นายบรรลือ พันธ์พงษ์เจริญ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มธุรกิจสินเชื่อ เปิดเผยว่า ธนาคารมีแผนที่จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มลูกค้าที่ขายสินค้าภายใต้โครงการ 1 ตำบล 1 ผลิตภัณฑ์ หรือโอท็อปมากขึ้น จากเดิมที่ไม่เคยเข้าไปทำตลาดมาก่อน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นรายย่อย รองลงมาเป็นรายใหญ่ และกลุ่มลูกค้าขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี แต่ในปัจจุบันธนาคารพาณิชย์หลายแห่งแข่งขันกันปล่อยสินเชื่อกลุ่มลูกค้ากลุ่มนี้อย่างรุนแรงจึงต้องหากลุ่มลูกค้ากลุ่มอื่นมาทดแทน นอกจากนี้เห็นว่าสินค้าโอท็อปของไทยเริ่มที่แข็งแกร่ง สามารถทำรายได้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจได้เป็นจำนวนมาก และบางรายมีการขยายตลาดไปต่างประเทศจึงเชื่อว่าจะเป็นช่องทางเพิ่มยอดสินเชื่อได้ สำหรับเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อนั้น จะต้องดูว่าสินค้าโอท็อปได้รับการสนับสนุนจากกรมพัฒนาชุมนมหรือไม่ ซึ่งไม่ได้จำกัดว่าจะเป็นโอท็อปกี่ดาว แต่วงเงินการให้สินเชื่อสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจว่า แต่ละธุรกิจมีการทำตลาด มีรายได้ และผลกำไรมากน้อยแค่ไหน ส่วนปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลไม่ได้กังวลมากนัก เพราะในภาพรวมหนี้เสียเฉลี่ยอยู่ที่1.3% แต่สินเชื่อธุรกิจสัดส่วนอาจสูงเล็กน้อยเฉลี่ยอยู่ที่ 4%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ออมสินเล็งปล่อยสินเชื่อกลุ่มโอทอป
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาข้าวไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มีการรับเรื่อง ร้องเรียนมาจากชาวนาจำนวนมากมายในหลายพื้นที่ เช่น จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี อยุธยา ชัยนาท พิจิตร อุตรดิตถ์ และเขตมีนบุรี ใน กทม. เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากการนำข้าวเข้าโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล แต่ยังไม่ได้รับเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตร และ สหกรณ์การเกษตร( ธกส. ) ทั้ง ๆที่ ชาวนานำข้าวไปจำนำตามขั้นตอนปกติ ดังนั้นต้องการให้รัฐบาลเร่งกลไกที่เกี่ยวข้องจ่ายเงินให้ชาวนาเพื่อลดความเดือดร้อน เนื่องจากบางคนถูกเจ้าของที่นาทวงค่าเช่าที่นา จึงเกรงว่าหาก ไม่มีเงินจ่ายค่าเช่านา นายทุนที่ดิน อาจจะนำที่นาให้ คนอื่นที่เสนอค่าเช่านาสูงกว่า ไปเช่าแทน ทั้งนี้ชาวนาจำนวนมากเริ่มทนไม่ไหว บางรายเริ่มคับแค้นใจ แล้ว เพราะเดือดร้อนจากการไม่มีเงินใช้ ขณะที่บางรายแจ้งว่าได้นำใบประทวนไปขอขึ้นเงินกับ ธ.ก.ส. แต่ก็ไม่ได้เงิน แถม ยังถูกเจ้าหน้าที่ ธ.ก.ส. ทวงค่าดอกเบี้ยที่กู้ไปอีก ทำให้ เกษตรกรรู้สึกเสียกำลังใจมากเพราะต้องการเงินไปใช้จ่ายในการดำรงชีวิต และจ่ายหนี้ “ชาวนาจำนวนมากเริ่มทนไม่ไหวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล เพราะมีปัญหาเยอะมากขึ้น เมื่อเขามีใบรับรองเกษตรกรและนำข้าวไปจำนำ กับโรงสีข้าว แล้วเมื่อได้รับใบประทวนภายใน 3 วัน และ ภายใน 7 วันจะต้องได้รับเงินจากธกส. แต่สุดท้ายหลายรายก็ยังไม่ได้รับเงิน ซึ่งเป็นเวลาผ่านมาเดือนกว่าแล้ว”
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผว่า ต้องการให้พรรคการเมืองแต่ละพรรคหานักวิชาการนักเศรษฐศาสตร์มาร่วมกลั่นกรอง ข้อมูลและผลได้ดีผลดีในการพิจารณาการออกนโยบายที่จะนำมาหาเสียงช่วงเลือก ตั้งเพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติมากที่สุด โดยเฉพาะการลดใช้โครงการประชานิยมที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น การขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดด หรือ การรับจำนำสินค้าเกษตรกรในราคาที่สูงกว่าตลาดโลกมากๆ เป็นต้น หากไม่มีฝ่ายกลั่นกรองเชื่อว่าจะกระทบต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความมั่น คงต่อฐานะการคลังของประเทศได้ ทั้งนี้หากพรรคการเมืองมีการใช้นโยบายที่สุดโตงหรือประชานิยมมากเกินไปโดย ไม่คำนึงถึงผลเสียอันมหาศาลที่จะตามมาในระยะยาว เชื่อว่าในอนาคตเศรษฐกิจของประเทศจะประสบปัญหาอย่างแน่นอน หรือเศรษฐกิจช็อคได้สุดท้ายก็จะนำประเทศเข้าสู่วิกฤติเศรษฐกิจ นายธนวรรธน์ กล่าวว่า นโยบายที่นักวิชาการและภาคเอกชนเป็นห่วงมากสุดคือ เรื่องของการแข่งขันในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำแบบก้าวกระโดด เพราะหากมีการเพิ่มเป็น 350-400 บาทต่อวันทั่วประเทศเชื่อว่าภาคอุตสาหกรรมจะช็อคทันที เนื่องจากภาคเอกชนไม่สามารถรับภาระเรื่องต้นทุนมากกว่านี้ได้อีกแล้ว รวมถึงนโยบายรับจำนำข้าวในลักษณะทุกเมล็ดและให้ราคาที่สูงๆ ซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมหาศาลและไม่สามารถพัฒนาวงการข้าวของไทยได้เลย