม 2.การสร้างเครื่องป้องกันชายหาด เช่น การสร้างเขื่อน 3.พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน นอกจากนี้กระทรวงยังมีแผนที่จะดึงนักท่องเที่ยวจากกลุ่มประเทศแถบตะวันนออกกลางที่ปกติจะเดินทางข้ามเรือมาเที่ยวที่เกาะหลีเป๊ะ แต่ก็จะกลับไปพักที่เกาะลังกาวี เนื่องจากติดปัญหาการประทับดวงตรามาประเทศไทย โดยนักท่องเที่ยวในกลุ่มี้มีประมาณ 2 ล้านคนต่อปีรวมถึงยังเป็นนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพใช้จ่ายสูง ทั้งนี้กระทรวงจะนำเรื่องดังกล่าวไปหารือกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อหาแนวทางอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวในการประชุมครม.วันที่ 29-30พ.ย.ที่จังหวัดสงขลาต่อไป นายวีรนันท์ เพ็งจันทร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ตั้งแต่ปี 45 ที่เกาะหลีเป๊ะมีนักท่องเที่ยว 45,000 คนส่วนใน ปี 55 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 200,000 คน ซึ่งเป็นอัตราเติบโตแบบก้าวกระโดด ดังนั้นจึงมีความกังวลว่านักแหล่งท่องเที่ยวจะเสื่อมโทรมและำม่สดใหม่ เหมือนกรณีแหล่งท่องเที่ยวบนเกาะเสม็ด หรือเกาะสมุย นายซินโป อังโชติพันธ์ ประธานชมผู้ประกอบการหลีเป๊ะ กล่าวว่า ปี 55 เกาะหลีเป๊มีรายได้จากการท่องเที่ยวกว่า1,800 ล้านบาทและในปีนี้มียอดจองเพิ่มขึ้นประมาณ 30% แต่ตั้งแต่ช่วงไฮซีซั่นที่ยอดจองลดลงไป10%เนื่องจากนักท่องเที่ยวรอตัดสินใจ เพราะเหตุการณ์ทางการเมือง โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาะหลีเป๊ะยังคงเป็นนักท่องเทึ่ยวจากยุโรปแต่ในปีนี้เริ่มมีนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามามากขึ้น ทั้งนี้ผู้ประกอบการบนเกาะหลีเป๊ะได้เสนอแนวทางหลักๆ เพื่อพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้เป็นแบบยั่งยืนได้แก่ การส้างสะพานเทียบเรือ พร้อมด่านตรวจที่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวที่จะมาจากเกาะลันตา เกาะพีพี เกาะลังกาวี และท่าเรือปากบาราได้เพียงพอ รวมถึงส่งเสริมให้มีการจัดทำกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา วัฒนธรรมและประเพณีดั้งเดิมให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตชาวใต้ เช่น งานประเพณีลอยเรือ ความสามารถในการตกปลา การดำน้ำ และการเดินเรือ เป็นต้น