ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (21 พ.ย.) ดัชนีปรับลดลงแรงทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นก็อ่อนตัวในแดนลบอย่างหนัก ตามแรงเทขายทำกำไร รวมถึงเคลื่อนไหวตามตลาดหุ้นต่างประเทศที่ลดลง เนื่องจากนักลงทุนกลับมากังวลเรื่องการลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (คิวอี) อีกครั้ง หลังตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดี นอกจากนี้ ยังได้รับผลกระทบจากการที่โกลด์แมนแซคออกมาปรับลดน้ำหนักการลงทุนในตลาดหุ้นไทย รวมถึงนักลงทุนยังกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศที่อาจร้อนแรงขึ้น ส่งผลให้หุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,387.93 จุด ลดลง 16.88 จุด หรือลดลง 1.20% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 13,644.75 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 ปิดร่วง 16.88 จุด
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันที่ 21 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:17 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยลดลงจากเดิม 250 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,250 บาท รับซื้อ 18,480.04 บาท ทองแท่งขายบาทละ 18,850 บาท รับซื้อ 18,750 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ลด 250 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,250 บาท รับซื้อ 18,480.04 บาท ทองแท่งขาย 18,850 บาท รับซื้อ 18,750 บาท เวลา 09:17 น.
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ได้คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปี 56 นี้ จะเติบโตได้แค่ 3% จากปีที่ผ่านมาเติบโตถึง 6.4% สศช.ได้ปรับจีดีพีมาหลายรอบ จนล่าสุด ปัจจัยที่ส่งผลกระทบมากสุด คือ การส่งออกที่คาดว่าปีนี้จะไม่เติบโต หรือ โตแค่ 0% ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์บอกว่า ส่งออกน่าจะโตได้ 1% จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 7-7.5% ก็ยังรู้สึกสงสัยเหมือนกันว่า ทำไมส่งออกได้น้อยกว่าเป้าหมายมากมายขนาดนั้นแต่พอ สศช.ออกมาระบุว่า ส่งออกไม่เติบโต ส่งผลให้ จีดีพี น่าจะขยายตัวแค่ 3% นั่นก็แสดงว่าทั้งเศรษฐกิจโลก และเศรษฐกิจในประเทศชะลอตัวอย่างชัดเจน จะเห็นว่าสินค้าหลายรายการ ไม่ว่าจะเป็น ข้าว ยางพารา ยอดส่งออกลดลง ข้าวเคยได้ปีละ 2 แสนล้านบาท แต่ลดลงฮวบฮาบเหลือแค่แสนล้านบาทยิ่งค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อต้นปี ทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ลำบาก เพราะสินค้าไทยแพงกว่าเพื่อนบ้าน ทำให้ไม่ได้รับความสนใจ ส่งออกปีนี้ไม่กระเตื้อง แต่ก็มีการมองไปถึงปีหน้า ว่าจะเป็นความหวังได้ เนื่องจากเศรษฐกิจหลายประเทศน่าจะดีขึ้น โดยเฉพาะสหรัฐลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทำให้คนอเมริกันมีเงินในกระเป๋าที่จะจับจ่ายใช้สอย จึงมองว่ากำลังซื้อน่าจะกลับมาในปีหน้า และน่าจะส่งอานิสงส์ให้ส่งออกของไทยกลับมาบวกมากขึ้น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท และบริหารจัดการน้ำ ทั้ง 2 โครงการเป็นความหวังของรัฐบาล ที่หวังขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้โตเพิ่ม ได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 1% ตลอด 7 ปีที่ดำเนินโครงการ แต่รัฐบาลจะสะดุดขาตัวเองก่อนหรือไม่นั้น เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่อย่างไรเสียงส่งออกก็ยังเป็นพระเอก ที่มีผลต่อการเติบโตของประเทศอันดับแรก ที่รัฐบาลจะต้องเร่งทั้งตลาดหลัก และตลาดใหม่ควบคู่กันไป ปีนี้ส่งออกไม่ติดลบก็ถือว่าดีแล้ว ที่สามารถประคับประคองตัวได้ แต่หากกำลังซื้อชะลอพร้อมกันทั้งในประเทศ และต่างประเทศ เหมือนที่ผ่านมาอีก คงต้องเหนื่อยกันอีกหลายยก.