เมื่อวันที่ 16 พ.ย. นางสุธาศินี นิมิตกุล ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายและกำกับอัตราแลกเปลี่ยนเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท.อยู่ระหว่างพิจารณาทบทวนแนวทางการผ่อนคลายเงินทุนเคลื่อนย้ายเพิ่มเติม (ระยะที่ 2) โดยตั้งเป้าหมาย ในปี 57 จะอนุญาตให้ซื้อขายหลักทรัพย์ในประเทศเป็นสกุลเงินตราต่างประเทศ นอกจากนี้จะอนุญาตให้บุคคลธรรมดาที่มีความรู้ความเข้าใจผ่านการลงทุนไม่ผ่านตัวกลางในไทย เช่น บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) นอกจากนี้ ธปท.ยังไม่มีความกังวลเรื่องความผันผวนทางการเงินจากการเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 58 เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มประเทศอาเซียนมีการลงทุนระหว่างกันมาต่อเนื่องยาวนานและมีมูลค่าการลงทุนค่อนข้างสูงมากกว่าการส่งออกไปยังประเทศสหรัฐ และยุโรปอยู่แล้ว จึงไม่มีประเด็นความน่าเป็นห่วงเรื่องความผันผวนของเงินทุนเคลื่อนย้ายในเออีซี อย่างไรก็ตาม ธปท.ยืนยันได้ติดตามภาวะตลาดการเงินและการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างใกล้ชิด รวมถึงประสานด้านข้อมูลกับธนาคารกลางอื่นๆ หากเกิดกรณีจำเป็นธปท.ก็เตรียมมาตรการดูแลและสามารถออกมาตรการควบคุมเงินทุนเคลื่อนย้ายได้อยู่แล้ว ไม่่ว่าจะเป็นการปล่อยให้กลไกตลาดทำงาน การเข้าดูแลค่าเงิน ทั้งทางตรงและทางอ้อม เมื่อเศรษฐกิจมีความผันผวนจนส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจอย่างรุนแรง เป็นต้น //////////////
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.เล็งผ่อนคลายเงินไหลออกเฟส2
Posts related
- ธุรกิจน้ำดื่มใสสะอาด เพราะชีวิตขาดน้ำไม่ได้!
- ธุรกิจเสื้อผ้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจส่งออกสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านดอกไม้กับความรัก ความยินดี และ ความสดชื่นของชีวิต
- ธุรกิจโรงแรมรีสอร์ทที่พัก ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- ธุรกิจร้านกาแฟ คุณคิดว่าคนที่ดื่มกาแฟเป็นประจำ จะมีสักกี่วันที่หยุดดื่ม? น่าลองขายนะ!
- ธุรกิจซักอบรีด รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจร้านเบเกอรี่ รูปแบบไหนดีที่สุด?
- ธุรกิจขายส่งสินค้า ดีไม?ดียังไง? ปัจจุบันมีกี่รูปแบบ?
- อาชีพเสริมรายได้เสริม เมื่อมีรายได้หลายทางย่อมดีกว่ารายได้ทางเดียว
- 10 อาชีพเสริมที่น่าสนใจ
- อาชีพเสริม ถ้าไม่เริ่มทำตอนนี้แล้วจะรวยตอนไหน?
- ธุรกิจสปา ดีไม?ดียังไง?
- ธุรกิจคาร์แคร์ ดีไม?ดียังไง?
- 6 รูปแบบธุรกิจออนไลน์ที่ใครก็ทำได้ง่ายๆ
- 5 Trendsของยุค2020ที่จะนำไปสู่ธุรกิจชั้นนำที่น่าสนใจ
- แบบทดสอบประเมินตัวคุณเป็นยังไงและควรจะทำธุรกิจแนวไหนดี
- ความแตกต่างระหว่างธุรกิจส่วนตัวกับอาชีพอื่นๆ
- จะเริ่มต้นขายของออนไลน์ได้อย่างไร
- 5 ขั้นตอนการเริ่มต้นเปิดร้านค้าออนไลน์
- เทคนิคในการเลือกธุรกิจแฟรนไชส์ที่น่าสนใจ
- ทำไมต้องธุรกิจแฟรนไชส์ ดียังไง
- 5 เทคนิคควรรู้ก่อนตั้งชื่อธุรกิจออนไลน์
- 5 สิ่งที่ต้องห้ามเมื่่ออยากทำธุรกิจส่วนตัว
- 7 เทคนิคพื้นฐานสร้างธุรกิจSMEให้รอด
- จะเริ่มต้นธุรกิจส่วนตัวยังไงเริ่มจากไหนดี?
- ทำไมจะต้องทำธุรกิจส่วนตัว?
- ความรู้เบื้องต้นความหมายธุรกิจSMEs















วันที่ 16 พ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09:05 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 100 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 19,750 บาท รับซื้อ 18,965.16 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,350 บาท รับซื้อ 19,250 บาท ราคาทองคำและครั้งที่ปรับ ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 100 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,750 บาท รับซื้อ 18,965.16 บาท ทองแท่งขาย 19,350 บาท รับซื้อ 19,250 บาท เวลา 09:05 น.
นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัทศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยฯ เตรียมปรับลดประมาณการณ์อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ในปี 56 เป็นครั้งที่ 4 ในรอบ 1 ปี จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ที่ 3.7% เหลือ 3.5% เนื่องจากภาคการส่งออกสามารถขยายต่ำกว่า 1.5% ขณะที่ ตัวเลขจีดีพีในปี 57 คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้ที่ 4.5% การส่งออก 7% เนื่องจากมีปัจจัยบวกจากเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะฟื้นตัวดีขึ้น ทั้งยุโรป สหรัฐฯ และจีน ส่วนปัจจัยภายในประเทศ เชื่อว่าการลงทุนของภาคเอกชน ในการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ในปี 58 และการค้าตามแนวชายแดนจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ สำหรับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 27 พ.ย.นี้ ศูนย์วิจัยฯ มองว่า คณะกรรมการจะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2.50% เนื่องจากอัตราดังกล่าวยังเป็นอัตราที่เอื้อต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย ส่วนกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) แนะนำให้ไทยเลิกการผ่อนคลายนโยบายการเงินนั้น มองว่า ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยของไทยอยู่ในระดับที่ปกติ แต่ในอนาคตอาจมีทิศทางปรับขึ้น ซึ่งคงต้องใช้ระยะเวลา “สถานการณ์การเมืองในขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่มีนัยยะสำคัญจนส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจไทย โดยหวังว่าจะไม่มีการชุมนุมอย่างยืดเยื้อ แต่หากเลวร้ายเหมือนในอดีตที่ผ่านมา จากการเกิดความรุนแรงทางการเมืองที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทย เช่น การชุมนุมที่ราชประสงค์ ในปี 53 หรือ การปิดสนามบินนั้น อาจส่งผลกระทบต่อจีดีพีประมาณ 0.5-1%” นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ขณะนี้ ได้ประเมินภาวะเศรษฐกิจไทยในปีหน้าจะเติบโตอย่างสูงที่สุดที่ 4-5% โดยมีปัจจัยสำคัญ ได้แก่ ภาคการส่งออกโดยเฉพาะในไตรมาสแรก ปี 57 ที่จะชี้นำว่าภาวะเศรษฐกิจจะเติบโตได้ตามคาดการณ์ดังกล่าวหรือไม่ โดยส่วนที่กังวล ได้แก่ ความสามารถทางการแข่งขันในภาวะที่เศรษฐกิจโลกเริ่มมีการฟื้นตัว แต่หากผู้ประกอบการไทยไม่สามารถปรับตัวให้ตอบรับกับการเปลี่ยนแปลง จะส่งผลกระทบต่อการส่งออกที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ในเชิงบวก